วันพุธที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2553

เอสวายเอ็ม สองล้อไต้หวันลุยไทยเล็งยอดปีแรก2หมื่นคัน

เอสวายเอ็ม สองล้อไต้หวัน ประกาศแผนลุยตลาดไทยส่ง 5 รุ่นใหม่ทำตลาด เล็งยอด 2 หมื่นคันต่อปี

นายธนชาต ธนาดำรงศักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็ม ไบค์ มอเตอร์เซลส์ จำกัด ผู้นำเข้า และจัดจำหน่ายรถจักรยานยนต์เอสวายเอ็ม (SYM-Taiwan’s Sangyang Motor) จากไต้หวัน เปิดเผยว่า บริษัทได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ ใหม่ 5 รุ่นได้แก่ BONUS X110 cc Fiddle II 125 cc Orbit 125cc 50 cc RADAR X 125 cc และ Symphony 125 s ซึ่งจักรยานยนต์เอสวายเอ็ม เป็นรถจักรยานยนต์ยี่ห้อใหม่ ที่เน้นเรื่องคุณภาพสูงกว่ารถจักรยานยนต์จากจีน ในราคาจำหน่ายที่ต่ำกว่า

บริษัทมีเป้าหมายการจำหน่าย ในปีแรก 6,000 คันต่อปี จากเครือข่ายดีลเลอร์ 50 แห่ง และในอนาคตคาดว่าจะทำยอดขาย 12,000 คันต่อปี เมื่อมีดีลเลอร์ครบ 100 แห่ง ทั้งนี้ บริษัทมีเป้าหมายที่จะเป็นอันดับหนึ่งของเซ็กเมนท์ รถอื่นๆ ที่ไม่ใช่รถญี่ปุ่น (Non-Japanese Brand) หรือมียอดขายที่ประมาณ 20,000 คันต่อปี ในอนาคต
นายธนชาต กล่าวต่อไปว่า เอสวายเอ็มเหมาะสมกับไลฟ์สไตล์ของคนไทยที่ชื่นชอบแฟชั่น ความแปลกใหม่ และมีความต้องการรถจักรยานยนต์คุณภาพ ที่สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่าในภาวะเศรษฐกิจที่น้ำมันมีราคาแพง สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลัก คือ กลุ่มลูกค้าที่ใช้รถในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น นักศึกษา และวินมอเตอร์ไซค์ ผู้ที่ต้องการรถไว้ใช้เฉพาะในช่วงวันหยุด เพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับการเดินทางในระยะทางใกล้ๆ ที่สำคัญ คือ กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการรถจักรยานยนต์ที่มีคุณภาพมาตรฐาน ในราคาที่ต่ำกว่า


นายธนชาต กล่าวต่อว่า บริษัทจะมุ่งเน้นการสร้างตลาดและการกระจายสินค้าผ่านตัวแทนจำหน่าย การกระตุ้นให้กลุ่มเป้าหมายได้มีการทดลองใช้รถ นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับการจำหน่ายผ่านไปยังกลุ่มเกษตรกร และสหกรณ์ต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการสินค้าคุณภาพ ในราคาสมเหตุสมผลอย่างแท้จริงปัจจุบัน บริษัทมีดีลเลอร์จำนวน 50 แห่ง ในอนาคตคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 แห่ง

"กิจกรรมส่งเสริมการขายเพื่อกระตุ้นตลาด แนะนำแบรนด์เอสวายเอ็ม ให้เป็นที่รู้จักนั้นจะเริ่มจากการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ เพื่อสร้างการรู้จักรับรู้ในแบรนด์ สู่กลุ่มเป้าหมายอย่างเป็นทางการ พร้อมจัดแคมเปญ ข้อเสนอพิเศษ อำนวยความสะดวกเรื่องการจัดไฟแนนซ์ เพื่อกระตุ้นการซื้อ โดยเฉพาะในต่างจังหวัด จะให้ความสำคัญกับสื่อต่างๆ ตลอดจนการเข้าไปจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายในสังคมต่างจังหวัดอย่างครอบคลุม" นายธนชาตกล่าว

ทั้งนี้ ความต้องการของตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย ยังคงเติบโตต่อเนื่องโดย 2 เดือนแรกของปีนี้ มียอดขาย รวม 296,995 คัน เติบโต 133% และคาดว่าในสิ้นปีตลาดรวมจะมียอด 1.68 ล้านคัน

เพิ่มเติม http://www.bangkokbiznews.com/

พาณิชย์ยื่นฟ้องเอ.พี.ฮอนด้าพฤติกรรมค้าไม่เป็นธรรม

รมว.พาณิชย์ เห็นชอบให้อัยการยื่นฟ้อง บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า คดีตัวอย่างข้อหามีพฤติกรรมเข้าข่ายแข่งขันการค้าไม่เป็นธรรมจนกระทบต่อธุรกิจเดียวกัน

ที่ประชุมคณะกรรมการแข่งขันทางการค้า ซึ่งมีนางพรทิวา นาคาศัย รมว.พาณิชย์ เป็นประธาน เห็นชอบให้กรมการค้าภายในส่งเรื่องให้อัยการยื่นฟ้องบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า เป็นคดีตัวอย่างข้อหามีพฤติกรรมเข้าข่ายแข่งขันการค้าไม่เป็นธรรม หลังพิจารณายืดเยื้อมานานกว่า 9 ปี

นายยรรยง พวงราช ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ที่ประชุมฯเห็นชอบให้กรมการค้าภายในส่งอัยการฟ้องร้องบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ตามข้อสรุป และข้อเสนอของคณะอนุกรรมการสอบสวนการร้องเรียนฯ เนื่องจากบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด มีพฤติกรรมเข้าข่ายแข่งขันทางการค้าไม่เป็นธรรม จนกระทบต่อธุรกิจลักษณะเดียวกัน

โดยบริษัทฯ ได้ใช้อำนาจเหนือตลาดห้ามตัวแทนจำหน่าย(เอเย่นต์) ขายรถจักรยานยนต์ของบริษัทคู่แข่ง ซึ่งมีการร้องเรียนมาตั้งแต่ปี 2544 และถือเป็นการทำผิดตามมาตรา 29 พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2542 ที่มีโทษปรับไม่เกิน 6 ล้านบาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

"ถือเป็นกรณีแรกที่มีการฟ้องเอาผิดตามกฎหมายแข่งขันทางการค้า โดยเป็นการสอบสวนไปตามขบวนการที่พิจารณาจากข้อเท็จจริงจากพยาน 23 ปาก และหลักฐานกว่า 2,000 หน้า ประชุมกันถึง 12 ครั้ง ก็พบว่ามีการกระทำที่ไม่ใช่การแข่งขันที่เป็นธรรมจนก่อให้เกิดความเสียหายต่อธุรกิจรายอื่นที่มีลักษณะแบบเดียวกัน" นายยรรยง กล่าว

สำหรับการประชุมครั้งนี้สามารถพิจารณากรณีบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า ได้เพียงเรื่องเดียว ส่วนกรณีอื่นๆ นั้นที่ประชุมฯ จะมีการพิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป โดยมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนอีก 3 เรื่องที่ร้องเรียนเข้ามา คือ การขายเหล้าพ่วงเบียร์, การกีดกันทางการค้าในธุรกิจสื่อสิ่งพิมพ์ และขายข้าวถุงต่ำกว่าทุน

Skydrive 125



Futuristic & Emotional Design เพิ่มสีสันให้ชีวิต แต่งแต้มจิตวิญญาณสุด Extreme ในตัวคุณกับ สีสันถึง 4 สี Silver, Red, Black, และ White พร้อมเส้นสายกราฟฟิก มาดใหม่ให้ทุกไลฟ์สไตล์มันส์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อชีวิตโลดแล่น สู่ทุกเส้นทางได้เร้าใจแบบสุดขั้ว

ฉีกทุกแนวกล่องเก็บของอเนกประสงค์ใต้เบาะสารพัด... สารพัด...สารพัน จะจัดเก็บทั้งเครื่องเล่น PSP เสื้อผ้าสุดเท่ หรือ จะเป็นของไฮเทคส่วนตั๊ว...ส่วนตัว ที่เก็บติดตัวไปได้ทุกที่ สะดวก...สบาย ช่องเก็บของสารพัดประโยชน์ด้านหน้า ช่องใส่ของด้านหน้าขนาดใหญ่ 2 ช่องพร้อมที่แขวนอเนกประสงค์ โดนใจคนมีของ(มันส์ๆ) เก็บได้เข้าที่ หยิบใช้ได้ทันใจ สนองตอบ ไลฟ์สไตล์ชีวิตที่เป็นคุณ เซฟตี้สุดๆ... ระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้นแบบแม่เหล็ก รถคู่ใจ...จอดได้มั่นใจกับระบบกุญแจนิรภัย 2 ชั้นแบบแม่เหล็ก เพิ่มความปลอดภัยมั่นใจทุกที่ที่จอด ล็อคสะดวกมั่นใจแค่เพียงปลายนิ้ว เหนือชั้น...มั่นใจ ดิสก์เบรกและโช้คอัพหน้า โช้คอัพหน้าแบบจุดยึดแกนตรงกลาง ให้การทรงตัวเป็นเยี่ยม ยึดเกาะทุกสภาพถนน พร้อมมั่นใจปลอดภัยกัดิสก์เบรกหน้า หยุดสนิท สั่งได้ดังใจคุณ ออโต้หัวฉีดอัจฉริยะ DCP-FI (Fuel Injection) Super CVT 4 จังหวะ 125 ซีซี แรงเหนือใครด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดอัฉริยะ DCP-FI (Discharge Pump Fuel Injection) ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีดที่แม่นยำ เที่ยงตรงทุกอัตราเร่งพาไปไหนได้หมดจด รักษ์โลกสไตล์คนวัยมันส์ เพราะเครื่องยนต์ผ่านมาตรฐานค่าไอเสียระดับ 6 ประหยัดน้ำมัน กว่าอย่างเหนือชั้น สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E20 เร่งสปีด เต็มพลังด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Super CVT (Super Continuously Variable Transmission) ให้แรงบิดเป็นเยี่ยม แรงแซง สู่เส้นทางที่เป็นตัวจริง SUZUKI SKYDRIVE 125
Drive ชีวิตถึงขีดสุด


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/Product/Motorcycle/Skydrive2010.asp

ซิ่งเลี่ยนเร็วสุดเทสต์ "โมโตทู" วันสุดท้าย



เคลาดิโอ คอร์ติ นักบิดอิตาเลียนจากทีมฟอร์เวิดร์ด เรซซิง ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทู ทำเวลาเร็วที่สุดในการทดสอบรถครั้งสุดท้ายก่อนเปิดฤดูกาล ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ขณะที่ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยทำเวลาเข้ามาอันดับที่ 21 จากนักบิด 40 คน

บรรดานักบิดรุ่นโมโตทู เครื่องยนต์ 600 ซีซี 4 จังหวะต่างนำรถลงทดสอบสนามครั้งสุดท้าย ตามโปรแกรมเทสต์อย่างเป็นทางการ ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน หลังจาก 2 วันแรก โทนี อีเลียส และยูกิ ทากาฮาชิ 2 นักบิดที่ลงมาจากรุ่นโมโตจีพี ทำเวลาได้ดีที่สุด

ซึ่งในการเทสต์วันสุดท้าย นักแข่งแต่ละคนสามารถนำรถลงจับเวลาได้ในรอบเช้าเท่านั้น ซึ่งผลปรากฎว่า เคลาดิโอ คอร์ติ ทีมฟอร์เวิดร์ด เรซซิง ภายใต้เฟรมรถซูเตอร์ ทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1 นาที 44.044 วินาที ซึ่งนับเป็นเวลาที่ดี่ที่สุดตลอด 3 วันของการทดสอบ

ขณะที่ท็อป 5 ของการทดสอบโมโตทู ที่เฆเรซ ประกอบไปด้วย อันดับ 2 โทนี อีเลียส จากทีมเกรซินี อันดับ 3 คาเรล อับบราฮัม จากทีมเอบี มอเตอร์ริง อันดับ 4 สก็อตต์ เรดดิง จากทีมมาร์ค วีดีเอส และอันดับ 5 เป็นเคนนี โจนส์ จากทีมอันโตนิโอ แบนเดอร์รัส

ส่วนผลงานของรัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสังกัดทีมไทยฮอนด้า-แซค ภายใต้เฟรมรถบิโมตา HB4 ในวันสุดท้าย ทำเวลาต่อรอบเข้ามาเป็นที่ 27 อย่างไรก็ดีหากรวมเวลา ทั้ง 3 วัน "เจ้าฟีม" ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดที่ 1 นาที 45.463 วินาที รั้งอันดับ 21 จากนักบิดรุ่นนี้ 40 คน

สำหรับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 ทั้งรุ่นโมโตจีพี โมโตทู และรุ่นจีพี125 จะเปิดฉากสนามแรกของปีกันที่สนามโลไซอัล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ วันที่ 11 เมษายนนี้



เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000043949

วันอังคารที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฟีม พอใจผลเทสต์รถ 2 วันแรก



รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์ จีพี สังกัดทีมไทยฮอนด้า-แซค พอใจผลการทดสอบ บิโมตา HB4 รถแข่งคันใหม่ ที่จะใช้ลุยศึกโมโตทู 2010 หลังนำรถลงทดสอบที่สนามเฆเรซรวม 104 รอบสนาม เมื่อวันเสาร์-อาร์ทิตย์ที่ 27-28 มี.ค. ที่ผ่านมา นักบิดหน้าตี๋ชาวไทย ต้องรอจนถึงรอบสุดท้ายของโปรแกรมทดสอบรถในรุ่นโมโตทู หลังพลาดการเทสต์รถ 2 รอบแรกร่วมกับนักแข่งอีกกว่า 30 คน เนื่องจากทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) มีปัญหาเรื่องเฟรมรถคันใหม่ ก่อนจะมาลงตัวที่รถเฟรมบิโมตา HB4 จากอิตาลี


