วันศุกร์ที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2553

ไออาร์ซี ดอก ลายไฟ เทรนด์ใหม่เอาใจสิงห์นักบิด

ส่วคมชัดลึก : เปิดศักราชได้ไม่ถึงเดือน บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี จับมือ บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด แนะนำยางรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ กับลายดอกยาง ลายไฟ หรือมีชื่อเรียกว่า ไวด์ แฟลร์ (Wild Flare) โดยชี้กลุ่มเป้าหมายไปยังรถออโตเมติกและกลุ่มผู้ชื่นชอบความแปลกใหม่ที่จะให้แสดง

ในงานเปิดตัว มีผู้บริหารระดับสูง ทั้ง พิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล เหล่าจินดา ประธานกรรมบริหาร ทาเคชิ อารากาว่า กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีโนเว รับเบอร์ (ประเทศไทย) จำกัด มหาชน ซาโตชิ อากาสึกา กรรมการ บริษัท ไออาร์ซี เอเซีย รีเสิร์ช จำกัด พร้อมด้วย พิเชฐ ตังคไชยนันท์ ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2 บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด เข้าร่วมกิจกรรมกันอย่างพร้อมเพรียง
การเปิดตัวยางรถจักรยานยนต์ครั้งนี้ได้ 2 นักแต่งรถจักรยานยนต์มือพระกาฬ อย่าง "เฮียตี๋ มหาชัย" หรือสมบูรณ์ แห่ง SRY และ “เสี่ยบาส” แห่งร้าน ลิขิต เรซซิ่ง เข้ามาเล่าถึงแนวทางการตกแต่งรถจักรยานยนต์ที่นอกเหนือจากรูปแบบของแฟริ่งต่างๆ แล้ว ยางรถจักรยานยนต์เป็นอีกส่วนประกอบหนึ่งที่มีความสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันในยุคสมัย
“ลายไฟ” ที่ถูกแกะเป็นลายดอกยาง รุ่นไวด์ แฟลร์ เป็นอีกมิติของผู้ชื่นชอบการตกแต่งรถจักรยานยนต์ ที่ไม่ต้องการลงทุนมาก เพียงแค่ลายดอกยาง ก็เพียงพอที่จะดึงดูดสายตาทุกคู่บนท้องถนนได้แล้ว
ซาโตชิ อากาสึกา กล่าวว่า ในประเทศญี่ปุ่น WF-910 (Wild Flare) เริ่มเปิดตัวครั้งแรกในปี 2536 ซึ่งช่วงเวลานั้น “ลายไฟ” ได้รับความนิยมในกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ประเภทครุยเซอร์ ในประเทศสหรัฐอเมริกา บริษัท อีโนเว รับเบอร์จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ได้มีการพิจารณาว่าจะใช้ลายไฟกับยางได้อย่างไร
ครั้งแรกได้มีการออกแบบลายไฟสำหรับยางหลังเท่านั้น เนื่องจากยางหน้ามีขนาดเล็กแคบ
แล้วยางรหัส WF-920 ก็ได้เปิดตัวอีกครั้งในปี 2539 กับซูซูกิ (Desperado) พร้อมได้มีการปรับเปลี่ยนการออกแบบจากลาย WF-910 เป็น WF-920 เนื่องจากรถซูซูกิรุ่นนี้ ยางหน้ามีลักษณะทรงอ้วน IRC จึงได้มีการปรับปรุงการออกแบบให้เกิดความสมดุลของร่องยางเพื่อความเสถียรของยาง
ส่วน WF-930 เปิดตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2548 ซึ่งลายไฟได้รับความนิยมมากในรถสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ ในประเทศญี่ปุ่น ไออาร์ซีจึงเริ่มใช้ลายไฟกับยางรถสกู๊ตเตอร์ สำหรับรถสกู๊ตเตอร์ตกแต่งและการออกแบบลายของ WF-930 ได้ปรับปรุงพัฒนาจาก WF-920 ในส่วนของการขับเคลื่อน เพื่อตอบสนองความต้องการสำหรับผู้ใช้รถสกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่ ขอบยางมีการออกแบบเป็นลายไฟเช่นกัน เพื่อให้ลูกค้าสามารถทาสีบริเวณขอบยางที่เป็นลายไฟได้
“ยางรุ่นใหม่นี้เราเลือกโครงสร้างและเนื้อยางแบบคอมเปาว์คุณภาพสูง เพราะต้องการตอบสนองความต้องการของผู้ขับขี่ในเรื่องของความสมดุลและสมรรถนะในการขับขี่ โดยเฉพาะการเกาะถนน ทั้งถนนเปียกและถนนแห้ง มีความนุ่มนวลในการขับขี่ และการควบคุมทำได้อย่างมั่นใจ เราเชื่อว่ายางลายไฟจะถูกใจผู้ใช้และได้รับความนิยมสูงสุดสำหรับรถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท” นายซาโตชิ กล่าว
ขณะที่ พิเชฐ ตังคไชยนันท์ ผู้จัดการขายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2 บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด กล่าวว่า บริษัทในฐานะตัวแทนจำหน่ายยางรถจักรยานยนต์ไออาร์ซี คิดว่ายางลายไฟจะเพิ่มยอดขายได้อย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติที่ดีมีคุณภาพ รูปลักษณ์ที่สวยงาม โดนใจวัยรุ่นขาโจ๋ที่ใช้รถจักรยานยนต์ออโตเมติกทุกประเภท และสามารถเป็นอุปกรณ์ตกแต่งให้เกิดความสวยงามได้
สำหรับยางไออาร์ซี ไวด์ แฟลร์ รหัส WF-920 มี 3 ขนาด ประกอบด้วย ขนาด 80/90-14 WF-920F TL ขนาด 90/80 14WF-920R TL และขนาด 100/70-14 WF-920R TL วางจำหน่ายตั้งแต่เดือนมกราคม 2553 และจะมีขนาดเพิ่มเติมสำหรับรถออโตเมติกเมืองไทย ครบทุกรุ่น เร็วๆ นี้


เพิ่มเติม http://news-lifestyle.blogspot.com/2010/03/blog-post_6931.html

วันอังคารที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553

ฟีมพร้อมลุยศึกกระทิงดุ


ได้เวลาที่เจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบรุ่นโมโตทู ขวัญใจชาวไทย สังกัดทีมไทยฮอนด้า พีทีที สิงห์ แซ๊กเดิทางกลับไปอยู่บ้านที่ประเทศเสปนเสียที หลังจากบินมาพักผ่อนที่เมืองไทยเสียนาน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาหลายคนอดเป็นห่วงเพราะฟีมไม่มีตั๋วจะบินกลับบ้าน

ฟีมได้บอกว่า "สนามเฮเรซเป็นสนามยากในอันดับต้นๆ อาจจะไม่ยากที่สุด แต่ด้วยเป็นสนามของชาวเสปนซึ่งมีนักแข่งมากที่สุด ทำให้ความได้เปรียบเป็นของเจ้าบ้านไปโดยปริยาย นักแข่งที่เข้ามาใหม่หลายคนก็คุ้นเคยกับสนามแห่งนี้ เพราะแข่งอยู่ทั้งปี ผิดกับเราที่แข่งเพียงปีละครั้ง ช่วงทดสอบก็ได้ขับขี่เพียงน้อยนิด ในครั้งนี้จึงเป็นงานหนัก นอกเหนือจากรถแข่งที่ยังไม่ลงตัวแล้วยังต้องต่อสู้กับนักแข่งที่มีความคุ้นเคยอีกหลายคน"

รถแข่ง HB4 น่าจะดีขึ้น จากข้อมูลที่ด้รับมาจากเปราเลส บอสใหญ่ทีมแซ๊ก ในขณะที่คู่แข่งก็มากขึ้นด้วย จะเห็นได้ว่า การทดสอบ IRTA ครั้งล่าสุดก่อนไปกาต้าร์นั้น นักแข่งหน้าใหม่หลายคนทำเวลาได้ดีแบบน่าทึ่ง นั่นเพราะหลายคนที่มาใหม่แข่งในรายการเสปนนิชแชมป์เปี้ยนชิพ ทำให้มีความคุ้นเคยสนามมากกว่านักแข่งที่แข่งอยู่ใน World GP

"อย่างไรก็ดี หากเราสามารถแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดในสนามแรกได้ลงตัวก็ไม่มีอะไรน่ากลัว ได้มีแก้ไขและมีการทดสอบที่สนามมูเจลโล่ ในอิตาลีเมื่อสิบกว่าวันก่อน ก็น่าจะทำให้ครั้งนี้ไม่เหนื่อยเหมือนครั้งก่อนครับ"

"อย่างที่บอกไปแล้วว่า ฟีมขอปรับตัวถึงสนามเฮเรซ เพราะฟีมเองก็ยังไม่ได้ขับขี่รถที่แก้ไขแล้ว ยังไม่รู้เหมือนกันว่าดีขึ้นขนาดไหน ตัวฟีมเองนั้นพร้อม จะเป็นห่วงก็แต่เรื่องรถ จึงไม่สามารถบอกได้ว่า สนามเฮเรซจะได้ผลงานขนาดไหน ขอพูดเหมือนเดิมว่า ฟีมพยายามเต็มที่ทุกครั้งที่ลงแข่งอยู่แล้วครับ"