ซึ่งหลังจากที่เจ้าฟีมที่ได้ขี่รถคันใหม่เป็นครั้งแรกที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปนในช่วงวันเสาร์ บักบิดไทยทำเวลาต่อรอบได้ดีพอสมควรแม้อยู่ในช่วงปรับจูนรถคันใหม่อยู่พอ สมควร โดยรั้งอันดับ 23 จากนักบิด 36 คน หลังนำรถลงไปวิ่งทั้งหมด 44 รอบสนาม อย่างไรก็ดีในการทดสอบวันอาทิตย์ รัฐภาคย์ สามารถขยับเวลาของตัวเองมาได้ด้วยการรั้งอันดับ 19 จาก 36 คัน ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 45.463 วินาที จากการบิด 60 รอบสนาม ช้ากว่าเวลาของยูกิ ทากาฮาชิ นักบิดทีมเทคทรี เรซซิงที่ทำเวลามาเป็นอันดับ 1 อยู่ 0.9 วินาที
โดยภายหลังการทดสอบฟีมเผยว่า "วันเสาร์เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะผมเพิ่งจะจับรถเป็นวันแรก แต่ต้องขอบคุณทีมงานที่ทำงานอย่างหนักในการเซ็ตอัพ ก่อนที่วันอาทิตย์จะทำให้การขับขี่ง่ายขึ้น ผมพอใจรถเป็นอย่างมากโดยเฉพาะความสมดุลระหว่างล้อหน้าและหลังในการเข้าโค้ง เช่นเดียวกับการใช้คันเร่งในช่วงออกโค้ง" สำหรับฟีมยังมีคิวนำรถลงทดสอบเป็นวันสุดท้ายที่สนามเฆเรซในวันจันทร์ ที่ 29 มี.ค.นี้ จากนั้นจะบินกลับมาเมืองไทยเพื่อเปิดตัวอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 เม.ย. ก่อนที่จะลงแข่งสนามแรกของปี 2010 ที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 11 เม.ย.นี้


เพิ่มเติม http://www.mocyc.com/news/view.php?category=1&idnews=354

วันจันทร์ที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2553

แนะนำรถจักรยานยนต์ใหม่ : New Smash



New Smash แจ่มแจ๋ว หัวจรดปลายท่อ เมื่อได้ขับขี่ Smash ใหม่ขวัญใจของทุกคน กับเครื่องยนต์ 110 ซีซี 4 จังหวะ ไฟหน้าชัดแจ๋ว ดีไซน์สุดแจ่ม ชุดไฟหน้าแบบมัลติรีเฟลกเตอร์ ใหม่ สไล์สุดล้ำ ไปไหนใกล้ไกล ก็วางใจได้เพราะส่องสว่างอย่าง แจ่มแจ๋วตลอดเส้นทาง แรงเต็มเปี่ยม... เยี่ยมจนต้อง ยกนิ้วให้ เครื่องยนตใหม่แจ่มแจ๋วกว่า ใคร มั่นใจได้เต็มที่ แรงดี ประหยัดกว่า ขับนุ่ม ขี่ง่าย สนุก ได้ทุกที่กับระบบเกียร์วน 4 ระดับ แถมยังรักษ์โลก เพราะ เครื่องยนต์ New Suzuki Smash ผ่านมาตรฐานไอเสีย ระดับ 6 ออกไปท่องโลกอย่าง สนุกสนานได้ไม่มีปัญหา

แผงหน้าปัด... ดีไซน์จัด ไม่แพ้ใคร ทันสมัยที่ดีไซน์ อ่านข้อมูลง่าย แสดงผลมาตรวัดความเร็ว และ มาตรวัดระดับน้ำมัน บิดได้เต็มที่ ไม่ต้องมีห่วง! กราฟฟิกเด็ด ดีไซน์โดน ลูกเล่นเด็ดๆกับลายกราฟฟิก ใหม่ โดนใจเต็มเต็ม... เท่ล้ำ ได้ไม่เหมือนใครและไม่มี ใครเหมือน ไฟท้าย... ดีไซน์เท่ไม่เป็นรอง เคลียร์ทุกปัญหา มองเห็นชัดทั้ง กลางวันและกลางคืน ด้วยลุคสปอร์ตสวยสะดุดตา แถมลีลาเลี้ยวก็สะกดใจ ปลอดภัย จอดไว้ได้ โนพลอมแพลม ระบบกุญแจป้องกันการโจรกรรม แบบแม่เหล็ก จอดใกล้ไกลก็ วางใจได้...ไม่มีปัญหา (เฉพาะรุ่น FW110S/SD) สตาร์ทชิวๆ วิ่งฉิวสบายใจ ออกตัวง่ายแสนสบายกับระบบ สตาร์ทมือ ด้วยปุ่มใหญ่กดทีเดียว อยู่เป๊ะ! โนพลอมแพลมกัน ทั่วหน้า (เฉพาะรุ่น FW110SD) สั่งหยุดสุดสนิทกับดิสก์เบรก ระบบเบรกหน้าแบบดิสก์เบรก หยุดสนิทได้ดั่งใจ ใครๆก็ว่าแจ๋ว เพราะปลอดภัยทุกการเดินทาง จุให้หนำใจกับกล่องเก็บของ อเนกประสงค์ กล่องใส่ของใต้เบาะ จุได้หลากหลายเก็บได้เข้าที่ สิ่งของสารพัดจัดให้ได้


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/Product/Motorcycle/Smash2010.asp

วันเสาร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฮอนด้า ผนึกกำลังผู้ใช้หัวฉีด



PGM-FI การันตีความสนุก วางหมากกลยุทธ ์We Are Fun Riders ตอกย้ำความเป็นผู้นำ "มอเตอร์ไซต์หัวฉีด คือ ฮอนด้า"พร้อมเผยโฉมความท้าทายสุดยิ่งใหญ่ต้นแบบอนาคตในงานมอเตอร์โชว์ 2010 นี้ ฮอนด้า ประกาศความยิ่งใหญ่ในงานมอเตอร์โชว์ 2010 พร้อมนำตลาดรถจักรยานยนต์ไทยก้าวสู่ยุคหัวฉีด PGM FI อย่างเต็มตัว ด้วยการรวมพลังกลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกจากฮอนด้าหัวฉีดภายใต้คอนเซพ “We are Fun Riders” ประกาศความเชื่อมั่นจากเสียงของผู้ใช้จริงมาร่วมยืนยันความสนุก พร้อมตอกย้ำ “มอเตอร์ไซต์หัวฉีด คือ ฮอนด้า” หวังเปลี่ยนตลาดรถจักรยานยนต์ไทยสู่ยุคหัวฉีด เพื่อการขับขี่อย่างสนุก โดยไม่ทำร้ายสิ่งแวดล้อม และช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง พร้อมเปิดตัวความสนุกสีใหม่ของรถ เอ.ที หัวฉีดสุดฮิต 3 รุ่น ทั้งฮอนด้าพีซีเอ๊กซ์ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ และฮอนด้า คลิก ไอ นอกจากนั้น ยังโชว์ความเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์โลก ด้วยการเผยโฉม Honda VFR1200F ตัวใหม่ล่าสุด กับ วิวัฒนาการใหม่ล่าสุดในการก้าวข้ามขีดจำกัดของการขับเคลื่อนรูปแบบใหม่ ที่ใสสะอาดไร้น้ำมันเชื้อเพลิงของ EV Cub และ U3-X สุดยอดเทคโนโลยีจากกลุ่ม HELLO! (Honda Electric Mobility Loop) และที่พลาดไม่ได้กับการเปิดตัวคู่ใจตัวใหม่ของ ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ กับความท้าทายใหม่ในสนามแข่งระดับโลกปี 2010 รุ่น Moto 2 ที่ใช้เครื่องยนต์ฮอนด้า 4 จังหวะ 600 ซีซี ระบบหัวฉีด PGM FI

มร. เซนจิโร่ ซากุราอิ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ปี 2008 ที่ฮอนด้าได้ประกาศพันธกิจในฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทยที่ต้องการนำเสนอยุคใหม่แห่งการขับขี่ด้วยระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI เพื่อแบ่งเบาภาระค่าน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นให้กับผู้ใช้รถทุกท่าน จากเจตนารมย์ดังกล่าวจนถึงวันนี้ ฮอนด้าเป็นบริษัทรายแรกและรายเดียวที่พัฒนาและปรับรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกคันให้เป็นระบบหัวฉีด PGM-FI ทั้งหมด พร้อมนำเสนอความต่างด้านไลฟ์สไตล์ความสนุกของรถแต่ละรุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการอันหลากหลายให้ครบถ้วนทุกเซกเมนต์ ซึ่งผลตอบรับทั้งหมดการันตีได้ด้วยยอดผู้ขับขี่ฮอนด้าหัวฉีดที่มีมากขึ้นถึงกว่าล้านคันภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว โดยงานมอเตอร์โชว์ปีนี้ฮอนด้าได้กำหนดคอนเซพว่า We are Fun Riders พร้อมเชิญกลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกมาร่วมประกาศความมั่นใจ พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจถึงการขับขี่รถฮอนด้าหัวฉีดอย่างเต็มรูปแบบ 100% ตั้งแต่เดือนมีนาคม 2010 นี้เป็นต้นไป” สำหรับในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์” (The 31st Bangkok International Motor Show) ครั้งที่ 31 นี้ ทางฮอนด้าได้ผนึกกำลังความคิดสานต่อเรื่องราวความสนุกมากมายจากมอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีด โดยเน้นใช้กลยุทธ์เชิงรุกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ แบบเข้าถึงอินไซต์จริงของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าระบบหัวฉีด PGM-FI ที่มีมากถึงกว่าล้านคนในปัจจุบัน โดยสะท้อนออกมาใต้ร่มคอนเซปต์ “We are Fun Riders” เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาด “มอเตอร์ไซต์หัวฉีด คือ ฮอนด้า” ซึ่งกลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกเหล่านี้จะมาบอกเล่าความสนุกในสไตล์ของตนเอง พร้อมส่งต่อความภาคภูมิใจหลังได้ใช้มอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีดให้เพื่อนๆ คนอื่นๆ ได้สัมผัสกันต่อไป ทั้งในเรื่องของคุณประโยชน์ด้านความประหยัด ความแรงจากอัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ความห่วงใยที่มีต่อสิ่งแวดล้อม ตลอดจนความทนทานที่เชื่อมั่นมายาวนาน และที่ขาดไม่ได้คือความสนุกที่ได้บ่งบอกคาแรกเตอร์ของตัวตนผ่านการขับขี่ สำหรับไอเดียในการสร้างสรรค์บูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ภายใต้แนวคิด “We are Fun Rider…มอเตอร์ไซต์หัวฉีด คือ ฮอนด้า” นี้ กำหนดภาพลักษณ์ให้เป็นแนวไลฟ์สไตล์ที่บ่งบอกและใกล้เคียงกับคาแรกเตอร์ของผู้ขับขี่ตัวจริง บูธได้ถูกจำลองขึ้นตามแต่ละคาแรกเตอร์แต่ละสไตล์ โดยสิ่งที่แตกต่างจากครั้งก่อนๆ คือในครั้งนี้ฮอนด้าเองไม่ได้เป็นผู้บอกเล่าเรื่องราวด้วยตนเอง หากแต่เป็นผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีดตัวจริง ที่เราเรียกว่า “กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุก” คือผู้บอกเล่าความสนุกในรูปแบบต่างๆ ที่พวกเขาและมอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีดของพวกเขาได้พบเจอ ซึ่งสไตล์ความสนุกต่างๆ นั้น ประกอบด้วย I am Premium Fun Rider! : กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกระดับพรีเมี่ยม กับคาแรคเตอร์การขับขี่ที่องอาจ เหนือระดับ โดยในกลุ่มนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีด ทั้งเครื่องจักรแห่งท้องถนนสายพันธุ์ล่าสุด VFR1200F ที่จารึกความยิ่งใหญ่เป็นครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยี Dual Clutch Transmission ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะที่สามารถเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้ 2 ระบบ ทั้งระบบอัตโนมัติและระบบเกียร์ กับเครื่องยนต์พันธุ์ดุ 1,237 ซีซี 4 สูบ 4 จังหวะ 16 วาล์ว OHC (UNICAM) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ระบบหัวฉีด PGM-FI, CB1100 ความทรงจำล้ำอนาคต เครื่องยนต์ทรงประสิทธิภาพขนาด 1,140 ซีซี 4 สูบเรียง 4 จังหวะ DOHC ระบายความร้อนด้วยอากาศ ระบบหัวฉีด PGM-FI พร้อมซุปเปอร์สปอร์ตมาดเข้มโฉมใหม่ 2010 Honda CBR600RR และสุดยอดยนตกรรมสะท้านสายตาคนทั่วโลก Honda PCX คันสีขาวใหม่ ถ่ายทอดชีวิตเหนือระดับได้อย่างสมบูรณ์แบบ I am Happy Fun Rider! : กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกสไตล์ครอบครัวความสุข กับคาแรคเตอร์การขับขี่สะดวกสบาย ทนทาน และประหยัดน้ำมันสุดๆ โดยในกลุ่มนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีด สุดยอดอมตะความนิยม ทั้ง Super Cub และ Little Cub พร้อมส่งต่อความสุขในรูปแบบที่คุ้นเคยกับความนิยมในเมืองไทยกับฮอนด้าตระกูลเวฟ อย่างพี่ใหญ่สุดในตระกูล Honda Wave125i, Honda Wave110i ระบบเอ.ที. พร้อมเปิดตัวความสุขสีสันใหม่ของ Honda Wave110i ระบบเกียร์ สีชมพู สดใสมากขึ้น และไอเดียตกแต่งสุดจี้ด โดนใจ I am Trendy Fun Rider! : กลุ่มผู้ขับขี่ความสนุกสุดอินเทรนด์ กับคาแรกเตอร์การขับขี่สไตล์มันส์ของวัยแนว โดยในกลุ่มนี้ประกอบด้วยมอเตอร์ไซต์ฮอนด้าหัวฉีด เอ.ที แฟชั่นยุคใหม่ของคนมีแนว Honda Scoopy i กับการเปิดตัว 3 สีใหม่แสบมันส์กว่าเดิม สีเหลือง สีฟ้า และสีแดง, Honda Click i 3 สีใหม่ 360 องศาแห่งความเท่ สีทอง สีชมพู และสีน้ำเงิน, Honda Air-blade i และไอเดียตกแต่งจากศิลปินไอดอลเด็กแนวทั่วฟ้าเมืองไทย อาทิ โอ๋ ฟูตอง, ทรงศีล ทิวสมบูรณ์, ตั้ม วิสุทธิ และอื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนั้น ภายในบูธรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยังมีการนำเสนอสุดยอดความท้าทายอันเหนือขีดจำกัดของฮอนด้า ภายใต้คำจำกัดความ “Honda Challenging Spirit” เสนอความท้าทาย 2 มุมมอง โดยมุมมองแรก Honda Challenge the World ความท้าทายในสนามแข่งระดับโลก โมโตทู กับรถใหม่ 600 ซีซี 4 จังหวะ ระบบหัวฉีด PGM-FI และนักแข่งหนึ่งเดียวของชาวไทยทุกคน “ฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์” พร้อมส่งต่อถึงอีกหนึ่งมุมมองความท้าทายเพื่ออนาคตวันข้างหน้า Honda Challenge the Future กับสุดยอดนวัตกรรมแห่งการขับเคลื่อนในโลกที่ใสสะอาด ไร้น้ำมันเชื้อเพลิงกับ 2 เทคโนโลยีในกลุ่ม HELLO! จากฮอนด้า นวัตกรรมต้นแบบ U3-X คือครั้งแรกของโลกกับการเคลื่อนที่แบบ 360 องศา และ EV Cub รถครอบครัวเจเนอเรชั่นล้ำหน้า อมตะความนิยมสไตล์คับ พัฒนาการเพื่อสร้างความเป็นตำนานให้คงคู่กับโลก และธรรมชาติตราบนานเท่านาน นอกจากกิจกรรมความสนุกสนานมากมายภายในบู๊ธแล้ว ทางฮอนด้าได้จัดให้มีกิจกรรม ณ ลานกิจกรรมกลางแจ้ง บริเวณด้านหน้าอาคารจัดแสดงรถจักรยานยนต์ (Hall 106) ในวันที่ 31 มีนาคม – 3 เมษายน 2010 โดยในวันที่ 31 มี.ค. และ - 1 เม.ย. นั้น เป็นการจัดกิจกรรมร่วมสนุกกับการทดลองขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI ทุกรุ่นรวมทั้ง Honda PCX สุดยอดเทคโนโลยีตัวใหม่ล่าสุด ในขณะที่วันที่ 2-3 เม.ย. 2010 พบกิจกรรมหลักการประชันสุดยอดนักแต่งรถมอเตอร์ไซต์ Mo’cye Idea Challenge ครั้งที่ 6 พร้อมรถแต่งโดนใจกว่า 100 คันให้เลือกชมกันได้อย่างเต็มตา พิเศษ! เมื่อซื้อสินค้า Honda Collection หรืออะไหล่ตกแต่ง รวมใบเสร็จได้ครบ 1,000 บาท ภายในวันที่ 2 และ 3 เมษายน ลุ้นรับรางวัล “แต่งรถฟรีในงาน มูลค่า 10,000 บาท วันละ 2 รางวัล” รายละเอียดติดตามได้ที่งาน และที่สำคัญ พลาดไม่ได้! กับสุดยอดความมันส์จากฟรีคอนเสริต์รวมศิลปินฮอนด้า ทั้งบี้ เดอะสตาร์, แดน วรเวช, น้ำชา ชีรณัฐ และตีน่า พิมพ์นารา ไรท์ ที่จะมารวมตัวขับเคลื่อนความสนุก ระเบิดความมันส์แบบไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อน ณ ลานกิจกรรม ฮอลล์ 106 ในวันที่ 3 เมษายนนี้ ทั้งนี้ สามารถติดตามภาพบรรยากาศความสนุกของกลุ่มผู้ขับขี่มอเตอร์ไซต์หัวฉีดจากฮอนด้า รวมถึงกิจกรรมและรายละเอียดต่างๆ ตลอดจนกำหนดการของเหล่าดาราและศิลปินนักร้องนักดนตรียอดนิยมที่จะมาร่วมแสดงโชว์พิเศษภายในบู๊ธ ได้ที่เว็บไซต์


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page039.asp?id=2197

วันศุกร์ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2553

Jelato 125 Bark (SP Limited)



ซูซูกิ เจลาโต้ 125 ลงตัวทั้งแฟชั่นและเทคโนโลยีล้ำสมัยเป็นใครก็อยากโชว์ กับเครื่องยนต์ ออโต้หัวฉีดอัจฉริยะ DCP-FI (Discharge Pump Fuel Injection) ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง แบบหัวฉีด ที่แม่นยำ เที่ยงตรงทุกอัตราเร่งเครื่องยนต์เต็มประสิทธิภาพ เผาไหม้หมดจดประหยัดน้ำมันกว่าใครเพื่อน

โลดแล่นมันส์อย่างใจกับระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติ Super CVT (Super Continuously Variable
Transmission) ด้วยสายพานรูปตัววี (V-Belt) ขนาดใหญ่ผลิตจากวัสดุใยสังเคราะห์ถึง 2 ชั้น มีความทนทานสูง ให้แรงบิดจี๊ดใจ พร้อมรับประกันอุปกรณ์ระบบหัวฉีด DCP-FI ถึง 5 ปี หรือ 50,000 กิโลเมตร มั่นใจได้ขนาดเนี้ย...เป็นปลื้ม!


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/Product/Motorcycle/Jelato2010Bark.asp

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

"ฟีม" เนื้อเต้นอยากบิด "HB4"

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสังกัดไทยฮอนด้า-แซค แห่งศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทู ออกอาการตื้นเต้นหลังได้เห็นรถ "บิโมตา HB4" ของตัวเอง ทั้งยังยอมรับว่ามีงานหนักไม่น้อยในช่วง 3 วันของการเทสต์รถ หลังวืดเทสต์ใน 2 รอบแรก ฟีม ต้องวืดนำรถแข่งคันใหม่ลงทดสอบใน 2 รอบแรกของโปรแกรมทดสอบรถรุ่นโมโตทู เนื่องจากมีปัญหาเรื่องเฟรมรถ รวมถึงสปอนเซอร์ที่ไม่ลงตัวของทีมแซคทางฝั่งสเปน ทว่าส่าสุดนักบิดไทยที่ เดินทางถึงซาน ฟรุยโตส บ้านพักในสเปนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กำลังจะนำรถแข่งคันใหม่ลงทดสอบที่สนามเรซ ในวันที่ 27 มี.ค.นี้

โดยนักบิดวัย 21 ปี เผยก่อนทดสอบรถคันใหม่ว่า "ถือเป็นช่วงเวลาอันยาวนานสำหรับผมที่ต้องรอโอกาสในการเทสต์รถคันใหม่ แต่ในที่สุดผมได้กลับสู่การแข่งขันอีกครั้งในปี 2010 ผมมีความสุขมากเพราะกีฬาชนิดนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตไปแล้ว"พร้อมกันนี้เจ้าลิงน้อยยังพูดถึงงานหนักในช่วงเทสต์ว่า "การทดสอบ 3 วันที่เฆเรซถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด เพราะเราเป็นทีมเดียวที่ใช้เฟรมของบิโมตา เราจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับรถและการเซตอัพให้ได้เร็วที่สุด นี่คือโอกาสแรกและโอกาสเดียวในการเทสต์รถใหม่ก่อนที่จะเปิดฤดกาล"สำหรับฟีม เป็น 1 ใน 2 นักขับรุ่นโมโตทู ที่ใช้รถ บิโมตา HB4 จากประเทศอิตาลี ร่วมกับ เบอร์เน็ต มาร์ติเนซ นักบิดสแปนิชวัย 30 ปี ซึ่งจะเข้ามาเป็นเพื่อนร่วมทีมคนใหม่แทนที่เฮคตอร์ เฟาเบล โดยการทดสอบครั้งนี้จะมีขึ้นที่เฆเรซ ระหว่างวันที่ 27-29 มี.ค.นี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000040984

วันพุธที่ 24 มีนาคม พ.ศ. 2553

มอ'ไซค์2เดือนขายเกือบ3แสนคัน

ยอดขายรถจักรยานยนต์รวมทุกยี่ห้อช่วง 2 เดือนแรกของปี 2553(ม.ค.-ก.พ.) ทำได้เกือบ 3 แสนคัน โต 33% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปืที่แล้ว ฮอนด้าครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 70%

ธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยยังเติบโตต่อเนื่อง โดย 2 เดือนแรกของปีมีอัตราเติบโตขึ้นกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 33% ที่จำนวนยอดขาย 296,995 คัน โดยมียอดจดทะเบียนเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 143,683 คัน เติบโต26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว โดยฮอนด้ามียอดจดทะเบียนรวม 2 เดือนที่ 208,976 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 70% ซึ่งจากการเติบโตอย่างต่อเนื่องนี้ จึงมั่นใจว่าตลาดรวมในปีนี้น่าจะเติบโตตามคาด โดยมียอดรวมอยู่ที่ 1.68 ล้านคัน ในจำนวนนี้ฮอนด้าตั้งเป้าจำหน่ายที่ 1.15 ล้านคัน

นอกจากนั้นในเดือนมีนาคมนี้รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นที่ออกจากสายการผลิตโรงงานไทยฮอนด้าจะเป็นระบบหัวฉีด PGM-FI ทั้งหมด โดยในงานมอเตอร์โชว์ที่จะถึงนี้ ฮอนด้าเตรียมพร้อมนำรถจักรยานยนต์หัวฉีดรุ่นใหม่ล่าสุดของโลกมาให้ชม พร้อมประกาศความเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์ด้วยการนำยานยนต์อัจฉริยะที่ขับเคลื่อนโดยไม่ใช้เชื้อเพลิงมาให้ผู้ใช้ชาวไทยได้ชมอย่างใกล้ชิด มั่นใจเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย และเป็นผู้นำเทคโนโลยียานยนต์โลก ส่วนแฟนมอไซต์พันธ์แท้ต้องไม่พลาดกับการแนะนำรถยอดนิยมสีใหม่ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งนี้ ทั้งคลิก ไอ สกู๊ปปี้ ไอ พีซีเอ็กซ์ และ Wave110i

“สำหรับยอดจดทะเบียนในเดือนกุมภาพันธ์ ฮอนด้ามียอดจดทะเบียน 98,244 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 68% เติบโตขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า 34% โดยในจำนวนนี้ประกอบด้วยรถประเภทครอบครัว 56,903 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 84% ส่วนรถแบบเอ.ทีนำตลาดด้วยจำนวน 37,723 คัน เทียบทัดส่วนตลาด 55%”

ด้านรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทเดือนกุมภาพันธ์ 2553 มียอดจำหน่ายรวมที่ 143,683 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบเอ.ที 68,999 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 48% ซึ่งขึ้นนำรถจักรยานยนต์แบบครอบครัวที่มียอดจดทะเบียนที่ 67,443 คัน หรือเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47% สำหรับรถจักรยานยนต์ในแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตมีจำนวน 3,650 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 3% แบบสปอร์ต 1,258 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 2,333 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาดกว่า 1%

ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิตในเดือนกุมภาพันธ์ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 98,244 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 68%, ยามาฮ่า 36,370 คัน อัตราครองตลาด 25%, ซูซูกิ 5,161 คัน อัตราครองตลาด 4%, อื่นๆ ได้แก่ คาวาซากิ 2,092 คัน , เจอาร์ดี 19 คัน, แพล็ตตินั่ม 74 คัน, ไทเกอร์ 132 คัน และอื่นๆ 1,591 คัน

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

รถใหม่ "ฟีม" เวอร์ชันโมโตทู



รอคอยกันมานานสำหรับโฉมหน้าของรถแข่งคันใหม่ของ "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสังกัดไทฮอนด้า-สต็อป แอนด์ โก ที่จะใช้ลงสู้ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตทูฤดูกาล 2010 ซึ่งล่าสุดมีการเผยโฉมรถแข่งคันใหม่ของนักบิดไทยออกมาเรียบร้อยแล้ว โดยรถคันใหม่ที่จะใช้ลุยศึกโมโตทู 2010 ของทีมไทยฮอนด้า-สต็อป แอนด์ โก มีชื่อว่า "บิโมตา HB4" จากค่ายบิโมตาของอิตาลี ขณะที่เครื่องยนต์จะเป็นเครื่องฮอนด้า 600 ซีซี 4 จังหวะตามที่กติการุ่นโมโตทูกำหนดไว้ให้ทุกทีมใช้เครื่องยนต์สเปกเดียวกันทั้งหมด
นอกจากนี้รถหมายเลข 14 ของรัฐภาคย์ ยังคงออกแบบด้วยการยึดลวดลายธงชาติไทยเช่นเดียวกับรถฮอนด้า RS250RW ที่ใช้ในปี 2009 รวมถึงยังมีผู้สนับสนุนเจ้าเดิมทั้งปตท.,เดอะพิซซา คอมปานี ,เอไอเอส และการกีฬาแห่งประเทศไทย สำหรับฟีม ที่เดินทางถึงประเทศสเปนเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ 22 มี.ค.ที่ผ่านมา มีคิวนำรถคันใหม่ลงทดสอบร่วมกับนักบิดในรุ่นโมโตทู ที่สนามเฆเรซ ประเทศสเปน ระหว่างวันที่ 27-29 มีนาคมนี้ ก่อนที่เวิลด์ จีพี สนามแรกของปี 2010 จะเปิดฉากขึ้นที่ประเทศกาตาร์ วันที่ 11 เม.ย.นี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000040330

วันอังคารที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2553

"สโตเนอร์" บด "รอสซี" เร็วสุดที่กาตาร์




เคซีย์ สโตเนอร์ อดีตแชมป์โลกโมโตจีพี 2007 จากค่ายดูคาติ โชว์ฟอร์มส่งท้ายการทดสอบรถในช่วงปิดฤดูกาลได้อย่างน่าประทับใจ หลังทำเวลาเร็วที่สุดในการเทสต์วันสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ โดยเร็วกว่า วาเลนติโน รอสซี แชมป์โลก 9 สมัยราว 0.5 วินาที17 นักบิดในรุ่นโมโตจีพี นำรถคู่ใจลงทดสอบเป็นครั้งสุดท้าย ตามโปรแกรมทดสอบรถอย่างเป็นทางการที่สนามโลไซอัล เซอร์กิตประเทศกาตาร์ หลังจากเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา "เดอะด็อกเตอร์" วาเลนติโน รอสซี จากทีมเฟียต-ยามาฮา ที่ทำเวลาต่อรอบดีที่สุด