ฟีมจะเดินทางไปเสปนคืนนี้ (26 เมษายน) ในเวลา 23:15 น. ซึ่งจะถึงบาร์เซโลน่าช่วงสายๆ ของวันพรุ่งนี้ และจากนั้นจะเดินทางลงใต้ต่อไปยังเซบิย่าเพื่อร่วมการแข่งขันโมโตทูในสุดสัปดาห์นี้ที่สนามเฮเรซ

ชมและเชียร์ฟีมผ่านทางทรูวิชั่นช่องสตาร์สปอร์ตในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม 2553 เวลา 17:15 น. หรือเทปบันทึกการแข่งขันผ่านทางช่อง 9 สมท.เวลา 00:05 น.ของคืนวันอาทิตย์นี้ครับ


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page064.asp?id=0603

เจ้าฟีม - รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดขวัญใจชาวไทย ร่วมมอบรถจักรยานยนต์ฮฮนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ลายน้องอุ่นใจ



มอบรางวัลแฟนคลับ ธนภรณ์ กาญจนเศรษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายขายภาคธุรกิจ กลุ่มลูกค้าองค์กร บริษัท แอดวานซ์ อินโฟเซอร์วิส จำกัด มหาชน พร้อมด้วย สมคิด ศรีสมยศ ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายกีฬายานยนต์ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด และ เจ้าฟีม - รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดขวัญใจชาวไทย ร่วมมอบรถจักรยานยนต์ฮฮนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ลายน้องอุ่นใจ ให้กับแฟนคลับของฟีมที่ติดตามผลงานและให้กำลังใจผ่านเครือข่าย AIS ตลอดมา

โดยในงานนี้ เจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกที่ AIS ให้การสนับสนุนมาโดยตลอดได้มามอบด้วยตัวเอง


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page063.asp?id=0602

วันพฤหัสบดีที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2553

ยามาฮ่าสนับสนุน พัทยาอินเตอร์เนชั่นแนล แฟชั่นวีค 2010 สร้างสถิติใหม่ลงกินเนสบุ๊ค

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด ร่วมกับเมืองพัทยา,กระทรวงพาณิชย์, กรมส่งเสริมการส่งออก ,การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและภาคเอกชนร่วมจัดงาน Pattaya International Fashion Week 2010 สร้างจุดขายใหม่เมืองแห่งแฟชั่น โดยการเดินแบบครั้งนี้สร้างสถิติใหม่แห่งวงการแฟชั่นโลก ด้วยการเดินแบบยาวที่สุดในโลกซึ่งยาว ถึง1.6 ก.ม.

ในงาน คุณ พงษ์ศักดิ์ สรวงมณีเกตุ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขาย ภาคกลาง ขึ้นรับมอบช่อดอกไม้เพื่อเป็นเกียรติในการเป็นผู้ร่วมให้การสนับสนุน ซึ่งงานครั้งนี้ยามาฮ่าได้นำหนุ่มหล่อสาวสวยจากสมาชิกยามาฮ่าคลับซึ่งแต่งกายด้วยคอลเลคชั่นใหม่จากยามาฮ่า Apparel พร้อมรถจักรยานยนต์ฟีโน่แต่งสุดเก๋ร่วมการเดินแบบบนแคทวอล์คประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วย ซึ่งสร้างความน่าสนใจและเป็นสีสันให้กับงานเป็นอย่างยิ่ง

ด้วยสภาวะปัจจุบันด้านเศรษฐกิจของประเทศไทย และการเมือง ส่งผลให้จำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่ประเทศลดลง เป็นผลให้เศรษฐกิจซบเซา โดยรายได้หลักได้มาจากการท่องเที่ยว ทั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นการท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักและสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนให้กับเมืองพัทยา ดังนั้นภาครัฐและเอกชนจึงได้จัดงาน Pattaya International Fashion Week 2010 เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเมืองพัทยา ประชาสัมพันธ์แบรนด์เนมของคนไทยให้ทั่วโลกได้รู้จัก สร้างดีไซเนอร์รุ่นใหม่ รวมถึงกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศและสร้างสถิติใหม่ใน Guinness Book of World Record โดยการจัดเดินแบบแฟชั่นที่มีแคทวอล์คยาวที่สุดในโลกขนาด 1.6 กิโลเมตร ตั้งแต่บริเวณถนนสายชายหาด หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลพัทยาบีชไปจนถึงทางเข้าวอล์คกิ้งสตรีท (หลังจากที่เคยทำสถิติในประเทศฝรั่งเศสมานานกว่า 20 ปี) พร้อมกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างวันที่ 8-11 เม.ย. 2553 ที่ผ่านมาเพื่อต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย กิจกรรมภายในงานประกอบด้วย การเดินแบบแฟชั่นยาวที่สุดในโลก การประกวดยังดีไซน์เนอร์คนใหม่ ให้โอกาสนักเรียนนักศึกษาได้แสดงออก ประกวดออกแบบทรงผม การประกวดเครื่องหนังและเครื่องประดับ ไฮไลท์ของงาน ได้แก่การแสดงแฟชั่นโชว์ที่ยาวที่สุดในโลก โดยนายแบบนางแบบวีไอพี นางแบบจากแฟชั่นทีวี การแสดงแฟชั่นโชว์จากแบรนด์ดังของคนไทย จำนวน 10 แบรนด์ ในคอลเลคชั่น spring และ summer แฟชั่นโชว์จากดาราชื่อดัง คอนเสิร์ตจากศิลปินแกรมมี่และอาร์เอสโปรโมชั่นและการโชว์เปิดแผ่นจากดีเจระดับโลก ตลอด 4 วันเต็ม

เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/News/View.aspx?ID=1207

วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

ยามาฮ่าโชว์ฟอร์มเทพ เหมาดับเบิ้ลโพเดี้ยม โมโตจีพี สนาม 1

การแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก สนามที่ 1 ของฤดูกาล ในศึกรายการคอมเมอร์เชียล แบงค์ กรังด์ปรีซ์ ออฟ กาตาร์ แข่งขันกันที่ สนาม โลเซล โดยรุ่นโมโตจีพี ดวลกันทั้งสิ้น 22 รอบ ปรากฎว่า ทีมยามาฮ่าโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมคว้าแชมป์ และขึ้นนำตารางแชมป์เปี้ยนชิพ

สรุปผลการแข่งขัน "เดอะด็อกเตอร์" วาเลนติโน รอสซี่ อาศัยความเก๋า ควบรถ YZR-M1 เข้าเส้นชัยแบบสุดมันส์ พร้อมเก็บ 25 คะแนน ขึ้นนำในตารางแชมป์เปี้ยนชิพ ส่วน ฮอร์เก้ ลอเรนโซ่ โชว์ความสดบวกความนิ่ง เข้าป้ายอันดับ 2 ด้าน เบน สปายส์ และ คอลลิน เอ็ดเวิร์ด 2 นักบิดทีม ยามาฮ่าเทค 3 ตามเข้ามาในอันดับที่ 5 และอันดับที่ 8 ตามลำดับ สรุปคะแนนสะสมประจำปี รอสซี่ อันดับ 1 มี 25 คะแนน ลอเรนโซ่ อันดับ 2 มี 20 คะแนน โดวิซิโอโซ อันดับ 3 มี 16 คะแนน ส่วน เบน สปายส์ อยู่อันดับที่ 5 มี 11 คะแนน และ เอ็ดเวิร์ด อยู่อันดับที่ 8 มี 8 คะแนน

ติดตามชมการแข่งขัน ศึกโมโตจีพี สนามที่ 2 ประเทศสเปน สนามเจเรซ (เลื่อนจาก สนามโมเตกิ ประเทศญี่ปุ่น) ในวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน นี้ เวลา 13.00 น. ทางทรูวิชั่นส์ Starsport ช่อง 107 นะครับ


เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th

ยามาฮ่าได้รับความไว้วางใจจากกรมการขนส่งทางบก ออกหนังสือรับรองเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์


เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2553 บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด จัดพิธีลงนามข้อตกลงสามารถออกหนังสือรับรองเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยสำนักงานขนส่งจังหวัดสมุทรปราการได้พิจารณาอนุญาตให้สิทธิพิเศษแก่ สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า เป็นผู้ดำเนินการทดสอบผู้ขอรับใบอนุญาตขับรถ


สถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า (Yamaha Riding Academy) เป็นสถาบันที่ได้มาตรฐานการรับรองจากกรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม โดยสามารถฝึกอบรมหลักสูตรขับขี่รถจักรยานยนต์ และรับใบรับรองเพื่อขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ตั้งแต่ปี 2551 จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรม และสอบผ่านเพื่อรับใบขับขี่จำนวนทั้งหมด 40 รุ่น 1,918 คน โดยในปี 2553 สถาบันฯได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกให้สามารถดำเนินการทดสอบด้วยระบบ E-exam ซึ่งเป็นนโยบายของกรมการขนส่งทางบกที่ต้องการจะอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนในการจัดให้ภาคเอกชนสามารถออกหนังสือรับรองเพื่อขอรับอนุญาตขับขี่ได้เช่นกัน ด้วยการสอบในระบบ E-exam นี้ ผลสอบจะถูกส่งตรงผ่านระบบอินเตอร์เนตทันทีที่ผู้เข้าสอบทำข้อสอบเสร็จ เจ้าหน้าที่กรมการขนส่งสามารถทราบผลสอบ และออกใบรับรองเพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่ได้

สำหรับสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีความพร้อมในการรองรับ และให้บริการประชาชน ที่ต้องการเข้ารับการอบรมเพื่อสอบขอใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยจัดอบรมให้ความรู้ในเรื่องของการขับขี่รถจักรยานยนต์อย่างถูกวิธี และปลอดภัยเพื่อลดอุบัติเหตุ การอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับกฎจราจร พระราชบัญญัติจราจรฯ และความรู้อื่นๆ ที่ใช้สำหรับการสอบใบอนุญาตขับขี่ฯ ซึ่งเป็นการอบรมในภาคทฤษฎี ส่วนในภาคปฏิบัติจะเป็นการอบรมเพื่อเพิ่มทักษะ และความชำนาญในการขับขี่โดยเฉพาะที่เกี่ยวเนื่องกับมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งครูฝึกของสถาบันฯเป็นผู้ที่ได้รับใบอนุญาตครูฝึกฯจากกรมการขนส่งทางบก


เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/News/View.aspx?ID=1205

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

"ฟีม" ยิ้มเลื่อนเจแปนกรังปรีซ์



"หนุ่มฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสองล้อชาวไทย ยอมรับโชคดีที่การแข่งขันโมโตจีพี 2010 สนาม 2 เจแปนกรังปรีด์ ต้องเลื่อนจากการปะทุของภูเขาไฟในไอซ์แลนด์ ส่งผลให้เถ้าถ่านปกคลุมน่านฟ้าจนต้องปิดเที่ยวบินในยุโรป เนื่องจากรถแข่งคู่ใจ HB4 ยังไม่พร้อมจนประเดิมสนามแรกแบบไร้แต้มติดมือ

ด้วยผลงานการประเดิมสนามแรกของการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 เมื่อวันอาทิตย์ที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ในรายการคอมเมอร์เชียล แบงค์ กรังด์ปรีซ์ ออฟ กาตาร์ ณ สนามโลซาอิล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ของ "หนุ่มฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักซิ่งรุ่นโมโตทู ที่เข้าป้ายเพียงอันดับ 17 ส่งผลให้ไม่มีคะแนนสะสม

อย่างไรก็ตามฝ่ายจัดการแข่งขันสนามที่ 2 รายการเจแปนนิชกรังปรีด์ที่ประเทศญี่ปุ่น ช่วงสุดสัปดาห์นี้ได้ยืนยันว่าจะเลื่อนศึกใหญ่ออกไปเป็นวัน 3 ตุลาคมนี้แทนเนื่องจากทีมแข่งจากยุโรปไม่สามารถเดินทางมาได้จาการปิดเส้นทางการบินหลังภูเขาไฟปะทุในประเทศไอซ์แลนด์

ซึ่งจากการเลื่อนการแข่งขันดังกล่าวส่งผลให้ยอดนักบิดชาวไทย พร้อมทีมงานมีเวลากลับไปเตรียมปรับแต่งรถแข่งอีกครั้ง โดย รัฐภาคย์ เปิดเผยกับทีมข่าว MGR Sport ว่า "นับเป็นโชคดีที่เจแปนกรังปรีด์เลื่อนออกไป เพราะต้องยอมรับว่ารถ HB4 นั้นยังไม่พร้อมจริงๆ จากการแข่งขันสนามแรกมีความเร็วในทางตรงน้อยที่สุดจากรถ 40 คัน คืออยู่ที่ 254 กม./ชม. ขณะที่รถของที่ 1 นั้นอยู่ที่ 270 กม./ ชม. ดังนั้นจึงทำให้ทีมงานมีเวลาปรับแต่งใน 2 จุดหลักๆ ที่เป็นปัญหา 1 ระแบบแอร์โรไดนามิค และ 2 ชุดเบรก"

โดย "หนุ่มฟีม" กล่าวต่อไปด้วยว่า "ที่ผ่านมาปัญหาเกิดขึ้นเพราะมีเวลาในการเทสต์รถก่อนที่จะแข่งสนามแรกน้อยมาก แต่ผมก็ยังหวังว่าหากรถลงตัวเมื่อไร ก็น่าจะสามารถก้าวขึ้นไปติดท็อป 10 ได้เมื่อจบฤดูกาล 2010 " ส่วนการแข่งขันสนามต่อไปของยอดนักบิดชาวไทยจะลงวัดความเร็วกันที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ในวันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคมนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000053592

วันจันทร์ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2553

โทมิซ่าว่าประเดิมชัย ฟีมไล่ไม่ทัน



ถึงวันแข่งที่ทุกคนรอคอยของการแข่งขันรายการโมโตจีพี โดยเฉพาะรุ่นใหม่โมโต 2 ที่จะเริ่มเป็นสนามแรก สถิติต่างๆเริ่มใหม่หมด ไม่ว่าจะเป็นความเร็วต่อรอบ ความเร็วสูงสุด ที่ให้ความสนใจก็เพราะการแข่งขันรุ่นนี้จะมาทดแทนรุ่น GP250 ได้หรือไม่ จะยังคงความสนุกสนานและความสะใจและที่สำคัญใครคือคนแรกที่จะชนะในรุ่นนี้

การซ้อมก่อนการแข่งขันมีขึ้นในช่วงหัวค่ำ อากาศเริ่มเย็นตัวลงแต่ยังคงอมความร้อนอยู่บ้าง อุณหภูมิ 30 องศา ความชื้นยังแห้งสนิท รถแข่งทั้ง 41 คันในรุ่นกลางลงซ้อมกันถ้วนหน้า ดูเหมือนว่าคนที่เริ่มลงตัวจะเป็นบราดเดิ้ลและลูธิที่ทำได้ดีกว่าเพื่อนร่วมการแข่งขัน แต่ก็ไม่ได้ทิ้งห่างกันมากนักใน 18อันดับแรก ส่วนฟีมเพิ่งได้รับช๊อคอัพหลังโชวะตัวใหม่ ก็ค่อนข้างดีกว่าเดิม ทำให้อาการเต้นสับของช๊อคอัพหน้าลดลงไปเยอะ เรียกความมั่นใจมาได้มากทีเดียว ทำเวลาได้ 2'04.5 ช้ากว่าบราดเดิ้ลวิครึ่ง แต่นั่นไม่ใช่เรื่องหนักใจเมื่อดูความเร็วสูงสุดที่ทำได้ในตอนนี้ดูจะเหนื่อยใจกว่า

เป็นภาพที่น่าประทับใจอีกครั้งเมื่อการแข่งขันในรุ่นใหม่โมโตทูมีรถเต็มกริดสตาร์ทถึง 41 คัน เนื่องจากหลายปีที่ผ่านมาจำนวนรถแข่งในแต่ละรุ่นนั้นน้อยลงไปเยอะทีเดียว อย่างปัจจุบันในรุ่นใหญ่โมโตจีพีมีรถแข่งเพียง 17 คันเท่านั้น

ฟีมเข้าประจำตำแหน่งในกริดสตาร์ทอันดับที่ 19 โดยมีคุณธงชัย วงษ์สวรรค์ ประธานสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทยตามไปให้กำลังใจถึงกริดสตาร์ท

ได้กำลังเครื่องยนต์ฮอนด้าซีบีอาร์ 600 ซีซี 4 จังหวะที่มีแรงบิดสูงทำให้การออกสตาร์ทไม่ได้ยากเย็นอะไรนัก รถทุกคันออกตัวแทบจะพร้อมๆกันทำให้การแย่งชิงอันดับที่โค้งแรกชุลมุนวุ่นวาย เจ้าฟีมเบี่ยงตัวเข้าไลน์ด้านในสุด แต่พอเข้าโค้งที่สองผู้นำอย่างอิไลอัสยังคงใจเย็นเนื่องจากอุณหภูมิยางและหน้าสัมผัสยังจับไม่เต็มที่ แต่ดิ แองเจิลลิสที่ขี่ตามมาแบบติดตูด ทำให้ยางหน้าไปเกี่ยวกับยางหลังของอิไลอัส จนดิแองเจิลลิสต้องตั้งรถขึ้นเพื่อประคองไม่ให้ล้ม รถวิ่งออกนอกไลน์ไปเจอกับบราดเดิ้ล เป็นเหตุให้ล้มลงไปทั้งคู่ ต้องออกจากการแข่งขันไป ในขณะที่ซิม่อนมีปัญหากับชุดคลัทช์ไม่สามารถขับต่อได้ เป็นอันว่า 3 ตัวเต็งในแถวหน้าต้องอำลาไปก่อนเพื่อน

เจ้าฟีมไม่รีบร้อนและเห็นเหตุการณ์ข้างหน้าโดยตลอด จึงต้องยกคันเร่งหลบ อันดับขยับหล่นไปอยู่ที่ยี่สิบกว่า แต่เมื่อผ่านรอบแรกขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 21 ผู้นำเป็นอิไลอัสและครูเซล เดบองและทาคาฮาชิ

ดูเจ้าครูเซลมั่นอกมั่นใจในสนามนี้ หลังจากที่เคยขึ้นโพเดี้ยมที่นี่เมื่อปีที่แล้ว ขยับแซงขึ้นไปนำตามด้วยเดบองและดันอิไลอัสหล่นไปอันดับสาม มีโทมิซาว่าแซงทางตรงทาคาฮาชิขึ้นมา ฟีมขยับแซงการ์เดียขึ้นมา และเด โรซ่ากลิ้งขยับอีกสองอันดับในรอบที่สามและอีกสองอันดับในรอบที่ 4 เมื่อแซงเอียนโนเน่และเฮอนันเดชล้ม