ซึ่งผลการทดสอบในวันสุดท้าย (19 มี.ค.) ปรากฎว่า เคซีย์ สโตเนอร์ ยอดนักบิดออสเตรเลียน จากดูคาติ สามารถทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1 นาที 55.353 วินาที จากการขับ 51 รอบสนาม ดีกว่าเวลารอสซีที่บิดไป 57 รอบ อยู่ถึง 0.507 วินาทีนอกจากนี้เวลาในวันสุดท้ายของสโตเนอร์ ยังเร็วที่สุดในการทดสอบทั้ง 2 วันที่โลไซอัล ขณะเดียวกันยังดีกว่าเวลาของ "เดอะด็อกเตอร์" ที่ทำไว้ในการทดสอบวันแรกอยู่ 0.049 วินาที ขณะที่อันดับที่ 3 ของการทดสอบเป็นของอังเดร โดวิซิโอโซ นักบิดอิตาเลียจากเรปโซล-ฮอนด้า ช้ากว่าสโตเนอร์ 0.526 วินาทีด้าน ฮอร์เก ลอเรนโซ รองแชมป์โลกปี 2009 ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บที่นิ้วมือทำเวลาเข้ามาในการเทสต์ครั้งนี้เป็นอันดับที่ 6 ช้ากว่าเวลาของนักบิดออสซี่ 1.5 วินาที ขณะมาร์โก ซิมอนเชลลี ที่ขยับมาจากรุน 250ซีซีเจองานหนัก หลังทำเวลามาเป็นอันดับสุดท้าย (อันดับ 17) ช้ากว่าสโตเนอร์ถึง 2 วินาทีศึกจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 จะเปิดฉากการแข่งขันสนามแรกทั้งรุ่น 125 ซีซี ,โมโตทู (600ซีซี) และโมโตจีพี(800ซีซี) ในรายการกาตาร์ จีพี ไนท์เรซ ที่สนามโลไซอัล วันที่ 11 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000039111

วันเสาร์ที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2553

"รอสซี" เร็วสุดเทสต์กาตาร์วันแรก


วาเลนติโน รอสซี ยอดนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยจากค่ายเฟียต-ยามาฮา ยังคงทำเวลาได้เร็วที่สุด ในการทดสอบรถรุ่นโมโตจีพีรอบสุดท้าย วันแรก ร่วมกับนักบิดชั้นนำ ในโปรแกรมทดสอบที่สนามโลโซอัล ประเทศกาตาร์เมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา"เดอะด็อกเตอร์" ที่ควบรถยามาฮา M1 เวอร์ชันปี 2010 ทำเวลาต่อรอบได้เร็วที่สุดในการทดสอบครั้งล่าสุดที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ยังคงร้อนแรงต่อเนื่อง ในการทดสอบที่สนามโลไซอัล สังเวียนที่จะใช้แข่งสนามแรกของปี

โดยรอสซีนำรถยามาฮา M1 ลงบิดทั้งหมด 64 รอบและทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดที่ 1 นาที 55.402 วินาที เร็วกว่า เคย์ซี สโตเนอร์ อดีตแชมป์โลกปี 2007 จากดูคาติที่บิดไป48 รอบ อยู่ 0.315 วินาที ขณะที่อันดับที่ 3 เป็นของเบน สปีส์ แชมป์เวิลด์ซูเปอร์ไบค์ 2009 ที่ขยับมาขับให้เทคทรี-ยามาฮ่าในฤดูกาลนี้ ช้ากว่ารอสซี 0.552 วินาทีขณะที่ฮอร์เก ลอเรนโซ เพื่อนร่วมทีมเฟียต-ยามาฮา ที่เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บที่นิ้วมือ ทำเวลาในการทดสอบครั้งนี้เข้ามาเป็นอันดับที่ 7 ช้ากว่า "เดอะด็อกเตอร์" 1.4 วินาที จากนักบิดที่ทำการทดสอบในรุ่นนี้ทั้งหมด 17 คนนอกจากนี้ในการทดสอบดังกล่าวเป็นที่น่าสังเกตว่า นักบิดหัวแถวจากรุ่น 250 ซีซี ในปี 2009 ที่ขยับขึ้นมาบิดโมโตจีพี ทั้ง เฮคตอร์ บาร์เบรา ,ฮิโรชิ อาโอยามา ,มาร์โก ซิมอนเชลลี และอัลบาโร เบาติสตา ยังทำเวลาไม่ดีนัก รั้งอันดับ 14-17 ในการทดสอบครั้งนี้สำหรับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบ ชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 จะเปิดฉากการแข่งขันสนามแรกทั้งรุ่น 125 ซีซี ,โมโตทู (600ซีซี) และโมโตจีพี(800ซีซี) ในรายการกาตาร์ จีพี ไนท์เรซ ที่สนามโลไซอัล วันที่ 11 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000038551

วันศุกร์ที่ 19 มีนาคม พ.ศ. 2553

"ลอเรนโซ" ยันฟิตทันเทสต์รถที่กาตาร์



ฮอร์เก ลอเรนโซ ยอดนักบิดจากค่ายเฟียต-ยามาฮ่า แห่งศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรุ่นโมโตจีพี หายจากอาการบาดเจ็บที่นิ้วมือเร็วเกินคาด และพร้อมนำรถคู่ใจลงทดสอบครั้งสุดท้ายที่ประเทศกาตาร์ในสุดสัปดาห์นี้ก่อนหน้านี้เป็นที่คาดกันว่ารองแชมป์โลกโมโตจีพี 2009 จะต้องพลาดการเทสต์รถครั้งสุดท้ายที่จะมีขึ้นในวันที่ 18-19 มี.ค.นี้ เนื่องจากได้รับบาดเจ็บจนกระดูกนิ้วมือหักจากอุบัติเหตุในการฝึกซ้อมเมื่อ 1 เดือนที่ผ่านมา ทว่าล่าสุดเจ้าตัวยืนยันว่า สภาพร่างกายกลับมาฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง

"อาการบาดเจ็บที่นิ้วของผมหายเร็วก่าที่คาด ส่วนหนึ่งต้องขอบคุณทีมแพทย์ที่ดูแลผมเป็นอย่างดี เวลานี้ผมพร้อมที่จะลงทดสอบตามโปรแกรมครั้งสุดท้ายร่วมกับนักบิดคนอื่นๆ ที่กาตาร์ในสุดสัปดาห์นี้" ยอดนักบิดสแปนิชเผยโดยเว็บไซต์โมโตจีพีดอทคอมรายงานว่า ลอเรนโซ เตรียมใช้ถุงมือชนิดพิเศษที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ เพื่อเป็นการปกป้องนิ้วมือที่บาดเจ็บลงบิดรถยามาฮ่า M1 ในการทดสอบวันที่ 18-19 มี.ค.ที่สนามโลไซอัล ประเทศกาตาร์ ก่อนที่โมโตจีพีสนามแรกจะเปิดฉากขึ้นวันที่ 11 เม.ย.นี้ ที่สนามเดียวกัน


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000037390

"เปโดรซา" ตั้งเป้าลุ้นแชมป์โมโตจีพี



ดานี เปโดรซา ยอดนักบิดสแปนิช แห่งทีมเรปโซล-ฮอนด้าในศึกโมโตจีพี ตั้งเป้าคว้าชัยชนะให้ได้มากกว่าฤดูกาลที่แล้ว พร้อมทั้งมั่นใจว่ารถ RC212V คู่ใจเวอร์ชันปี 2010 จะพาทีมเกาะกลุ่มแถวหน้ารวมถึงลุ้นแชมป์โลกกับยามาฮา และดูคาติ ได้อย่างแน่นอนนักบิดวัย 24 ที่มีดีกรีเป็นรองแชมป์โลกโมโตจีพี 2007 ที่แม้จะประสบปัญหาบาดเจ็บก่อนออกสตาร์ฤดูกาล 2009 แต่ก็ยังคว้าชัยชนะได้ถึง 2 สนามในฤดูกาลที่แล้ว รวมถึงทำผลงานจบอันดับที่ 3 ในตารางสะสมประเภทนักขับรองจากวาเลนติโน รอสซี และฮอร์เกลอเรนโซ 2 นักบิดค่ายเฟียต-ยามาฮา

ซึ่งเจ้าตัวเผยในงานเปิดตัวรถฮอนด้า RC212V สำหรับใช้ลุยโมโตจีพี 2010 ที่เมืองมาดริด ประเทศสเปนว่า ทั้งตนเอง ,ทีมงาน รวมถึงรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจ พร้อมที่จะลงแข่งขันในฤดูกาลใหม่ ด้วยเป้าหมายที่ต้องลดช่องห่างจากยามาฮา แชมป์โลกทีมล่าสุดให้ได้

"ผมจะได้ออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ในสภาพที่สมบูรณ์สุดๆ ต่างจากเมื่อปีที่แล้ว เป้าหมายของผมคือการขยับผลงานจากอันดับ 3 ขึ้นมาให้ได้ ซึ่งแน่นอนเราจำเป็นต้องคว้าชัยชนะให้ได้มากกว่าที่ผ่านมา และจากผลการเทสต์ในช่วงหน้าหน้า ผมมั่นใจว่าปีนี้น่าจะเป็นฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ของพวกเรา" เปโดรซาเผย

สำหรับเปโดรซาที่ก้าวขึ้นมาจากการเป็นแชมป์โลกรุ่น 125 ซีซี และ 250 ซีซี 3 ปีติดในช่วงปี 2003-2005 จะจับคู่กับอังเดร โดวิซิโอโซ นักบิดอิตาเลียนวัย 23 ปี ลงชิงชัยโมโตจีพี 2010 โดยสนามแรกของฤดูกาลจะเปิดฉากกันที่สนามโลไซอัล ประเทศกาตาร์ วันที่ 11 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000036209

วันพฤหัสบดีที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2553

S.P. Limited Version : ก้าวสำคัญที่ไม่หยุดนิ่ง กับ Jelato Bark Bark!!



บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ พร้อมเอาใจนักบิดรุ่นใหม่ ที่รักในการตกแต่งรถในแบบสวยงาม ขี่ได้จริง ขี่แล้วต้องเท่ ขับแล้วต้องโดน!! และต้องเป็นความสวยงามในแบบฉบับ “Limited” อีกครั้งกับ
S.P. Limited Version

สานต่อความสำเร็จจากโปรเจคสำคัญอย่าง Suzuki Skydrive S.P. Limited Version จนมาถึง คิวน้องใหม่ตัวฮิปล่าสุด กับ Suzuki Jelato จนกลายเป็น S.P. Jelato Limited ที่พัฒนาลวดลายกราฟิกให้น่ารักขึ้น อีกขั้น โดยการร่วมรังสรรค์ผลงานจากสำนักแต่ง Ride It พิเศษกว่า...กับลายกราฟิกใหม่ ที่ต้องยึดครองใจวัยทีน ได้อย่างแน่นอน หมอรถฟันธง!!

อยาก Cool (เจ๋ง) ต้อง Jelato Bark Bark!! สำหรับใครที่ชอบความน่ารักแบบ “แบ๊วๆ ใสๆ” (สไตล์เกาหลี) วันนี้ต้องขอแนะนำรุ่นนี้เลย กับแนวคิดดีดีของกราฟิกสติกเกอร์ รุ่น Jelato Bark Bark (เจลาโต้ บาร์ค บาร์ค) คือ ตัวแทนของวัยทีน วัยสดใส วัยน่ารัก ที่ควงคู่มากับความน่ารักของสุนัขอันเป็นสัตว์เลี้ยงคู่ใจวัยทีนที่น่ารักน่าเอ็นดูเข้ากั๊นเข้ากัน สำหรับคำว่า Bark Bark (บาร์ค บาร์ค) ก็คือภาษาเขียนที่เปรียบเหมือนเสียงร้อง (เห่า) ของสุนัขในภาษาอังกฤษ ซึ่งถูกนำมาใช้ ตั้งเป็นชื่อของลายสติกเกอร์นี้ รวมถึงถูกนำไปใช้เป็นลวดลายกราฟิกบนตัวรถอีกด้วย รูปน้องหมาน่ารักน่าเอ็นดู ถูกออกแบบมาเป็นโลโก้เคียงคู่มากับ เสียงร้อง (เห่า) ที่เป็นอีก หนึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของ Jelato Bark Bark ได้นำไปติดอยู่บริเวณส่วนบนด้านหน้าของรถ ในขณะที่ด้านข้าง ของบังลมออกแบบเป็นลายกราฟิก ทำให้รถมีความ Cute สนุกสนานยิ่งขึ้น เส้นสีขาวที่พาดทแยงด้านหน้ารถ ให้ ความรู้สึกเรียบหรู พร้อมโลโก้ Jelato ทั้งสองด้าน ซึ่งที่ด้านข้างของตัวรถก็ใส่ลวดลายคอนเซปต์เดียวกัน ที่มา พร้อมสโลแกนของ Jelato ที่ติดไว้ว่า “It’s Time to get Cute” และด้านท้ายรถก็มีโลโก้ Bark Bark และหน้าน้อง หมาส่งยิ้มทักทายเรียกความสนใจ และพร้อมสร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่พบเห็น เมื่อใดที่รถคู่ใจวัยทีนคันนี้ขี่ ผ่าน และที่สำคัญ ลาย Jelato Bark Bark นี้ ยังเสริมโลโก้ลายรอยเท้าน้องหมาที่มาแต้มแต่งเสริมความ Cute อีก ระดับ เพื่อการันตีว่ารถรุ่นนี้มีความน่ารัก น่าเอ็น ดูอย่างเต็มเปี่ยมแน่นอน สนใจรีบไป Cute ด่วน เพราะ Jelato Bark Bark ออกมาป่วนจำนวน Limited เท่านั้น!! น่ารักจุใจ Bark Bark มีให้เลือก Cute มากกกถึง 6 สี ราคาโดนใจรับของแถมยิ่งโดนใจแบบ Double!! S.P. Jelato Limited มีสีสันสุดซี๊ด สะใจวัยทีน ให้คุณได้เลือกกันมากถึง 6 เฉดสี!! ในรุ่น Five Stars ราคาเพียง 46,900 บาท มีให้เลือกมากถึง 4 สีโดนใจ ได้แก่ มินท์ ( ฟ้า) , ช็อคโกแลต (น้ำตาลเข้ม) , สตรอเบอรี่ (ชมพู) และสดใสกับลาเต้ (น้ำตาลทอง) ส่วนรุ่น Three Stars ราคาแค่ 45,900 บาท มีให้เลือกเต็มอิ่มกับ 2 เฉดสีสุดอินเทรน ได้แก่ สีดำ (เอสเปรสโซ) และโดนใจกับสีแดง (ซึ่งก็คือ รสเจลลี่ นั่นเอง) รีบไปจับจองด่วนวันนี้!!! ที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ เฉพาะในเขตการ ขายของ บริษัท เอส.พี. ซูซูกิ จำกัด (มหาชน) เท่านั้นจ้า เพราะความพิเศษครั้งนี้ “ผลิตจำนวน จำกัด” ตอกย้ำ ความพิเศษ ยิ่งขึ้นสำหรับผู้ที่ซื้อ S.P. Jelato Limited ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 30 เมษายน 2553 รับฟรีทันที!!! ไมโครเวฟ LG มูลค่า 2,390 บาท....ช้าหมด อดคิ้วท์


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/News/Detail/News10-0303.asp

วันพุธที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทีมบอส มั่น ฟีม บิดฉลุยแม้ได้เทสต์ช้า



เอดูอาร์โด เปราเลส เจ้าของทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก แสดงความมั่นใจว่าทั้งรัฐภาคย์ วิไลโรจน์ และเฮคตอร์ เฟาเบล 2 นักบิดในสังกัด จะทำผลงานได้ดีในโมโตทู 2010 แม้ต้องเสียเปรียบคู่แข่งจากการนำรถลงเทสต์ล่าช้าเนื่องจากเฟรมรถไม่ลงตัว

สต็อป แอนด์ โก (แซค) ทีมแข่งจากสเปนต้องพลาดการนำรถลงทดสอบในช่วงวินเตอร์เทสต์ถึง 2 ครั้ง หลังไม่ลงตัวกับเฟรมรถยี่ห้อซูเตอร์ จนต้องมีการปรับไปใช้บริการเฟรมรถจากค่ายบิโมตา ของอิตาลีแทน ทำให้ทั้งฟีม และเฟาเบล ต้องเสียเปรียบนักบิดรายอื่นที่นำรถลงทดสอบไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว


ล่าสุด เปราเลส ทีมบอสแซค ออกมาเผยผ่านเว็บไซต์ motogp.com ว่า "เรามีปัญหาเล็กน้อยกับซูเตอร์ซึ่งเป็นเฟรมที่เราทำสัญญาไว้ตั้งแต่เดือน มกราคม ทำให้ต้องตัดสินใจใช้บริการเฟรมจากบิโมตาของอิตาลี ซึ่งเราเป็นทีมเดียวในโมโตทูที่เฟรมยี่ห้อนี้ลงแข่งขัน"

พร้อมกันนี้ทีมบอสเลือดกระทิงยังเผยถึงการที่ฟีมและเฟาเบลได้ทดสอบรถ ช้ากว่าทีมอื่นว่า "จริงอยู่ที่เราพลาดการเทสต์ไปถึง 2 รอบทั้งที่บาเลนเซียและเฆเรซ แต่ผมเชื่อว่าทุกทีมกำลังอยู่ในช่วงทดลอง ก่อนจะลงเทสต์ครั้งสุดท้ายอีกครั้งที่เฆเรซ ซึ่งนั่นเป็นโอกาสทองของเรา แต่ผมยังมั่นใจลึกๆว่าทั้ง 2 คน ยังดีพอที่จะอยู่ในท็อป 10 ของโมโตทูปีนี้"

ท้ายที่สุดเปราเลส ได้เผยถึงเรื่องสปอนเซอร์ของนักบิดทั้ง 2 คนว่า "ในส่วนของทีมเรายังรอคำตอบจากสปอนเซอร์ที่กำลังจะเพิ่มเข้ามาใหม่ ขณะที่นักแข่งก็จะมีผู้สนับสนุนของแต่ละคนแยกกันไป ซึ่งจะทำให้รถของฟีมและเฮคตอร์ มีลวดลายคนละสีเหมือนเช่นปี 2009"

สำหรับฟีมมีรายงานล่าสุดว่าเลื่อนกำหนดการเดินทางไปทดสอบรถที่สเปน ออกไปเล็กน้อย อย่างไรก็ดีนักบิดไทยจะได้ร่วมทดสอบรถคันใหม่ที่สนามเฆเรซวันที่ 27-29 มี.ค.แน่นอน ก่อนที่ศึกเวิลด์จีพี สนามแรกของปี 2010 จะเปิดฉากขั้นวันที่ 11 เม.ษ.นี้


เพิ่มเติม http://www.mocyc.com/news/view.php?category=1&idnews=343

วันจันทร์ที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2553

“เคทีบี ลิสซิ่ง” ตอกย้ำจุดยืนผู้นำด้านเช่าซื้อรถจักรยานยนต์



นายณัฐศักดิ์ นพประไพ ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจเช่าซื้อสินค้าอุปโภค เปิดเผยว่า จากที่บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญ เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าอายุ 25 – 35 ปี ที่ชื่นชอบความเร็วไปแล้วนั้น ก็ได้รับการสอบถามเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวเป็นจำนวนมากจึงได้ตอกย้ำจุดยืน โดยการทำจัดแคมเปญรถจักรยานยนต์ เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าให้มากขึ้น ได้แก่ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า WAVE 125 I ลายใหม่ รุ่น NF125C (C) และ NF125MC ( C ) และรถจักรยานยนต์ยามาฮ่า ฟีโน่ (ลายใหม่) รุ่น Premium (20B100) , Extreme (20B200) และ Fashion (20B300) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป

สิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย สามารถรับอัตราดอกเบี้ย 0.99% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน ฟรี!ค่าจดทะเบียน ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ และยังได้รับการกรมธรรม์ประกันภัยโจรกรรมรถจักรยานยนต์คุ้มครอง 3 ปี ในราคาพิเศษจ่ายเพียง 1,900 บาท สนใจสารถสอบถามได้ที่ธนาคารกรุงไทยทุกสาขา หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KTBL Call Center 02-299-3888


เพิ่มเติม http://www.newswit.com/news/2010-03-15/06948adc5a2e1269c48dd2a2e8ea028c/

วันเสาร์ที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553

S.P. Limited Version ก้าวสำคัญที่ไม่หยุดนิ่ง กับ Jelato Bulls!!



บมจ. เอส.พี.ซูซูกิ พร้อมเอาใจนักบิดรุ่นใหม่ ที่มีใจรักในการตกแต่งรถในแบบสวยงาม ขี่แล้วต้องเท่ขับแล้วต้องโดน!! และต้องเป็นความสวยงามในแบบฉบับ “Limited” โปรเจค S.P. Limited Version ไม่ได้หยุดอยู่เพียงแค่ Suzuki Skydrive เพราะทาง เอส.พี.ซูซูกิฯ ได้สานต่อความพิเศษอีกครั้ง จนถึงคิวของน้องใหม่ล่าสุดอย่าง Jelato จนกลายเป็น S.P. Jelato Limited Version ที่พัฒนาลวดลายกราฟิกขึ้นใหม่อีกครั้ง โดยทาง Ride It เช่นเดิม กับลายกราฟิกใหม่ เชื่อได้ว่าต้องยึดครองใจวัย ทีนได้อย่างแน่นอนกับดีไซน์แรก : แรง ซ่าสสสส ต้อง Jelato Bulls!!

Jelato Bulls!! สปอร์ตเข้ม แรง สุดท้าทาย!
“ความเท่แบบสปอร์ต”.....คือแนวคิดในการออกแบบลายสติกเกอร์รุ่น Jelato Bulls (เจลาโต้ บูล) สะท้อนถึงตัวแทนภาพลักษณ์ของคนรุ่นใหม่วัยทีน ที่ชื่นชอบกีฬาแนวสปอร์ต ชอบความตื่นเต้น หลงรักในการ ทำกิจกรรมกลางแจ้ง มีความเป็นตัวของตัวเอง โดยครั้งนี้ Ride It ได้นำสุดยอดกีฬาระดับโลกอย่างบาสเก็ตบอลมาเป็นตัวแทน และนำสัญลักษณ์ ที่สื่อเข้าใจได้ง่ายๆ มาร่วมถ่ายทอด โดยใช้สีโทนดำตัดแดงเป็นโทนสีหลัก ในส่วนทีมงานฝ่ายออกแบบได้พัฒนา ออกแบบใหม่ และตั้งชื่อใหม่จนกลายเป็นกราฟิกเฉพาะตัวของ “เจลาโต้ บูล” และมีมาสค็อตโลโก้เป็นตัว “กูปรี” กับแววตาที่ดูขึงขัง จริงจัง สร้างเสน่ห์พิเศษเฉพาะตัวขึ้นมา!! บนตัวรถได้ติดลายสติกเกอร์ไว้ทั่วคัน ตั้งแต่ด้านหน้ารถ มีโลโก้รูปกูปรีสายตาดุดันติดอยู่ ด้าน ข้างบังลมรวมไปถึงบริเวณด้านข้างรถ ระบุเป็นนักกีฬาหมายเลข 125 ซึ่งนั่นก็หมายถึงเครื่องยนต์ของ Jelato นั่น เอง ที่มีขนาดเครื่องยนต์แรงจัดด้วยขุมพลังแรงมากถึง 125 ซีซี. บังโคลนหน้ารวมไปถึงด้านข้างรถ ติดแถบ ขาว แดง ดำ ให้อารมณ์ของลายเสื้อกล้ามของนักกีฬาบาสเก็ตบอล เข้ากันดีกับช่วงด้านท้ายตัวรถ ที่ใส่ลายโลโก้ Jelatoพุ่งมากับลูกบาสเก็ตบอล เพื่อหวังที่จะทำแต้มด้วยท่าสแลมดั้งค์อันเฉียบขาดและทรงพลังอีกด้วย... อีกจุดที่เป็นไฮไลท์สำคัญ บนกระเป๋าของรถ ( ด้านหน้าคนขับ ) ทั้งสองข้าง ยังติดสติกเกอร์ให้ดู เหมือนเป็นลายลูกบาส เพิ่มอารมณ์สนุกยิ่งขึ้นเวลาขับขี่ เรียกได้ว่าบิดไปที่ไหนก็มันส์......สะใจ กับ Jelato ใน สไตล์ S.P. Limited Version แรงซะ ทั้งคนทั้งรถ!! แรง เร้าใจ แบบ Bulls มีให้เลือกได้มากกกกกกถึง 6 สี S.P. Jelato Bulls Limited สีสันสุดซี๊ด สะใจวัยทีน ให้คุณได้เลือกกันมากกกถึง 6 เฉดสี สำหรับใน รุ่น Five Stars ราคาเพียง 46,900 บาท มีให้เลือกถึงมากกกกถึง 4 สีโดนใจ ได้แก่ มินท์ (ฟ้า) , ช็อคโกแลต (น้ำตาลเข้ม) , สตรอเบอรี่ (ชมพู) และสดใสกับลาเต้ (น้ำตาลทอง) ส่วนรุ่นThree Stars สนนราคาแค่ 45,900 บาท มีให้เลือกเต็มอิ่มมมมกับ 2 เฉดสีสุด อินเทรนด์ ได้แก่ สีดำ ที่เรียกว่า เอสเปรสโซ และโดนใจกับ สีแดง ซึ่งก็คือ เจลลี่ นั่นเอง อยากเท่ไม่ต้องรอ รีบไปจับจองด่วน S.P. Jelato Bulls Limited ได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูม ตัวแทน จำหน่ายรถจักรยานยนต์ ซูซูกิ เฉพาะในเขตการขายของ บริษัท เอส.พี. ซูซูกิ จำกัด (มหาชน) เท่านั้นจ้า เพราะ ความพิเศษครั้งนี้ “ผลิตจำนวนจำกัด” และ ตอกย้ำความพิเศษยิ่งขึ้น


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/News/Detail/News10-0302.asp

วันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2553

เวสปิอาริโอปัดฝุ่นเวสป้าเจาะวัยรุ่น เปิดราคาเฉียดแสนโหมสร้างแบรนด์ยกระดับสินค้า

"เวสป้า" ประกาศพร้อมทำตลาด ส่ง 4 รุ่นชิงเค้กตลาดสกู๊ตเตอร์ ตั้งเป้าปีแรก 2 พันคัน ฟุ้งราคาสูงแต่สามารถดึงลูกค้าได้เพราะความแข็งแรงทนทาน เตรียมตั้งดีลเลอร์ กทม.อีก 5 แห่งในปีนี้ และทั่วประเทศปีหน้า

นางสาวพรนฎา นิวาตวงศ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เวสปิอาริโอ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้รับการแต่งตั้งจากกลุ่มบริษัท ปิอาจิโอ ประเทศอิตาลี ให้เป็นผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของรถสกู๊ตเตอร์แบรนด์ปิอาจิโอ เวสป้า และจิลเลรา โดยในปีนี้บริษัทจะเปิดตัวรถเวสป้าทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่ แอลเอ็กซ์ 150 จีทีวี 250 จีทีเอส 300 และจีทีเอส 250 ไออี โดยตั้งเป้าการขายในปีนี้ที่ 2,000 คัน และคาดว่ารุ่นแอลเอ็กซ์ 150 จะสามารถทำยอดขายได้มากที่สุด คิดเป็นสัดส่วน 80-85% เนื่องจากรูปทรงที่ทันสมัย เป็นที่นิยมของกลุ่มวัยรุ่น และราคาไม่สูงเท่ารุ่นอื่น ๆ

จุดมุ่งหมายของเราตอนนี้คือสร้างความมั่นใจในแบรนด์เวสป้าอีกครั้งในประเทศไทย สำหรับรุ่นแอลเอ็กซ์ 150 ทางบริษัทได้รับสิทธิประโยชน์จากการประกาศเขตการค้าเสรี หรืออาฟต้า เนื่องจากนำเข้ามาจากประเทศเวียดนาม ทำให้ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 99,000 บาท แต่อีก 3 รุ่นบริษัทนำเข้ามาจากอิตาลี จึงไม่ได้รับสิทธิประโยชน์ ราคาอยู่ในระดับ 2 แสนขึ้นไป" นางสาวพรนฎากล่าว