รอบ 6 โทมิซาว่าขึ้นนำจนได้ และฟีมได้อีกหนึ่งอันดับจากแอนนี่ ทอร์ดหลุดโค้ง ขึ้นมารั้งอันดับที่ 16 พอรอบแปดเข้าโค้งสอง ยูกิ ทาคาฮาชิที่พยายามแซงครูเซลก็ต้องพลาดล้มเพราะยางหน้า และในกลุ่มหลัง ดิเมกกิโอ้ออกอาการแผ่ว รูดลงไปอยู่หลังฟีม ทำให้ฟีมขยับขึ้นอันดับ 14 ในรอบนี้

โทมิซาว่าพอหลุดกลุ่มได้ก็เริ่มทิ้งระยะทีละนิด แม้ไม่ไกลมาก แต่อันดับสองที่ตอนนี้เป็นอิไลอัสที่ยังมีอาการเจ็บอยู่ แซงครูเซลที่มีอาการออกที่ยางมากขึ้นก็ตามมาอย่างไม่ลดละ ในขณะที่ HB4 หมายเลข 14 ก็ออกอาการเหี่ยว โดนแซงทางตรงแทบทุกรอบ อันดับขยับขึ้นๆ ลงๆ อยู่แถวที่ 15 แต่สุดท้ายก็ต้านทานดิเมกกิโอ้และเพเซคไม่ไหว ถูกแซงช่วงทางตรงรอบสุดท้ายดันเจ้าฟีมหล่นไปอันดับที่ 17 ของการแข่งขัน 20รอบ ไม่มีคะแนนเก็บในสนามนี้ สรุปผู้ชนะเป็นโทมิซาว่า สองเป็นเดบอง สามครูเซล ส่วนอิไลอัสรถสู้ไม่ได้ตามเข้ามาเป็นที่ 4 และเกือบจะโดนโรเบอร์โต้ รอลฟโฟ่แซง
"ช่วงท้ายๆโดนแซงทางตรงตลอดโดยเฉพาะเอียนโนเน่ที่ป่วนตลอดเวลา เพราะเครื่องยนต์ออกอาการแหบไปนิด รวมทั้งสภาพยางหลังในรอบท้ายๆที่หมดไม่เหลือหรอเพราะยังเซ็ทช๊อคอัพไม่ลงตัวดีนักเนื่องจากเพิ่งได้ช๊อคอัพตัวใหม่มาในช่วงเช้า"

"ก็พยายามอย่างที่สุดและคิดว่าสนามนี้จะมีแต้มบ้าง แต่ด้วยรถที่ยังต้องปรับอีกหลายจุด อย่างไรก็ดีจะพยายามแก้ไขจุดบกพร่องให้หมดไปโดยเร็วที่สุดเพื่อการกลับมาเก็บคะแนนให้ได้ครับ"

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page055.asp?id=0596

โทนี่คว้าโพลแรกของรุ่น ฟีมล้มแต่สตาร์ทแถว 5



โทนี่ อิไลอัสคว้าโพลเป็นคนแรกของรุ่นโมโต 2 ที่เพิ่งมีขึ้นในปีนี้ ในขณะที่เจ้าฟีมพลาดล้มทำให้เสียเวลาซ่อมรถไปเยอะ พลาดโอกาสทำเวลาหาตำแหน่งสตาร์ทไปอย่างน่าเสียดายทั้งๆ ที่การซ้อมในช่วงเช้าก็ทำได้อย่างดีเยี่ยม

วันที่สองของรายการโมโตจีพีที่สนามโลไซอัล เมืองโดฮา อากาศเย็นลงเล็กน้อย การฝึกซ้อมในช่วงหัวค่ำซึ่งเป็นการซ้อมครั้งที่สองของรุ่นโมโต 2 เจ้าฟีมทำได้ดีทีเดียวเมื่อกดคันเร่งทำเวลามาที่ 2'04.075 ดีกว่าวันแรกเกือบวินาที ขึ้นมารั้งอันดับสองจากนักแข่งทั้งหมด 41 คัน

หลังจากได้ปรับเซ็ทช๊อคอัพหน้าอีกเล็กน้อย เจ้าฟีมออกมากดเวลาลงได้อีก 2'03.790 แต่หัวแถวดาวรุ่งจาก 125 #65 สเตฟาน บราดเดิ้ลขยับหนีลงไปอีกเป็น 2'02.969 ฟีมหล่นไปอยู่ในอันดับที่ 6 ช้ากว่า 0.8 วินาที จากนั้นส่วนใหญ่ก็ขับขี่อยู่ในเวลา 2'03 กลางๆ ฟีมเองก็กดเวลาไม่ลง ทำให้ในช่วงท้าย #40 เซอร์จิโอ้ การเดียขยับเร็ว 2'03.673 แซงเจ้าฟีมขึ้นไป ดันฟีมลงไปในอันดับที่ 7 ส่วนหัวแถวบราดเดิ้ลขยับเร็วขึ้นอีกนิดเป็น 2'02.877แล้วก็หมดเวลา 1 ชั่วโมงของการซ้อมครั้งที่สอง
ผลเวลาการซ้อมครั้งที่ 2

รอบคัดเลือกหาตำแหน่งสตาร์ทมีให้ 45 นาที เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 00:15 น.ตามเวลาท้องถิ่น ฟีมยังคงมุ่งมั่นเหมือนเดิมเมื่อทำเวลาขึ้นไปอยู่ด้านบนของตาราง ทำเวลา 2'04.3 คงที่ 2 รอบติด แต่ยังไม่ดีนักจึงเข้ามาปรับรถแข่งอีกเล็กน้อย จากนั้นจึงออกไปอีกครั้งเพื่อทำเวลา แต่ไปได้เพียง 2รอบก็ต้องไปพลาดล้มเนื่องจากช่วงหน้าที่ยังไม่นิ่ง ทำให้ต้องรีบนำรถกลับเข้ามาซ่อมซึ่งกว่าจะได้ออกไปอีกครั้งก็เกือบหมดเวลาในรอบคัดเลือกซึ่งในขณะนั้นอันดับของฟีมรูดลงไปเรื่อยๆ ถึงอันดับที่ 28 และหัวแถวในขณะนั้นคือ #24 โทนี่ อิไลอัส นักแข่งจากโมโตจีพีหรือเต็งหนึ่งในรุ่นนี้ ทำเวลา 2'02.311

แต่ดาวรุ่งอย่างบราดเดิ้ลไม่ยอมกดคันเร่งแย่งตำแหน่งโพลคืนมาอีครั้งด้วยเวลา 2'02.101 ส่วนเจ้าฟีมของเราขยับเร็วขึ้นหลังจากซ่อมรถเสร็จ ทำเวลาเร็วขึ้น ดีกว่าช่วงเช้า 2'03.627 และรอบต่อมาก็ดีขึ้นอีกเป็น 2'03.192 ขยับอันดับพรวดพราดขึ้นมารั้งอันดับที่ 19 ซึ่งเป็นกริดสตาร์ทแถวที่ 5 ในขณะที่ โทนี่ อิไลอัส และ #60 ฮูลิอัน ซิม่อน แชมป์ 125 คนล่าสุดเยี่ยมยอดเมื่อกดคันเร่งทำเวลาแซงบราดเดิ้ลแค่เสี้ยววินาที
ผลเวลารอบคัดเลือก

"ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทีมงานที่ช่วยแก้ไขซ่อมรถจนทันลงไปจับเวลาในช่วง 5 นาทีสุดท้าย และต้องขอโทษที่ทำให้ทีมงานต้องทำงานหนักตลอดสุดสัปดาห์นี้ เวลาที่ห่างเพียง 1.2 วินาทีจากหัวแถวไม่ถือว่ามากครับ ไม่มีปัญหาสำหรับวันพรุ่งนี้ ฟีมจะพยายามออกตัวให้เร็วที่สุดเพื่อให้ทันกลุ่มหน้าที่มีถึง 18 คัน"

การแข่งขันจะมีขึ้นในเวลา 21:15 น.ของคืนวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่นซึ่งตรงกับประเทศไทยเวลา 01:15 น.ของเช้าวันจันทร์ สามารถติดตามชมการแข่งขันได้ทางทรูวิชั่นได้ตั้งแต่เที่ยงคืนเป็นต้นไปจนถึงตี 4 หรือชมการถ่ายทอดสดโดยบริษัท มิราเคิลมีเดีย จำกัดผ่านทางช่อง 9 อสมท.ได้ครับ



เพื่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page054.asp?id=0595

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2553

ฟีมประเดิมบิดเข้าอันดับ17ศึกมอไซค์โลกที่โดฮา

การแข่งขัน "มอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก" รุ่น โมโตทู หรือรุ่น 250 ซีซี และ รุ่น โมโต จีพี ในสนามแรก ที่ กรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ เมื่อวันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา

สำหรับ รุ่นโมโตทู ปีนี้มาแทนรุ่น 250 ซีซี ได้รับความสนใจจากแฟนๆ ชาวไทยไม่น้อย เพราะเครื่องยนต์เปลี่ยนเป็น 600 ซีซี ผลปรากฏว่า ตำแหน่งแชมป์ เป็นของ โชยะ โทมิซาว่า นักบิดชาวญี่ปุ่นจากทีมเทคโนแม็ก-ซีไอพี ซูเตอร์ ที่บิดเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ด้วยเวลา 41 นาที 11.768 วินาที ส่วนอันดับ 2 อเล็กซ์ เดอบอน นักบิดจากแดนกระทิงดุตามเข้ามาด้วยเวลาตามหลัง 4.656 วินาที