บริษัทเน้นการทำตลาดแบบบีโลว์เดอะไลน์คือการประชา สัมพันธ์ที่เข้าถึงผู้บริโภค เช่น งานบางกอก มอเตอร์โชว์ปลายเดือนนี้ การร่วมกิจกรรมกับชมรมหรือสมาคมของผู้ใช้รถเวสป้า และวางแผนจะขยายเครือข่ายผู้แทนจำหน่ายในกรุงเทพฯและปริมณฑลอีกไม่ต่ำกว่า 5 สาขาภายในปีนี้ และจะเริ่มขยายเครือข่ายไปทั่วประเทศในปีหน้า โดยมีการศึกษาข้อมูลว่าในปี 2552 ประเทศไทยมียอดขายรถสกู๊ตเตอร์มากกว่า 1.5 ล้านคัน ดังนั้นบริษัทจึงเห็นว่าจะเป็นโอกาสเติบโตที่ดีของธุรกิจการบริการรถเวสป้า

นางสาวพรนฎากล่าวอีกว่า ธุรกิจการแข่งขันของตลาดรถสกู๊ตเตอร์ค่อนข้างรุนแรงมาก แต่บริษัทก็มั่นใจในประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นด้านวัสดุ ความแข็งแรงคงทน และการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ของเวสป้า จะสามารถดึงลูกค้าได้ทั้งกลุ่มผู้ใหญ่และวัยรุ่น

เพิ่มเติม http://www.langrod.com/

"ฟีม" เฮ! ได้คิวเทสต์โมโตทู



รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ได้คิวเตรียมบินไปทดสอบรถคันใหม่ที่จะใช้ลงแข่งขันโมโตทูฤดูกาลใหม่ ในวันที่ 13 มีนาคมนี้ ภายใต้เฟรมรถตัวใหม่ค่ายบิโมตาของประเทศอิตาลี จากคำยืนยันของนายอารักษ์ พรประภา บอสใหญ่เอ.พี.ฮอนด้า

"เจ้าลิงน้อย" ต้องพลาดการทดสอบรถคันใหม่ ที่จะใช้แข่งโมโตทู ฤดูกาล 2010 ทั้งที่สนามคาตาลุนญา และสนามเฆเรซ เนื่องจากสต็อป แอนด์ โก (แซค) ทีมแข่งแดนกระทิง ไม่สามารถหาผู้สนับสนุนหลักมาจุนเจือทีมได้ทัน รวมถึงเฟรมรถคันใหม่ของค่ายซูเตอร์ยังไม่ลงตัว ขณะที่นักบิดรายอื่นกว่า 36 คน จาก ที่ลงทะเบียน 39 คน นำรถลงทดสอบไปก่อนหนานี้แล้ว

ล่าสุดนักบิดวัย 21 ปี ได้รับข่าวดีเมื่อ นายอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยผ่าน MGR SPORT ว่า นักบิดไทยได้คิวที่จะบินไปทดสอบรถคันจริงที่จะใช้ในศึกโมโตทู เครื่องยนต์ 600 ซีซี 4 จังหวะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

"ที่ผ่านมาการทดสอบรถของฟีมต้องล่าช้าออกไปเนื่องจากซูเตอร์ค่ายเฟรมรถจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ไม่สามารถป้อนให้กับทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) ได้ทัน แต่ล่าสุดทางสเปนยืนยันว่าได้ตกลงกับเฟรมค่ายบิโมตาของอิตาลี ซึ่งฟีมจะบิดไปทดสอบในวันที่ 13 มีนาคมนี้แน่นอน ที่ประเทศสเปน" เสี่ยอารักษ์เผย

ขณะที่ รัฐภาคย์ ที่ได้รับข่าวดีเผยความรู้สึกว่า "รู้สึกโล่งใจที่ได้กลับไปเทสต์รถเสียที แม้จะได้เริ่มช้ากว่าคนอื่นๆเพราะนักแข่งคนอื่นเขาเทสต์กันเกือบหมดแล้ว ที่สำคัญเป็นการการันตีว่าผมจะได้แข่งต่อในฤดูกาลใหม่แน่นอน"

สำหรับศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกฤดูกาล 2010 จะเปิดฉากสนามแรกที่สนามโลไซอัล เซอร์กิต ประเทศกาตาร์ ในรายการกาตาร์ กรังด์ปรีซ์ ไนท์เรซ วันอาทิตย์ที่ 11 เมษายนนี้


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000033989

“ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” ดีไซน์หรู-ขับสนุก-สุดประหยัด กทม.- แหลมแม่พิมพ์ ระยะทาง 205.6 กม. จิบน้ำมันเพียงแค่ 3.35 ลิตร

หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงามกับ “Honda PCX Touring” กิจกรรมที่บริษัท เอ.พี.ออนด้า จำกัด จัดขึ้น เพื่อร่วมรณรงค์การขับขี่อย่างปลอดภัยช่วงเทศกาลวันหยุดยาวในช่วงเทศกาลต้อนรับปีใหม่ 2553 และเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ รวมถึงผู้แทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศไทยได้สัมผัสจริงกับสมรรถนะและเทรนด์ใหม่ของการขับขี่ เพื่อเป็นตัวแทนในการส่งต่อความสุขและความสนุกแห่งการขับขี่ ที่มีความเหนือระดับเฉพาะตัวของ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” ไปแล้วนั้น


ล่าสุดฮอนด้าตอกย้ำความเหนือชั้นของ “พีซีเอ็กซ์” อีกครั้ง โดยได้รับเกียรติจากสื่อมวลชนสายยานยนต์ สายกีฬา และสายรถจักรยานยนต์กว่า 30 ชีวิต ร่วมสัมผัสประสบการณ์จริง ด้วยการขับขี่เดินทางไกลไปพร้อมกับ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” เส้นทาง กรุงเทพฯ-แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง พร้อมเข้าร่วมชมการแสดงดนตรีและนิทรรศการศิลปะริมทะเล ในรูปแบบเทศกาลหรรษาริมหาดสวรรค์ “Hic & Tist # 2 Carnival on the beach” ณ แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง เมื่อวันที่ 6-7 มีนาคมที่ผ่านมา นำทีมโดยหัวเรือใหญ่ “ คุณเอส” ยุทธนา มั่งคั่ง ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาดส่วนงานวางแผนธุรกิจ บ.เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ที่มาคอยอำนวยความสะดวกสื่อมวลชนเต็มที่

อบรมภาคทฤษฎีก่อนขับจริง
ช่วงเช้าตรู่ก่อนออกเดินทาง สื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบขับขี่ทุกคนต่างได้รับการอบรมภาคทฤษฎีเกี่ยวกับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยของ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” และลองขับขี่บริเวณสนามฝึกอบรมการขับขี่ฯ ณ ศูนย์ฝึกอบรมการขับขี่ปลอดภัยฮอนด้าแห่งใหม่ ซอยรามคำแหง 127 ภายใต้คอนเซ็ปต์ขับขี่สนุกและปลอดภัยตลอดการเดินทาง โดยเติมน้ำมันเต็มถังและตั้งขบวนออกเดินทางในรูปแบบคาราวาน เพื่อสัมผัสสมรรถนะจริงของรถบนท้องถนนหลวง แล้วมุ่งหน้าไปยังจุดหมายปลายทาง ณ แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง ตามเส้นทาง กทม.-บ้านบึง-แกลง-แหลมแม่พิมพ์

ดีไซน์ล้ำเทคโนโลยีรอบคัน ครั้นขับขี่รถมาได้ร่วม 40 กิโลเมตร ผู้สื่อข่าวสายยานยนต์ สายกีฬา และสายรถจักรยานยนต์ หลายคนต่างพูดถึง “พีซีเอ็กซ์” ในระหว่างแวะพักในจุดแรกเพื่อเก็บภาพสวยๆ แถวสนามบินสุวรรณภูมิว่า เป็นรถที่มีดีไซน์สวยทันสมัยตั้งแต่ด้าน หน้าจดด้านท้าย สามารถบ่งบอกความเท่ในสไตล์ของตัวเองได้เป็นอย่างดี

โดยเฉพาะความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีแห่งการขับขี่นั้น เหนือชั้นล้ำกว่าใครจริงๆ เพราะตลอดระยะทางได้ทดสอบและสัมผัสกันอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นระบบหยุดเครื่องยนต์อัจฉริยะ Idling Stop System, ระบบสัญญาณกันขโมยพร้อมรีโมตคอนโทรล, ระบบสตาร์ทเงียบ Alternator/Starter และความปลอดภัยขั้นสุดยอดกับระบบคอมบายเบรกแบบไฮดรอลิกพร้อมคาลิเปอร์ 3 ลูกสูบ เบาะนั่งมีดีไซน์สวย ออกแบบให้รองรับท่านั่งและสรีระได้เป็นอย่างดี ทำให้นั่งขับขี่ได้สบายตัว ขณะที่ช่องเก็บของใต้เบาะนั่งก็กว้างขวาง สามารถจุเป้ใส่เสื้อผ้าและสัมภาระที่นำติดตัวมาได้อย่างสบายๆ

ขุมพลัง 125 ซี.ซี.
ขับสนุกสุดประหยัด
ช่วงที่สองของการขับขี่ ทุกคนมีโอกาสทดสอบสมรรถนะขุมพลังเครื่องยนต์ 125 ซี.ซี. ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi ที่ทันสมัยที่สุดของรถจักรยานยนต์เมืองไทยในยุคนี้กันอย่างเต็มที่ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงตลอดเส้นทาง จากชานเมืองกรุงเทพฯ ถึงเขตอำเภอเมืองแกลง จังหวัดระยอง ก่อนจะมาแวะพักดื่มน้ำและคลายอิริยาบถ

ขุมพลังเครื่องยนต์รุ่นนี้ขึ้นชื่อเรื่องการให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจ และให้ความประหยัดอย่างเหนือชั้น ถ่ายทอดกำลังด้วยระบบเกียร์ออโตเมติก จนทุกคนออกปากชมชอบความคล่องตัวในการควบคุมทิศทางขับขี่ดี อัตราเร่งแซงก็ลื่นไหลไม่มีอาการสะดุด และให้กำลังอย่างต่อเนื่อง ระบบช่วงล่างและการทรงตัวสร้างความประทับใจไม่แพ้กัน เนื่องจากหลายช่วงที่ขับขี่ต้องโต้ลมที่พัดปะทะทางด้านหน้า แต่ไม่ทำให้รถเสียอาการทรงตัว การขับเข้าโค้งด้วยความเร็วให้ความมั่นใจเป็นอย่างดี ซึ่งสะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “พีซีเอ็กซ์” เป็นรถจักรยานยนต์ที่นอกจากจะเหมาะกับการใช้งานทั่วไปในเมืองแล้ว ยังเป็นรถที่ตอบสนองความเป็นไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภค ที่ชื่นชอบการขับรถจักรยานยนต์เพื่อการท่องเที่ยวพักผ่อนได้อย่างลงตัว

ช่วงสุดท้ายการเดินทาง ผู้ขับขี่ทุกคนยังถือโอกาสวัดสมรรถนะกำลังเครื่องยนต์ขนาด 125 ซี.ซี.ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-Fi กันต่อ ด้วยความเร็วเฉลี่ย 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเช่นเดิม จนกระทั่งเดินทางมายังจุดหมายปลายทาง พร้อมกับแวะรับประทานอาหารมื้อเที่ยง ริมชายหาด แหลมแม่พิมพ์ จังหวัดระยอง รวมระยะทางทั้งสิ้น 206.5 กิโลเมตร

จากการทดสอบสมรรถนะในครั้งนี้ สิ่งที่สร้างความประทับใจที่สุดให้แก่สื่อมวลชนทุกคนคือ ความเหนือชั้นในเรื่องของอัตราประหยัดน้ำมัน เพราะเมื่อเหลือบไปเช็กมาตรวัดบอกระดับน้ำมันที่เหลืออยู่ ปรากฏว่า “พีซีเอ็กซ์” จิบน้ำมันไปเพียงครึ่งถัง หรือเฉลี่ยที่ 3.35 ลิตร (ถังน้ำมันจุได้ 6.7 ลิตร) โดยก่อนออกเดินทางเจ้าหน้าที่ฮอนด้าเติมน้ำมันเบนซินชนิด 91 (ราคาลิตรละ 36.94 บาท) มาให้เต็มถัง ทั้งนี้เพื่อให้สื่อมวลชนที่ร่วมทดสอบได้วัดสมรรถนะอัตราเร่งกันอย่างเต็มที่

แต่ในความเป็นจริงแล้วเทคโนโลยีของ “พีซีเอ็กซ์” ก้าวล้ำกว่าใคร เพราะออกแบบระบบเครื่องยนต์และกลไกต่างๆ ให้รองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ชนิด อี20 ได้สบายๆ ทำให้ทุกคนต่างประทับใจในอัตราความประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม แต่ยังคงให้สมรรถนะการขับขี่ที่สนุกสนานเร้าใจตลอดการเดินทาง

หลังจากเสร็จสิ้นการทดสอบ “ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์” ทุกคนแยกย้ายเข้าห้องพักและเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อมาร่วมสนุกกับการแสดงดนตรีและนิทรรศการศิลปะริมทะเล พร้อมร่วมเป็นหนึ่งในฝูงชนนับหมื่นกับการสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในรูปแบบ Carnival on the beach ริมหาดทรายสวย เคล้าเสียงเพลง Reggae & Ska รูปแบบเทศกาลหรรษาริมหาดสวรรค์ “Hic & Tist # 2 Carnival on the beach” ริมหาดทรายสวย แหลมแม่พิมพ์


เพิ่มเติม http://www.newswit.com/news/2010-03-11/e5d98fbc6f2f85db04e76a5eb2393256/

วันพฤหัสบดีที่ 11 มีนาคม พ.ศ. 2553

มอเตอร์ไซค์แต่ง Yoshimura Suzuki GSX-R1000RR สเปครถแข่งสู่ท้องถนน



Yoshimura Race Shop (YRS) ได้แต่ง Suzuki GSX-R1000 ปี 2009 ตามสเปคของมอเตอร์ไซค์ ซุปเปอร์ไบค์อเมริกันของ AMA ผลก็คือ ได้ GSX-R1000RR คันนี้ออกมา เครื่องยนต์ใช้ของรุ่น ST-R Type R ที่ พัฒนาโดย YRS เอง เพลาลูกบิดยกสูง ประเก็นฝาสูบที่ต่างออกไป เพื่อแรงอัดที่เพิ่มขึ้น ตัวกรองอากาศ BMC เพื่อการไหลของอากาศที่เพิ่มขึ้น shifter ที่ไวขึ้น และระบบไอเสีย R77 ไทเทเนี่ยม/คาร์บอนไฟเบอร์