ด้าน ฌูลส์ คลูเซล นักบิดจากฝรั่งเศสสังกัดทีม ฟอร์เวิร์ด เรสซิ่ง ซูเตอร์ ทำเวลาตามหลังผู้นำ 4.789 วินาที ส่วน "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดขวัญใจชาวไทย ของทีมฮอนด้า พีทีที ซิงห์ แซ็ก ที่ออกสตาร์ต อันดับที่ 19 เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 17 ทำเวลาตามหลัง โชยะ โทมิซาว่า ของ ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นผู้ชนะถึง 26.599 วินาที ทำให้ไม่สามารถเก็บคะแนนสะสมได้

ขณะที่ รุ่น โมโต จีพี ตำแหน่งแชมป์เป็นของ วาเลนติโน่ รอสซี่ ที่มีดีกรีแชมป์โลก 7 สมัยจากอิตาลี ที่ได้ออกสตาร์ตในกริดที่ 2 อาศัยความเก๋าเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ด้วยเวลา 42 นาที 50.099 วินาที โดยอันดับ 2 ได้แก่ ฆอร์เก้ โลเรนโซ นักบิดชาวสแปนิชเพื่อนร่วมทีมทำเวลาตามหลัง 1.022 วินาที ด้าน สโตเนอร์ แชมป์สนามนี้ใน 3 ปีหลังสุด ที่คว้าโพลซิชั่นในการออกสตาร์ต กลับเคราะห์ร้ายมีปัญหา ต้องถอนตัวจากการแข่งขันหลังจากบิดไปได้แค่ 17 รอบ

สำหรับการแข่งสนามที่สอง จะมีขึ้นที่ ประเทศญี่ปุ่น วันอาทิตย์ที่ 25 เม.ย.53 ที่สนาม โมเตกิ เซอร์กิต

สรุปผลการแข่งขัน รุ่น โมโตทู
1. โชยะ โทมิซาว่า (ญี่ปุ่น / เทคโนแม็ก-ซีไอพี ซูเตอร์) 41:11.768 นาที
2. อเล็กซ์ เดบอน (สเปน / อาโฆ่ เอฟทีอาร์) ตามหลัง 4.656 วินาที
3. ฌูลส์ คลูเซล (ฝรั่งเศส / ฟอร์เวิร์ด เรสซิ่ง ซูเตอร์) ตามหลัง 4.789 วินาที
4. โทนี่ เอลิอาส (สเปน / เกรซินี่ เรสซิ่ง โมโตทู โมริวากิ) ตามหลัง 6.978 วินาที
5. โรแบร์โต้ โรลโฟ่ (อิตาลี / อิตัลทรานส์ เอส.ที.อาร์ ซูเตอร์) ตามหลัง 7.178 วินาที
17. รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ (ไทย / ฮอนด้า พีทีที ซิงห์ แซ็ก) ตามหลัง 26.599 วินาที

เพิ่มเติม http://www.siamsport.co.th

วันศุกร์ที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2553

“รถจักรยานยนต์ฮอนด้า” รณรงค์ร่วมตั้งเป้าหมาย ทำลายสถิติ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ช่วงสงกรานต์ นี้ กับแคมเปญ Zero Accident ขี่ใส่หมวก ขี่ไม่ซิ่ง ขี่ไม่เมา



ฮอนด้า ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย ชวนร่วมกันลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ กับแคมเปญประชาสัมพันธ์ “Zero Accident ร่วมตั้งเป้าหมายทำลายสถิติ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน” หวังกระตุ้นให้คนไทยทั้งประเทศร่วมกันทำสัญญากับตนเอง มีสติในการใช้รถใช้ถนน “ขี่ใส่หมวก ขี่ไม่ซิ่ง ขี่ไม่เมา” ตั้งเป้าลดอุบัติเหตุของตนเองให้เหลือเท่ากับศูนย์ เอาชนะสถิติอุบัติเหตุช่วงเทศกาลที่ไม่มีใครต้องการให้ลดลงเหลือน้อยที่สุด โดยเชิญชวนผ่านกลุ่มศิลปินชื่อดังของประเทศไทยทั้ง บี้ เดอะสตาร์, ป๊อด โมเดิร์นด๊อก, แดน วรเวช, น้ำชา ชีรณัฐ, มาริโอ้ เมาเร่อ, ตีน่า พิมพ์นารา ไรท์, เต๋อ ฉันทวิทย์, และนักแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกหนึ่งเดียวของไทย ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ พร้อมมอบบริการพิเศษช่วงสงกรานต์ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ด้วยบริการตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน ที่ร้านผู้จำหน่ายฯที่ร่วมกิจกรรม ช่วงวันที่ 8-10 เมษายน นี้ และเตรียมสายรัดข้อมือเตือนสติ ลดอุบัติเหตุ จำนวนจำกัดเฉพาะ 50,000 ท่านแรก ให้แก่ผู้ร่วมตั้งเป้าหมายกับฮอนด้า ฟรี

นายอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหารและผู้อำนวยการศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าในฐานะเป็นผู้ริเริ่มการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในประเทศไทยมาต่อเนื่องยาวนานกว่า 20 ปี โดยมีศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยในประเทศ 2 แห่งที่สำโรงและที่รามคำแหง พร้อมกับการร่วมกับผู้จำหน่ายฯทั่วประเทศจัดกิจกรรมรณรงค์ขับขี่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องนั้น ในปี 2553 นี้ ฮอนด้าได้ทำแคมเปญรณรงค์ปลุกจิตสำนึกลดอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งเป็นวันหยุดยาวของปี และเป็นเทศกาลสำคัญของคนไทย ด้วยการปลุกจิตสำนึกให้ทุกคนร่วมตระหนักถึง 3 สิ่งสำคัญในการใช้รถใช้ถนน นั่นคือ ขี่ใส่หมวก ขี่ไม่ซิ่ง ขี่ไม่เมา ภายใต้แคมเปญ Zero Accident”

โดยรูปแบบการรณรงค์ประชาสัมพันธ์ภายใต้แนวคิด Zero Accident นั้น ฮอนด้ามีเป้าหมายให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกคน ร่วมกันตั้งเป้าหมายทำลายสถิติ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน ด้วยการ ขี่ใส่หมวก ขี่ไม่ซิ่ง ขี่ไม่เมา โดยสร้างสัญลักษณ์ Zero (ศูนย์) ขึ้น เพื่อกระตุ้นให้คนจดจำ และตระหนักถึงความสำคัญ ซึ่งนำเสนอโดยกลุ่มศิลปินวัยรุ่นชั้นนำของประเทศไทย อาทิ บี้ เดอะสตาร์, ป๊อด โมเดิร์นด๊อก, แดน วรเวช, น้ำชา ชีรณัฐ, มาริโอ้ เมาเร่อ, ตีน่า พิมพ์นารา ไรท์, เต๋อ ฉันทวิทย์ รวมทั้งนักแข่งรถจักรยานยนต์ระดับโลกหนึ่งเดียวของไทย ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ในแบบของเพื่อนบอกเพื่อน เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยวิธีการสื่อสารนั้น ได้นำเอาความคุ้นเคยของคนไทยที่มักจะคิดว่า “ไม่เป็นไร” เช่น ใกล้แค่นี้ไม่ใส่หมวกกันน๊อค ไม่เป็นไร นานๆซิ่งที ไม่เป็นไร หรือ ดื่มนิดหน่อย ไม่เป็นไร มากระตุ้นให้คนไทยได้ตระหนัก เพราะจำนวนอุบัติเหตุในช่วงสงกรานต์เพียง 10 วันนั้นสูงถึงกว่า 3,000 ครั้ง และมีคนเสียชีวิตถึงกว่า 300 ศพ ทุกคนจึงต้องตระหนัก “อย่าคิดว่าไม่เป็นไร” และหันมาใส่ใจ “ขี่ใส่หมวก ขี่ไม่ซิ่ง ขี่ไม่เมา” พร้อมกับเชิญชวนให้ทุกคนมา “ร่วมกันตั้งเป้าหมาย ทำลายสถิติ ลดอุบัติเหตุบนท้องถนน” หากทุกคนร่วมกันตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุตนเองให้เป็นศูนย์ สถิติที่ไม่มีใครต้องการก็จะลดลงจนเหลือน้อยที่สุด

ซึ่งการรณรงค์ Zero Accident ในครั้งนี้ ฮอนด้าได้รับความร่วมมือจากภาครัฐและเอกชนมากมาย ทั้ง กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย, ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน, กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ, สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ ส.ส.ส, เครือข่ายลดอุบัติเหตุ, และบริษัทเอกชน ทั้งบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอ็กแซ็กท์ จำกัด และบริษัท โซนี่ มิวสิค จำกัด

นอกจากนั้น ฮอนด้ายังร่วมกับร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ร่วมกิจกรรมทั่วประเทศกว่า 900 แห่ง มอบบริการพิเศษ “ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” ให้กับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ช่วงระหว่างวันที่ 8-10 เมษายน นี้ ด้วยบริการพิเศษตรวจเช็คสภาพรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฟรี 10 รายการ, เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องราคาพิเศษ 20 บาท และรับส่วนลดพิเศษ 20% เมื่อซื้ออะไหล่แท้ที่ร่วมรายการ นอกจากนั้นยังเชิญชวนให้มาลงชื่อร่วมกันตั้งเป้าหมายลดอุบัติเหตุ พร้อมกับฟรี สายรัดข้อมือเตือนสติลดอุบัติเหตุ Zero Accident ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่ร่วมโครงการ จำกัดเฉพาะ 50,000 ท่านแรกเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฮอนด้าคอลเซ็นเตอร์ 0-2725-4000