ระบบกันสะเทือนของ Suzuki คันนี้ก็ได้รับการปรับแต่งเช่นกัน พร้อมการใส่เดือยเหวี่ยงแบบ ใหม่ การเชื่อมต่อของระบบกันสะเทือนด้านหลังมีการปรับปรุงใหม่ โช้คอัพหลังใช้ของ Showa พร้อมระบบลิ้นปิด เปิดแบบรถแข่ง ตะเกียบรถด้านหน้าก็ใช้ระบบลิ้นปิดเปิดสเปครถแข่งเช่นกัน มีการปรับความสูงของรถเพิ่มขึ้น อีก 25 มิลลิเมตร ส่วนปรับแต่งใหม่อื่นๆก็เช่น จานเบรคของ Galfer ระบบป้องกันโครงสร้างรถของ YRS และแต่ง
ลายกราฟฟิคโดย Yoshimura R&D ในการพบสื่อมวลชนเมื่อเร็วๆ นี้ ที่รัฐแคลิฟอร์เนีย นาย Brant Russell รองประธานฝ่ายการ ตลาด ของ Yoshimura R&D อเมริกา ได้พูดถึง Yoshimura Race Shop ที่ตั้งขึ้นมาใหม่ว่า “วันแห่งความลับของรถ แข่งได้จบสิ้นลงไปแล้ว และมันคือเวลาของการเปิดตลาดรถซุปเปอร์ไบค์ระดับรถแข่งสู่ตลาดมวลชนอย่างแท้ จริง และ YRS พร้อมที่จะแบ่งปันความสำเร็จนี้ให้กับลูกค้าของเรา” พูดง่ายๆก็คือ บริษัทพร้อมขายของนั่นเอง YRS จะจัดการดูแลในส่วนของเครื่องยนต์ และระบบกันสะเทือน โดยบริการการปรับแต่งให้กับ ลูกค้า อุปกรณ์ปรับแต่งแต่ละชิ้นจะใช้ชื่อยี่ห้อ Yoshimura และแม้ว่าจะเป็นสินค้าพิเศษของ Yoshimura แต่ราคาก็ อยู่ในระดับปานกลาง และลูกค้าสามารถซื้อหามาได้ ทุกชิ้นส่วนจะผลิตในอเมริกา หรือไม่ก็ที่ญี่ปุ่น โดยใช้วัสดุ ระดับดีเยี่ยม

วันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฉลองความยิ่งใหญ่กับตระกูล GSX-R ของ Suzuki



ด้วยการผลิต GSX-R รุ่นพิเศษ ที่ใช้ชื่อว่า GSX-R1000 25th Anniversary Edition เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 25 ขวบ ของ GSX-R และ สำหรับแฟนๆ นักสะสมที่ต้องการจะได้ครอบครองนั้นต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า สุโค่ยยยยยยยย!!! มั่กๆ เพราะมีเพียง 1,000 คันในโลกเท่านั้นจริงๆ

GSX-R1000 รุ่นปกตินั้นมีความดุดันมาก เลยถูกปรับให้ซอฟท์ลงมาสักเล็กน้อย แล้วใส่ความเรียบหรู กลับเข้าไป ให้อยู่ในสไตล์ความเรียบหรู และอลังการ ด้วยการใช้โทนสี ขาว - ดำ - น้ำตาลทองไทเทเนี่ยม โดย
เฉพาะสีน้ำตาลนั้น ได้ฉาบทับไว้ที่หลายจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เฟรม พลาสติกช่วงกลาง ช่วงหน้า ท่อไอเสีย กระบอกช็อกอับฯ หน้า และสวิงอาร์ม และสิ่งที่พิเศษที่สุดนอกเหนือจากนั้นก็คือ โลโก้ R สีทองอร่าม แสดงความ โดดเด่นตระการตาที่เหนือกว่ารุ่นปกติ และยังมีสกรีนข้อความ 25th Anniversary Edition เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี GSX-R พร้อมขอบล้อลวดลายพิเศษ ซึ่งสร้างจากลำแสงเลเซอร์ (แสบตามาก) ดอกกุญแจพิเศษ และแผ่น เพลทที่แสดงซีเรียลนัมเบอร์ สำหรับลำดับที่ผลิตของรุ่นนี้ เพียงแค่ 1,000 คันเท่านั้น!!!! ขุมกำลังของ GSX-R1000 25th Anniversary Edition ยังคงจัดจ้านนนนน ในแบบฉบับของ GSX-R1000 ด้วยเครื่องยนต์อินไลน์โฟร์ 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์ว / สูบ) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุ กระบอกสูบ 999 cc หัวฉีดแบบ 12 รู เพิ่มสมรรถนะความแรงบนสนามแข่งได้สูงสุด ผสานกับกระบอกสูบเคลือบ สารเซรามิคเอกสิทธิ์เฉพาะ ของ “ซูซูกิ” SCEM (Suzuki Composite Electrochemical Material) ที่ได้รับการขยาย ปริมาตรในห้องเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีการเพิ่มกำลังอัดจากเดิม 12.5 : 1 เป็น 12.8 : 1 หัวเทียนใช้แบบ อีริเดียม เพื่อไฟที่รุนแรงและทนทานอย่างต่อเนื่อง ท่อไอเสียสูตรพิเศษ SAES (Suzuki Advanced Exhaust System) ปลายคู่ทรงสวยสไตล์ Moto GP ทำจากวัสดุไทเทเนี่ยม ที่ทำให้ไม่มีใครอยากจับเอาไปเปลี่ยน เพราะ เสียดายของ เฟรมแบบทวินสปาร์อะลูมีเนียมอัลลอยขนาดใหญ่หน้าตัด 5 เหลี่ยม เพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนสวิงอาร์ม ออกแบบด้วยรูป ท่อไอเสีย ระบบเบรกเต็มพลังด้วยแม่ปั้มของ TOKICO เจ้าประจำของค่ายนี้แบบ 4 ลูกสูบต่อข้าง ชนิดเรเดียลเม้าท์โมโนบล๊อก พร้อมจานชนิดโฟลทติ้งดิสก์คู่ขนาด 310 มม. ดิสก์เบรกหลังลูกสูบเดี่ยวพร้อมจาน เบรกขนาด 220 มม. กันสะเทือนหน้าอัพไซด์ดาวน์ ปรับตั้งได้เต็มที่ ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชั่น และรีบาวน์ กัน สะเทือนช็อกอับฯ เดี่ยว พร้อมกระเดื่องลิ้งค์ไทพ์ ปรับตั้งได้เต็มที่ เช่นเดียวกัน ยางหน้า-หลัง ใช้ขนาด 120/70ZR17 และ 190/50 ZR17 ตามลำดับ


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/

ฮอนด้าทุ่ม 58 ล้านยัน "ฟีม" บิดโมโตทู



ASTVผู้จัดการรายวัน-นายอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ยันพร้อมจ่ายเงิน 1.3 ล้านยูโร (ราว 58.5 ล้านบาท) เพื่อเป็นงบประมาณทั้งหมดสำหรับการแข่งขันจักรยานยนต์ทางเรียบ รุ่นโมโตทู ฤดูกาล 2010 เพื่อให้ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ได้ลงชิงชัยบนเวิลด์ จีพี เป็นฤดูกาลที่ 4 หลังสต็อป แอนด์ โก (แซค) ต้นสังกัดในสเปนยังไม่สามารถหาสปอนเซอร์หลักมาสนุบสนุนทีมได้

นักบิดวัย 21 ปีขวัญใจชาวไทย ต้องพลาดการทดสอบรถคันใหม่ ที่จะใช้แข่งโมโตทู ฤดูกาล 2010 ทั้งที่สนามคาตาลุนญา และสนามเฆเรซ เนื่องจากสต็อป แอนด์ โก (แซค) ทีมแข่งแดนกระทิง ยังไม่สามารถหาผู้สนับสนุนหลักมาจุนเจือทีมที่มี รัฐภาคย์ และ เฮคตอร์ เฟาเบล เป็น 2 นักบิดประจำทีมได้ ขณะที่นักบิดรายอื่นๆกว่า 30 คน จาก ที่ลงทะเบียน 39 คน ได้นำรถลงทดสอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่งผลให้มีกระแสข่าวว่า "เจ้าลิงน้อย" ที่ลงชิงชัยเวิลด์กรังด์ปรีซ์รุ่น 250 ซีซี มาตลอด 3 ฤดูกาลล่าสุด จะพลาดลงแข่งขันรุ่นโมโตทู 600 ซีซี 4 จังหวะ ที่กำลังจะเปิดฉากขึ้นในวันที่ 11 เมษายนนี้ ที่ประเทศการ์ตา อย่างไรก็ดีล่าสุด MGR SPORT ได้รับการยืนยันจาก นายอารักษ์ พรประภา บอสใหญ่ เอ.พี.ฮอนด้า ว่าแม้เวลานี้จะมีปัญหาจากฝั่งสเปน แต่นักบิดหน้าตี๋จะได้ลงแข่งโมโตทูฤดูกาล 2010 แน่นอน

"ปัญหาที่เกิดขึ้นเกิดจากทีมสต็อป แอนด์ โก ที่สเปนยังไม่ลงตัวในเรื่องสปอนเซอร์ เวลานี้เรากำลังลุ้นว่าเอดูอาร์โด เปราเลส (ทีมบอส) จะจัดการเรื่องนี้ได้เร็วแค่ไหน แต่หากเร็ววันนี้ยังไม่คืบหน้า ทางเอ.พี.ฮอนด้าก็พร้อมที่จะทุ่มเงินส่งฟีมลงแข่งโมโตทู ด้วยตัวเอง แม้ว่าจะมีงบประมาณสูงถึง 1.3 ล้านยูโร (ราว 58.5 ล้านบาท) ต่อการแข่งขัน 1 ฤดูกาลก็ตามที่" เสี่ยอารักษ์เผย

พร้อมกันนี้บอสใหญ่ไทยฮอนด้ายังเผยถึงเรื่องของรถและทีมงานหากต้องส่งแข่งด้วยตัวเองว่า "หากเราต้องส่งแข่ง เราจะส่งแข่งในนามไทยฮอนด้า อย่างไรก็ดียังคงต้องใช้เงินจ้างทีมงานของสเปนทำรถให้เช่นเดิม ซึ่งรถหมายเลข 14 ของฟีมน่าจะยังยึดลวดลายธงชาติไทยต่อไป หลังสปอนเซอร์ตัวหลักของสเปนเข้าที่คาดว่าจะเข้ามาหนุนทีมสต็อป แอนด์ โก (แซค) ถอนตัวออกไป"

สำหรับฟีมแม้จะได้รับการสนับสนุนจากสปอร์เซอร์อาทิปตท. ,เดอะ พิซซา คอมปานี รวมถึง เอไอเอส ทว่ามีรายงานว่า บริษัทนำมันยักษ์ใหญ่ของไทย ลดงบประมานสนับสนุนลงจากฤดูกาลที่ผ่านมาที่เป็นสปอนเซอร์หลัก ขณะที่เรื่องการทดสอบรถ เจ้าตัวจำเป็นต้องฝึกซ้อมกับรถฮอนด้า CBR 600 ที่สนามพีระเซอร์กิต ในช่วงที่ยังไม่ได้บินไปทดสอบรถคันจริงที่ประเทศสเปน



เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000033072

วันอังคารที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2553

เฉลิมพล ผลไม้ คว้ารางวัลเกียรติยศ 2009 ในฐานะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ ในงาน “FMSCT Champion Awards 2009”



ขอแสดงความยินดีกับนักแข่งของยามาฮ่า ที่ได้รับรางวัลจาก สมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ในงาน “FMSCT Champion Awards 2009 ” ณ ลานพลาซา โซน E ราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ที่ผ่านมา

งานนี้ เฉลิมพล ผลไม้ นักแข่งจากทีม Petronas Sprinta Yamaha Thailand Racing Team คว้ารางวัลเกียรติยศ 2009 ในฐานะสร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศชาติ จากผลงานที่สามารถคว้าแชมป์เอเซียปี 2009 ในการแข่งขันรายการ PETRONAS Asia Road Racing Championship 2009 รุ่น Supersport 600 cc. ที่ต้องฝ่าฟันกับนักแข่งชั้นแนวหน้าจากหลายประเทศ ชานนท์ ชุ่มใจ นักแข่งสังกัดทีม Yamaha Hi-Speed Veerubber Team คว้าแชมป์ประเทศไทย รุ่น Family 115 B จากการแข่งขันรายการ FMSCT Thailand Road Racing 2009 และอีกหนึ่งนักแข่งของทีม ยามาฮ่า วายเทค ยามาลู๊ป DID IRC แหนมใบมะยม จ.โมโตครอส อำนาจเจริญ อนุวัฒน์ อิ่มทั่ว คว้าแชมป์ประเทศไทย รุ่น MX2-Novice จากการแข่งขันรายการ FMSCT Thailand Supercross 2009 อีกหนึ่งรางวัลที่สร้างชื่อเสียงให้กับยามาฮ่า คือ รางวัลแชมป์ผู้ผลิต รุ่น Family 115 เกรด B มอบให้กับ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด งานนี้ยามาฮ่าคว้ารางวัลไปถึง 3 รุ่น และแชมป์ผู้ผลิต 1 รุ่น ด้วยกัน ถือเป็นความสำเร็จแห่งปีของทีมแข่งยามาฮ่าเลยทีเดียว


เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/News/View.aspx?ID=1166

บริษัท เคทีบี ลิสซิ่ง เอาใจกลุ่มลูกค้าที่ชอบความเร็ว



นายณัฐศักดิ์ นพประไพ ผู้อำนวยการ ฝ่ายธุรกิจเช่าซื้อสินค้าอุปโภค เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้จัดแคมเปญ เพื่อเอาใจกลุ่มลูกค้าอายุ 25 – 35 ปี ที่ชื่นชอบความเร็ว โดยจัดแคมเปญเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่นใหม่ WAVE 110i AT รุ่น CF110C ระบบซีวีเมติก (CV-Matic) โดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคม 2553 เป็นต้นไป

สิทธิ์พิเศษสำหรับลูกค้าข้าราชการ และรัฐวิสาหกิจที่มีเงินเดือนผ่านธนาคารกรุงไทย สามารถรับอัตราดอกเบี้ย 0.99% ผ่อนนานสูงสุด 48 เดือน ฟรี!ค่าจดทะเบียน ไม่ต้องมีผู้ค้ำประกัน ไม่ต้องมีเงินดาวน์ และยังได้รับการกรมธรรม์ประกันภัยโจรกรรมรถจักรยานยนต์คุ้มครอง 3 ปี ในราคาพิเศษจ่ายเพียง 1,900 บาท สนใจสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ KTBL Call Center 02-299-3888



เพิ่มเติม http://www.newswit.com/news/2010-03-04/3a9e1407bdda8e230a19c7c531e1a138/

วันจันทร์ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2553

เจาะกลยุทธ์คู่ฟัด ฮอนด้า-ยามาฮ่า

ตลาดรถจักรยานยนต์ร้อนแรงตั้งแต่ต้นปี เมื่อสองยักษ์ใหญ่ “ฮอนด้า-ยามาฮ่า” ส่งรถรุ่นใหม่เขย่าตลาด และนั่นเป็นเพียงแค่บทเริ่มต้นเท่านั้น เพราะระยะเวลาที่เหลือตลอดทั้งปี ย่อมดุเดือดมากกว่านี้แน่นอน จากการงัดกลยุทธ์ต่างๆ มาใช้ เพื่อชิงตลาดที่กำลังสดใส ส่วนจะมีอะไรบ้าง?... ขอล้วงลึกจากปากของ “ธีระพัฒน์ จิวะพงศ์” กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด และ “ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์” รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่า มอเตอร์ จำกัด มาให้รับทราบกัน


- ภาพตลาดรถจักรยานยนต์?