พร้อมกันนั้นยังได้ร่วมมือกับศูนย์อาชีวะศึกษาจัดกิจกรรม ศูนย์อาชีวะศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน “ตรวจรถก่อนใช้ ปลอดภัยแน่นอน” ณ สถานที่ตั้งศูนย์อาชีวะศึกษากว่า 300 แห่ง ในวันที่ 24 มี.ค. – 8 เม.ย 53 ในวันและเวลาราชการ และอีกกว่า 250 แห่งให้บริการตั้งแต่วันที่ 9 – 18 เม.ย 53 ตลอด 24 ชั่วโมง สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเรื่องศูนย์อาชีวะศึกษาร่วมด้วยช่วยประชาชน ติดต่อสำนักความร่วมมือ โทร. 0-2281-5555 ต่อ 1712


เพิ่มเติม http://www.newswit.com/news/2010-04-07/5f7ce7d2e51becbca93b95a7f95ba3ac/

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

"เทพบุตรโซโร" มั่นฉลุยโมโตทู



อันโตนิโอ แบนเดอร์รัส ดาราดังจากภาพยนตร์เรื่องหน้ากากโซโร (The Mask of Zorro) แสดงความมั่นใจว่ารถแข่งทั้ง 2 คันของทีม "แจ็ค แอนด์ โจนส์ บาย อันโตนิโอ แบนเดอร์รัส" จะทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการแข่งขันเวิลด์ จีพี รุ่นโมโตทู ที่จะเปิดฉากสนามแรกในวันที่ 11 เม.ย.นี้

ซูเปอร์สตาร์สแปนิชที่ไปหากินในฮอลลีวูด สหรัฐอเมริกา นับเป็นดาราที่ชื่นชอบรถจักรยานยนต์เป็นชีวิตจิตใจ ตัดสินใจส่งทีมแข่งในเวิลด์ จีพีเป็นครั้งแรก หลังจากฝ่ายจัดยกเลิกการแข่งขันรุ่น 250 ซีซี และเปลี่ยนมาเป็นรุ่นโมโตทู เครื่องยนต์ 600 ซีซี 4 จังหวะ

ซึ่งก่อนที่จักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก แบนเดอร์รัส ในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่ทีม แจ็ค แอนด์ โจนส์ บาย อันโตนิโอ แบนเดอร์รัส แสดงความมั่นใจว่า โจน โอลิเวย์ นักบิดสแปนิช และเคนนี นอยส์ จากสหรัฐอเมริกา 2 นักบิดประจำทีมจะไม่ทำให้ตนเองผิดหวังในการแข่งขันโมโตทู

"ผมไม่อยากให้ทุกคนนึกภาพว่านี่คือทีมของโซโร เพราะบางมันอาจเป็นการกดดันนักแข่งและทีมงานมากเกินไป แต่ผมมั่นใจว่าการแข่งขันภายใต้กติกาใหม่ที่ทุกทีมใช้เครื่องยนต์เหมือนกัน (ฮอนด้า 600 ซีซี) น่าจะทำให้เราประสบความสำเร็จได้ในปีแรก" ดาราดังวัย 50 ปีเผย

พร้อมกันนี้แบนเดอร์รัสยังเชื่อมั่นว่า โมโตทู 2010 อันเป็นรายการแข่งขันรุ่นเดียวกับที่รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ของไทยลงแข่งขัน น่าจะเป็นรายการที่สนุกไม่แพ้รุ่นโมโตจีพี "จริงอยู่ที่โมโตจีพีเปรียบเหมือนเอฟวันของฝั่งมอเตอร์ไซค์ แต่ผมคิดว่าโมโตทูน่าจะมีอะไรตื้นเต้นให้แฟนๆได้ลุ้นกันแน่นอน"

สำหรับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 ทั้งรุ่นโมโตจีพี ,โมโตทู และ 125 ซีซี จะเปิดฉากสนามแรกของปีกันที่ที่สนามโลไซอัล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 11 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000048305

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ฉลองความแกรนด์ ปิดฉากยิ่งใหญ่งานมอเตอร์โชว์ 2010



"ฮอนด้า" โชว์ความยิ่งใหญ่สมฐานะผู้นำหนึ่งเดียวตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย เนรมิตพื้นที่ฮอลล์ 106 โซนรถจักรยานยนต์ งานมอเตอร์โชว์ 2010 ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่ที่สุดในโซนนี้กว่า 750 ตารางเมตร สร้างสรรค์ออกแบบได้โดนใจผู้ขับขี่ภายใต้คอนเซปต์จากไลฟ์สไตล์ผู้ใช้ "We are Fun Riders!" จนคว้าสุดยอดรางวัลออกแบบบูธยอดเยี่ยม The Best Design Award ไปครองตามคาด หลังสร้างผลงานประทับใจ โชว์ความสนุกพร้อมแนะนำสุดยอดเทคโนโลยีอย่างอลังการ ให้กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกที่มาเยี่ยมชมบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ปี 2010 ที่ผ่านมา

สำหรับไอเดียในการสร้างสรรค์บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ภายใต้แนวคิด "We are Fun Rider…มอเตอร์ไซค์หัวฉีด คือ ฮอนด้า" นี้ กำหนดภาพลักษณ์ให้เป็นแนวไลฟ์สไตล์ที่บ่งบอกและใกล้เคียงกับคาแรกเตอร์ของผู้ขับขี่ตัวจริง บูธได้ถูกจำลองขึ้นตามแต่ละคาแรกเตอร์แต่ละสไตล์ โดยสิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ คือในครั้งนี้ฮอนด้าเองไม่ได้เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวด้วยตนเอง หากแต่เป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์ฮอนด้าหัวฉีดตัวจริง ที่เราเรียกว่า "กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุก" คือผู้บอกเล่าความสนุกในรูปแบบต่างๆ ที่พวกเขาและมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าหัวฉีดของพวกเขาได้พบเจอ ซึ่งสไตล์ความสนุกต่างๆ นั้น ประกอบด้วยโซน I am Premium Fun Rider, I am Happy Fun Rider และ I am Trendy Fun Rider รวมถึงโซนแห่งการโชว์สุดยอดเทคโนโลยีเหนือชั้น Honda Challenging Spirit กับรถคอนเซปต์ต้นแบบท้าทายอนาคตมากมาย


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page051.asp?id=2208

วันพุธที่ 7 เมษายน พ.ศ. 2553

ยามาฮ่ารับรางวัลชนะเลิศออกแบบบูธยอดเยี่ยม 5 ปีซ้อน



ยามาฮ่าสร้างปรากฎการณ์ยิ่งใหญ่อีกครั้ง คว้ารางวัลชนะเลิศออกแบบบูธยอดเยี่ยม “THE BEST DESIGN AWARD” เป็นเจ้าแรกที่ได้รับรางวัลติดต่อกัน 5 ปีซ้อน ด้วยคอนเซ็ปต์บูธ Yamaha Stadium สเตเดียมแห่งความแตกต่างสำหรับทุกไลฟ์สไตล์ ด้วยรูปแบบของบูธที่จัดได้อย่างสวยงาม ลงตัว และยิ่งใหญ่อลังการ ทั้งโดดเด่นและแตกต่าง คณะกรรมการได้ลงมติอย่างเป็นเอกฉันท์ ให้บูธยามาฮ่าได้รับรางวัล “THE BEST DESIGN AWARD” ปีนี้ไปครอง ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 31 ปี 2010 ด้วยแนวคิดดังต่อไป

แนวความคิด
Yamaha Stadiumสเตเดียมแห่งความแตกต่างสำหรับทุกไลฟ์สไตล์

ที่มา
เพื่อให้ที่นี่เป็นสเตเดียมแห่งไลฟ์สไตล์ที่เต็มไปด้วยกิจกรรมกีฬา เทคโนโลยี และแฟชั่น เพื่อตอกย้ำความเป็นสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง (Sport Marketing) ซึ่งเป็นแนวทางการตลาดของยามาฮ่าในปีนี้

การออกแบบ
Yamaha Stadium ใช้โครงสร้างเหล็กขนาดใหญ่ที่ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่หน้าสเตเดียมกีฬา ที่นี่เป็นจุดรวมพลของทุกคน ที่ต้องการความสนุกสนาน ความท้าทาย และชัยชนะ ด้วยการนำเสนอผ่าน

* นวัตกรรมยานยนต์ และสุดยอดเทคโนโลยีที่แตกต่างอย่างเหนือชั้นของยามาฮ่า
* ความเป็นผู้นำทางด้านแฟชั่นทั้งเครื่องแต่งกาย อุปกรณ์ตกแต่งแท้จากยามาฮ่า
* อาณาจักรที่เพื่อนพ้องมารวมตัวกัน และมันส์ไปกับกิจกรรมและไลฟ์สไตล์ที่แตกต่าง

โทนสีหลัก
แดง ดำ เทา ขาว สีเหล่านี้ บ่งบอกถึงความเป็นยามาฮ่า ความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และความมีน้ำใจนักกีฬาเสริมรับกับโครงสร้างบูธที่แปลกใหม่น่าสนใจ ก่อให้เกิดความโดดเด่น และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว


เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/News/View.aspx?ID=1194

วันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ.ศ. 2553

"ฟีม" เปิดตัว HB4 พร้อมบิดกาตาร์



รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในเวิลด์จีพี เปิดตัวรถแข่งคันใหม่พร้อมสปอนเซอร์เจ้าใหม่อย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อทีมใหม่ "ไทย ฮอนด้า พีทีที สิงห์ แซค ทีม" ก่อนทำศึกโมโตทู สนามแรกของปี 2010 ที่กาตาร์ ในวันที่ 11 เมษายนนี้

เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้จัดแถลงข่าว และพิธีลงนามการสนับสนุนฯ "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ร่วมกับทีมแข่งสต็อปแอนด์โก(แซค) โดยมี มร.จิอากิ คาโต ประธานกรรมการบริหาร ,นายอารักษ์ พรประภา บอสใหญ่เอ.พี.ฮอนด้า และเอดูอาร์โด เปราเลส ทีมบอสชาวสเปน ร่วมแถลงข่าว ณ บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ไบเทค บาง

ภายในงานนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ทีม ไทย ฮอนด้า พีทีที สิงห์ แซค เปิดตัวรถแข่ง บิโมตา HB4 หมายเลข 14 ของนักบิดชาวไทย พร้อมทั้งลวดลายรถเวอร์ชันปี 2010 ที่จะใช้ลงแข่งขันรุ่นโมโตทู ก่อนที่เจ้าฟีม จะออกสตาร์ทสนามแรกของปี 2010 ที่กาตาร์ในวันที่ 11 เม.ย.

ขณะเดียวกันยังมีการเปิดตัวผู้สนับสนุนนักแข่งหนึ่งเดียวของไทยลุยเวิลด์ จีพี เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน ที่ประกอบด้วย ผลิตภัณฑ์หล่อลื่น ปตท., เดอะพิซซา คอมปะนี, เอไอเอส, การกีฬาแห่งประเทศไทย, กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, สมาพันธ์กีฬาแข่งรถ, มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต และพันธมิตรใหม่ล่าสุด บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชัน จำกัด

โดยนักบิดชาวไทยที่จะอายุครบ 22 ปี ในวันที่ 14 เม.ย. เผยผ่าน MGR SPORT ว่า "จากการได้ทดสอบรถคันใหม่ที่เฆเรซ ประเทศสเปน แม้จะยังมีข้อบกพร่องเล็กน้อย แต่โดยรวมโอเค ซึ่งกับโมโตทู 2010 ผมมองว่าทุกคนมีโอกาส โดยเฉพาะการที่กติกาบังคับให้ทุกทีมใช้เครื่องฮอนด้า 600 ซีซีเหมือนกัน และแน่นอนผมจะทำให้ดีที่สุดโดยมีเป้าหมายที่โพเดียมเหมือนเดิม"

สำหรับศึกโมโตทู 2010 จะมีนักบิดลงชิงชัยทั้งสิ้น 40 คนนับเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ความเป็นเจ้าแห่งความเร็วอีกครั้ง สำหรับการลงสู่สนามการแข่งขันตลอดฤดูกาลด้วยรถใหม่เครื่องยนต์ฮอนด้า 600 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด DSFI กับการแข่งขัน 17 สนาม โดยจะเริ่มสนามแรกที่สนามโลไซอัล ประเทศกาตาร์ ในวันที่ 11 เม.ย.53 จนสิ้นสุดการแข่งขันสนามสุดท้ายที่สนามบาเลนเซียวันที่ 7 พ.ย.53

ทั้งนี้แฟน ๆ กีฬาชาวไทย สามารถติดตามการถ่ายทอดสดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หรือ WGP รุ่น Moto2 ได้ที่ True Vision ช่อง ESPN หรือ Star Sport และติดตามรายละเอียดข้อมูลการแข่งขัน พร้อมอัพเดตผลงานของฟีมอย่างใกล้ชิดที่ www.hondaracing-thai.com


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000046442

วันศุกร์ที่ 2 เมษายน พ.ศ. 2553

เมอร์เซเดสปัด "ชูมี" ขับไม่คุ้มค่าตัว



ผู้บริหารทีมเมอร์เซเดส จีพี ทีมแข่งดังแห่งศึกรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลก ออกมายืนยันว่ายังคงให้การสนับสนุนมิชาเอล ชูมัคเกอร์ ในฤดูกาลนี้ต่อไป แม้ว่าตำนานแชมป์โลก 7 สมัย จะยังโชว์ฟอร์มไม่คุ้มค่าตัวอันมหาศาลก็ตาม ทั้งยังเชื่อว่าชูมีมีดีที่จะคว้าชัยชนะได้ในปีนี้

ชูมัคเกอร์ที่หวนคืนสู่วงการความเร็วเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี ทั้งยังแบกความกดดันในฐานะแชมป์โลก 7 สมัย ยังไม่สามารถทำผลงานได้น่าประทับใจใน 2 สนามแรก หลังเข้าอันดับที่ 6 ในศึกบาห์เรน จีพี ก่อนจะจบเพียงอันดับ 10 ที่ออสเตรเลีย

อย่างไรก็ดีนอร์เบิร์ต ฮอร์ก ผู้บริหารระดับสูงของทีมแข่งเยอรมันออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่า "มิชาเอลเคยเป็นนักขับที่ยอดเยี่ยมอย่างไร ตอนนี้เขาก็ยังเป็นเช่นนั้น เขาสามารถพูดได้เต็มปากว่าไม่มีใครชนะได้มากกว่าเขา แต่เวลานี้ทุกอย่างต้องเอาทิ้งไว้ข้างหลัง ซึ่งในไม่ช้ามิชาเอลจะทำผลงานอย่างที่เราต้องการได้แน่นอน"

โดยชูมัคเกอร์ ที่เซ็นสัญญา 3 ปี ร่วมชายคาเมอร์เซเดสฯ รับค่าจ้าง 6.25 ล้านปอนด์ (ราว 306 ล้านบาท) ต่อปี ยังทำงานเป็นรองนิโค รอสเบิร์ก เพื่อนร่วมทีมรุ่นน้องที่รับค่าจ้างปีละ 4 ล้านปอนด์ (ราว 196 ล้านบาท) ทั้งการควอลิฟาย และผลการแข่งขันใน 2 เรซแรก

สำหรับนักขับวัย 41 ปี มีคิวลงแข่งรถสูตรหนึ่งชิงแชมป์โลกสนามที่ 3 ของฤดูกาล 2010 ที่จะขยับไปแข่งขันกันที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000045173

"ฟีม" ได้ "สิงห์" หนุนบิดโมโตทู



นักบิดสังกัดไทยฮอนด้า-แซค แห่งศึกรุ่นโมโตทู ได้รับการสนับสนุนจากสิงห์ คอร์เปอร์เรชัน เข้าเป็นสปอนเซอร์รายล่าสุด ขณะที่เจ้าตัวเตรียมเปิดตัวรถลวดลายใหม่สำหรับฤดูกาล 2010 ณ บูธ เอ.พี.ในงานบางกอกอินเตอร์เนชันแนลมอเตอร์โชว์ 2010 วันที่ 3 เมษายนนี้ ที่ไบเทค บางนา

รถบิโมตา HB4 ของฟีม ใกล้เผยลวดลายปี 2010 นัดบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกเพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจทดสอบรถคันใหม่สำหรับโมโตทู 2010 ร่วมกับนักบิดอีก 39 คน ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน เมื่อวันจันทร์ที่ 29 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งรถ บิโมตา HB4 คันที่ใช้ทดสอบยังไม่มีการตกแต่งลวดลายสำหรับลงแข่งขันเนื่องจากมีรายงานว่ากำลังจะได้สปอนเซอร์ใหม่เข้ามาเพิ่มเติม

ล่าสุด MGR SPORT ได้รับการยืนยันจากนายอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหารบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ถึงเรื่องผู้สนับสนุนรายใหม่ว่า "การที่รถของฟีมไม่มีลวดลายในการทดสอบเนื่องจากกำลังรอความคืบหน้าเรื่องสปอนเซอร์ที่จะเข้ามาเพิ่ม ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้สิงห์ คอร์เปอร์เรชันเข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลักร่วมกับปตท.สนับสนุนฟีมในปี 2010"

พร้อมกันนี้บอสใหญ่เอ.พี.ฮอนด้า ยังเผยถึงความคืบหน้าในการเปิดตัวรัฐภาคย์สู้ศึกโมโตทูฤดูกาลใหม่ ที่จะมีขึ้นที่ บูธ เอ.พี.ในงานมอเตอร์โชว์ วันที่ 3 เมษายนนี้ ที่ไบเทค บางนา ว่าจะเป็นแถลงความพร้อมของฟีม รวมถึงจะมีการเปิดตัวลวดลายพร้อมสปอนเซอร์ใหม่ภายใต้รถแข่งที่คันที่จะปรับแต่งให้คล้ายรถ บิโมตา HB4 ให้ได้มากที่สุด

ด้านรัฐภาคย์ ที่มีคิวเดินทางกลับถึงเมืองไทยในวันที่ 1 เมษายน เผยความรู้สึกต่อรถคันใหม่หลังจบการทดสอบที่เฆเรซว่า "3 วันที่เฆเรซเป็นประโยชน์กับเรามากเพราะรถยังมีบางอย่างที่ต้องปรับปรุง โดยเฉพะที่นั่งนักขับที่เล็กเกินไป รวมถึงน้ำหนักของเฟรมที่ดูจะหนักว่าทีมอื่น ซึ่งทีมงานรับปากจะแก้ไขให้ทันเปิดฤดูกาล(11 เม.ย.ที่กาตาร์)แน่นอน"

สำหรับผู้สนับสนุนนักบิดชาวไทยภายใต้รถหมายเลข 14 ในศึกโมโตทู 2010 ประกอบไปด้วย สิงห์ คอร์เปอร์เรชัน และปตท.เป็น 2 สปอนเซอร์หลัก นอกจากนี้ยังมีการกีฬาแห่งประเทศไทย ,เดอะ พิซซา คอมปานี และเอไอเอส ที่ยังคงสนับสนุนเจ้าฟีมอย่างต่อเนื่อง โดยเป็นที่คาดกันว่าใน 1 ฤดูกาลจะต้องใช้งบอยู่ที่ 1.3 ล้านยูโร (ราว 58.5 ล้านบาท)


เพิ่งเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000045320

วันพฤหัสบดีที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2553

FINAL IRTA TEST



การฝึกซ้อมอย่างเป็นทางการครั้งสุดท้ายของบรรดานักแข่งในรุ่นโมโต 2 ได้เสร็จสิ้นลงไปเมื่อช่วงบ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา เจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักแข่งรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก หนึ่งเดียวของไทย ซื้อตั๋วไปทันซ้อมอย่างชนิดใจหายใจคว่ำ เมื่อต้นสังกัดไม่สามารถบรรลุข้อตกลงเกี่ยวกับตัวถัง (Frame) ที่จะใช้ชิงชัยในปีนี้ รวมทั้งสปอนเซอร์บางรายที่ยังไม่พร้อมเข้าสนับสนุน ทำให้เกิดการล่าช้าไปทุกขั้นตอน

แต่อย่างไรก็ดี เจ้าฟีมก็ได้บินไปร่วมฝึกซ้อมกับเพื่อนๆในรุ่นนี้ ที่มีทั้งเพื่อนเก่าและใหม่รวมแล้ว 40 ชีวิต นับว่าเป็นการแข่งขันที่มีประชากรมากที่สุด ทำให้นึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ในรุ่น GP125 มีรถมากถึง 44 คัน โดยการฝึกซ้อมในรุ่นนี้ได้ทำการฝึกซ้อมไปแล้วทั้ง 3 สนาม (เฮเรซ, คาตาลุนย่าและบาเลนเซีย) ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา


สรุปสุดท้ายทีมงานแซ๊กได้เลือกใช้บริการตัวถังของ Bimota รุ่น HB4 (Honda-Bimota version4) โดยทีมงาน Bimota ได้ทำการพัฒนามาจนถึงแบบที่ 4 แต่ยังไม่มีนักแข่งในโมโต2 รายใดได้เคยขับขี่ และในการแข่งขันปีนี้ก็จะมีเพียง 2 คนที่จะใช้ตัวถัง HB4 คือ รัฐภาคย์วิไลโรจน์กับเบอนาด มาติเนซ เพื่อนร่วมทีมแซ๊ก

ภาพอากาศที่ประเทศเสปนในช่วงนี้ยังคงหนาวเย็น โดยวันที่เริ่มซ้อมวันแรก อากาศเย็นสบาย แต่ทีมงานไทยฮอนด้า พีทีที สิงห์ แซก กับไม่สบายเหมือนอากาศ เพราะรถที่ยังไม่พร้อมสมบูรณ์ เนื่องจากเพิ่งจะได้รับตัวถังมาเมื่อช่วงกลางเดือนนี้เอง เจ้าฟีมต้องเข้าๆออกพิทเพื่อแก้ปัญหาที่มีอยู่แทบทุกจุด วัดรอบไม่ขึ้น ตัวบันทึกข้อมูลไม่อ่าน ช๊อคอัพหลังยังไม่เสร็จ ช๊อคอัพหน้านิ่มไป และอีกสารพัดที่ต้องจัดการ วันแรกจึงวิ่งไปเพียง 44 รอบในขณะที่เพื่อนๆ ร่วมการแข่งขันฝึกซ้อมกันอย่างสุกสนาน บางคนวิ่งเกือบร้อยรอบ ผู้ที่เร็วที่สุดในวันนี้เป็น #24 โทนี่ อิไลอัส นักแข่งที่ลงมาจากรุ่นโมโตจีพี ทำเวลาที่ 1'44.077 ในขณะที่ฟีมทำได้เพียง 1'46.454 และมาดีขึ้นในช่วงบ่ายที่ 1'45.981

"หยุดขี่ไปนาน แม้ว่าจะได้ขี่ในเมืองไทยมาพอประมาณ แต่ก็ไม่เหมือนกัน ทั้งสภาพสนาม ความเร็ว รวมทั้งสภาพกาศ วันนี้ต้องปรับหลายจุด ทำให้ขี่ได้น้อยกว่าที่ควรจะเป็นครับ"

การซ้อมในวันที่สอง สภาพอากาศยังคงเป็นไปอย่างสบาย ทีมงานแซ๊กได้แก้ไขข้อบกพร่องในหลายจุด ทำให้วันนี้เจ้าฟีมได้ขับขี่มากรอบขึ้น และสามารถกดคันเร่งทำเวลาได้ดีขึ้นในทุกจุด เป็นรองหัวแถวอย่าง #72ยูกิ ทาคาฮาชิในแต่ช่วงเพียงเล็กน้อย จากอากาศที่เย็นลงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ทำให้ยูกิ ทำเวลาได้เพียง 1'44.552 ช้ากว่าเมื่อวานราวครึ่งวินาที อิไลอัสเองก็ช้าลง 1'44.844 คือเวลาที่เต็งหนึ่งอย่างอิไลอัสทำได้ เจ้าฟีมขยับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 1'45.463 ช้ากว่ายูกิไม่ถึงวินาที

"ทดลองหลายอย่างมากครับ แต่ก็ดีขึ้น ขี่ง่าย เลี้ยวง่าย แต่ดูเหมือนว่า HB4 จะหนักกว่า Suter ที่เคยขี่เมื่อปลายปีแล้วนิดหน่อย ช๊อคอัพหน้ายังนิ่มไปนิด สปริงที่เตรียมมาไม่พอกับความแรงและน้ำหนักของรถที่มากขึ้น หลัง OK เบรกก็ดี มีท่านั่งที่ยังอึดอัดไปนิด ทีมงานรับปากว่าจะขยับขยายให้ แล้วก็มีอัตราเร่งที่ยังไม่ทัน Moriwaki โดยรวมพอใจมากครับ"

วันสุดท้ายของการทดสอบ ช่วงเช้าอากาศดี แต่ช่วงบ่ายฝนตก มีนักแข่งพลาดล้มไปหลายคัน ที่หนักที่สุดคือเต็งหนึ่งอย่างอิไลอัส ถึงขั้นกระดูกมือและเท้าแตก ฟีมเองก็ขี่แบบเซฟในช่วงเช้า ก็มี #71 คลาอูดิโอ้ คอรติที่เร็วสุด 1'44.044 อิไลอัสก่อนล้ม 1'44.263 ฟีมทำได้เพียง 1'46.014 ช้ากว่าคอรติ 2 วินาที
ผลการซ้อมทั้งสามวัน

หลังการซ้อมเสร็จสิ้น ทุกทีมต้องถอดเครื่องยนต์คืนให้กับผู้จัดฯเพื่อที่จะได้นำกลับไปปรับสภาพให้ใหม่เหมือนเดิม จากนั้นก็เก็บรถแข่งและอุปกรณ์ลงลังเพื่อส่งไปยังประเทศการ์ต้า

"คู่แข่งปีนี้ไม่น่ากลัวมากนัก เป็นห่วงแต่เรื่องรถ เพราะเรามีเวลาน้อยกว่าทีมอื่น และยังต้องแก้ไขอีกหลายจุด เรื่องแฟริ่งที่ใหญ่ไปหน่อย โดยทีมงานได้ทดลองตัดแต่งก็ดีขึ้น และรับปากว่าจะออกแบบใหม่ให้ทันการแข่งสนามแรกที่การ์ต้า คู่แข่งที่ดูดีก็มี #24 อิไลอัสกับ #15 ดิ แองเจิลลิส สองคนนี้ปรับรถเร็ว คนอื่นๆ ก็พอได้ ยังมีจากรุ่นเล็กก็เก่งใช้ได้ แต่อย่างไรฟีมไม่ยอมอยู่แล้วครับ"

โดยรวมเป็นที่น่าพอใจกับเวลาที่มีให้เพียง 3 วัน หลังจากนี้การบ้านใหญ่ตกหนักที่ทีมงานแซ๊กและ Bimota ที่จะต้องปรับ HB4 ให้อยู่มือภายในเวลาไม่ถึง 10 วันนับจากนี้

การแข่งขันสนามแรกเป็นการแข่งขันในเวลากลางคืนเหมือนเช่นปีที่ผ่านมาที่สนามโลไซอัล เมืองโดฮา ประเทศการ์ต้าในระหว่างวันที่ 9-11 เมษายน 2553 ที่จะถึงนี้ครับ



เพิ่งเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page045.asp?id=0591

ข่าวที่เกี่ยวข้อง