ธีระพัฒน์ : ทิศทางตลาดเริ่มมีการฟื้นตัวตั้งแต่ช่วงปลายปีที่ผ่านมา และมีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่องในปี 2010 นี้ โดยคาดว่าจะตลาดรวมจะโตขึ้นจากปีที่แล้วประมาณ 10% หรือมียอดขายรวมที่ 1.68 ล้านคัน ซึ่งเป็นการประเมินจากพื้นฐานเศรษฐกิจของไทย และการประมาณการของภาครัฐ ที่คาดอัตราเติบโตของจีดีพีอยู่ที่ 3-5%

ประพันธ์ : จากการวิเคราะห์แนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราการเติบโตของจีดีพีในปี 2010 นี้ จะอยู่ที่ประมาณ 3.3-5.3% ในขณะที่อัตราการเติบโตของจีดีพีในปีที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณลบ 3% ดังนั้นยามาฮ่าคาดการณ์ว่าตัวเลขของตลาดรวมในปีนี้ จะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 11% โดยตัวเลขของตลาดรวมอยู่ที่ 1.7 ล้านคัน

- ปัจจัยลบที่จะส่งผลกระทบ?

ธีระพัฒน์ : สิ่งที่อาจจะส่งผลให้ตลาดชะลอตัว อยู่ที่ปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองจะรุนแรงหรือไม่ และราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจ

ประพันธ์ : ราคาน้ำมันของตลาดโลกที่เพิ่มขึ้น และสภาวะความผันผวนทางการเมือง ย่อมส่งผลให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัว จนกระทบต่อตลาดรถจักรยานยนต์

- เตรียมรับมืออย่างไร?

ธีระพัฒน์ : การเมืองคงไม่สามารถทำอะไรได้ แต่ต้องการอยากให้เหตุการณ์สงบไม่รุนแรง ส่วนราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น ฮอนด้าได้มีการเตรียมรับมือมาก่อนแล้ว โดยการนำระบบหัวฉีด PGM-FI มาใช้เป็นรายแรก และตั้งแต่เดือนมีนาคมนี้เป็นต้นไป รถจักรยานยนต์ฮอนด้าจะเปลี่ยนมาใช้ระบบหัวฉีดหมดทุกรุ่น

ประพันธ์ : ไม่เพียงราคาน้ำมันแพง ยังมีเรื่องมาตรฐานไอเสียระดับ 6 (ยูโร3) ที่เริ่มบังคับใช้วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป ซึ่งรถยามาฮ่าทุกรุ่นผ่านมาตรฐานไอเสียดังกล่าวแล้ว และในปีนี้จะมีรุ่นหัวฉีดออกมา เพื่อแก้ปัญหาเรื่องราคาน้ำมันและมาตรฐานไอเสีย รวมถึงอนาคตที่จะปรับสู่ระดับ 7 คาดว่าจะใช้เวลา 4 ปี



ฮอนด้า เวฟ110 ไอ เอ.ที.


รถจักรยานยนต์รุ่นใหม่?

ธีระพัฒน์ : ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคมเป็นต้นไป ฮอนด้าได้แนะนำรถจักรยานยนต์ครอบครัว “ฮอนด้า เวฟ110 ไอ” แบบเกียอัตโนมัติ หรือเอ.ที.สู่ตลาดเป็นครั้งแรก เพื่อตอบสนองการขับขี่ที่ง่ายสะดวก และอย่างที่บอกในเดือนมีนาคมปีนี้รถฮอนด้าจะใช้ระบบหัวฉีด PGM-FI หมดทุกรุ่น พร้อมกันนี้ฮอนด้ากำลังจะยกเลิกการผลิตรถจักรยานยนต์ 3 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า เวฟ100, ฮอนด้า โซนิค และรุ่นดรีม ตั้งแต่เดือนมีนาคมเป็นต้นไปเช่นกัน โดยขณะนี้กำลังพิจารณานำรุ่นใหม่ที่ตรงกับตลาดมาทดแทน

ประพันธ์ : ล่าสุดยามาฮ่าได้เปิดตัว “มิโอ 125 ใหม่” รถจักรยานยนต์เครื่องออโตเมติก CVT 125 ซีซีสู่ตลาด และเป็นครั้งแรกของวงการรถจักรยานยต์ในเมืองไทย ที่ได้รับเกียรติจากแชมป์โลก และรองแชมป์โลกโมโตจีพีปีล่าสุด “วาเลนติโน่ รอสซี่” และ “ฮอร์แก้ ลอเรนโซ่” มาร่วมเปิดตัวในครั้งนี้ พร้อมกับยังเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ 3 นักเตะซูเปอร์สตาร์ “ลีซอ” ธีรเทพ วิโนทัย, “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา และ “โอ๊ต” ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับมีโอ 125 ใหม่ และปีนี้ก็จะมีรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดแนะนำสู่ตลาดด้วย




มีโอ 125


กลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้?

ธีระพัฒน์ : ฮอนด้าคงไม่ได้มุ่งเน้นไปทางใดทางหนึ่ง ระหว่างสปอร์ตมาร์เก็ตติ้ง หรือมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง แต่เรามองกลุ่มเป้าหมายเป็นหลัก เพราะลูกค้ามีความหลากหลาย การพิจารณาจะใช้กลยุทธ์อะไร หรือโฆษณาประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ จึงดูที่ตัวผลิตภัณฑ์ว่าอันไหนเหมาะสมกับอะไร

ประพันธ์ : ปัจจุบันแทบทุกยี่ห้อล้วนทำเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของผลิตภัณฑ์ กิจกรรมการตลาด รวมถึงการทำตลาดแบบมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง เพื่อสร้างความแตกต่าง ในปีนี้ยามาฮ่าจะใช้เน้นกลยุทธ์ “สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง” ซึ่งจากการสำรวจลูกค้าต่างชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมากที่สุด ยามาฮ่าจึงเข้าไปเน้นกิจกรรมตรงนี้

เป้าหมายการขายหรือแชร์?

ธีระพัฒน์ : ฮอนด้าตั้งเป้าการขายปีนี้ไว้ที่ 1.15 ล้านคัน ยังคงเป็นผู้นำตลาดอย่างต่อเนื่อง และการที่ส่วนแบ่งการตลาดหรือแชร์ลดลง เราไม่ได้มองตรงนั้นแต่ดูที่ยอดขายมากกว่า และมุ่งให้ความสำคัญเรื่องคุณภาพรถ ความพึงพอใจ และการบริการลูกค้าเป็นหลัก แต่ยอมรับว่าแชร์ลดลงลง เนื่องจากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา มีรถประเภทใหม่อย่างรถเอ.ที. ประกอบกับแนวโน้มตลาดผู้บริโภคให้ความนิยมรถเอ.ที.มากขึ้น คาดจะเติบโตจาก 46.5% ในปี 2552 เป็น 54% ในปี 2553 ขณะที่ฮอนด้าเพิ่งจะมีไม่นาน แต่ปีนี้ถือว่ามีความพร้อมในส่วนผลิตภัณฑ์มาก รวมถึงการเป็นผู้นำในเทคโนโลยีรถหัวฉีด จึงเชื่อว่าจะทำยอดขายได้ตามเป้าหมาย และจะเห็นว่าเดือนมกราคาที่ผ่านมา ฮอนด้ามีแชร์ถึง 72%

ประพันธ์ : ยามาฮ่าตั้งเป้าการขายอยู่ที่ 4.8 แสนคัน มีอัตราการเติบโตถึง 12% โดยคาดว่าจะมีส่วนแบ่งทางการตลาด เพิ่มขึ้นหรือใกล้เคียงกับปีที่แล้วที่ทำได้ 28% ซึ่งเป็นอัตราขยายตัวเมื่อเทียบกับปี 2008 อันเป็นผลมาจากในภาคใต้และภาคเหนือที่มีแชร์เกิน 20% โดยเฉพาะภาคใต้ที่เมื่อ 7 ปีที่ผ่านมา ยามาฮ่ามีแชร์ไม่ถึง 3% แสดงให้เห็นว่าลูกค้ามีความเชื่อมั่น และตอบรับแบรนด์ยามาฮ่ามากขึ้นเรื่อยๆ ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ในช่วงที่ผ่านมาดังจะเห็นได้จากการเป็นผู้นำในรถแบบเอ.ที. ที่มีส่วนแบ่งมากถึง 53% ในปีที่ผ่านมา รวมถึงปีนี้ที่จะเพิ่มความพึงพอใจของลูกค้าอย่างแตกต่าง ผ่านเครือข่ายกรขาย บริการ และอะไหล่ รวมถึงการรักษาฐานลูกค้าเก่าไว้ พร้อมกับขยายลูกค้าใหม่


เพิ่มเติม http://www.mocyc.com/content/view.php?idcontent=186

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

ทีมบอสเชื่อ "เดอะด็อกเตอร์" ยังเร็วได้อีก



ดาวิเด บริวิโอ ทีมบอสคู่ใจของวาเลนติโน รอสซี ยอดนักบิดแชมป์โลก 9 สมัยแห่งทีมเฟียต-ยามาฮา แสดงความมั่นใจว่านักแข่งคู่บุญยังคงมีพัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งรวมถึงมีความมุ่งมั่นเต็มเปี่ยมกับโมโตจีพี หลังมีกระแสข่าวลือมากมายเกี่ยวกับการหันหลังให้วงการจักรยานยนต์ทางเรียบ

ช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมา "เดอะด็อกเตอร์" วัย 31 ปี ตกเป็นข่าวลือมากมายว่าเตรียมขยับไปขับเอฟวันหลังได้รับโอกาสเทสต์รถเฟอร์รารีเมื่อช่วงเดือนมกราคม ขณะเดียวกันยังถูกวิจารณ์ว่าเจ้าตัวอาจจะอิ่มตัวกับความสำเร็จหลังหว้าแชมป์โลกมาแล้วถึง 9 สมัย

ทว่า ดาวิเด บริวิโอ ทีมบอสประจำตัวแสดงความมั่นใจว่า"วาเลนติโนไม่เคยหยุดทำให้ผมประหลาดใจกับความเร็วที่เขาทำได้บนแทร็กที่ดูดีขึ้นเรื่อยๆแม้จะอายุมากขึ้น โดยเฉพาะผลการทดสอบครั้งล่าสุดที่เขาเร็วมากจนทุกคนประหลาดใจ ซึ่งแน่นอนเขายังกระหายไล่ล่าความสำเร็จอยู่อย่างไม่ต้องสงสัย"

พร้อมกันนี้ทีมบอสอิตาเลียนยังมองว่า การขับเคี่ยวแย่งแชมป์โลกรุ่นโมโตจีพีในฤดูกาล 2010 นี้ จะยังคงเป็นการคับเคี่ยวที่สูสีของรอสซี และฮอร์เก ลอเรนโซ เพื่อนร่วมทีมชาวสเปน รวมถึงเคซีย์ สโตเนอร์ อดีตแชมป์โลกปี 2007 จากทีมดูคาติ

รอสซี เพิ่งจะสร้างสถิติใหม่ในการทดสอบรถรุ่นโมโตจีพีที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังควบรถยามาฮา YZR-M1 เวอร์ชันปี 2010 ทำเวลาต่อรอบในการทดสอบดีกว่าสถิติเดิมที่ตัวเองทำไว้ในรอบโพลโพซิชัน ของศึกมาเลเซียน จีพี ฤดูกาลที่แล้ว


เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/Sport/ViewNews.aspx?NewsID=9530000030735

คุณค่าร่วมงาน Bangkok Motorbike Festival 2010



กรุงเทพฯ--4 มี.ค.--โอเอซิส มีเดียบริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดตัว บิ๊กไบค์ระดับพรีเมี่ยมแบรนด์ KTM จากออสเตรีย หลังได้สิทธิ์เป็นตัวแทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย

ในภาพ ภราดร ศรีชาพันธ์ อดีตนักเทนนิสมือวางอันดับที่ 9 ของโลกให้ความสนใจร่วมเยี่ยมชมบูธ โดย พิสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนนทวัชร์ คูเกษมกิจ GM Motorcycle Division บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด ให้การต้อนรับและพาเยี่ยมชม

ข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ บริษัท โอเอซิส มีเดีย จำกัด โทรศัพท์ 0-2937-4735 คุณธนะพน เขียวหวาน / คุณศรัญญรัตน์ สุวรรณคาม / คุณปิยะพร จำเนียร


เพิ่มเติม http://www.newswit.com/news/2010-03-04/d2c7d4db975d67f41ba7b2d8721e364d/

วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฉลองความยิ่งใหญ่กับตระกูล GSX-R


ของ Suzuki ด้วยการผลิต GSX-R รุ่นพิเศษ ที่ใช้ชื่อว่า GSX-R1000 25th Anniversary Edition เพื่อเฉลิมฉลองในวาระครบรอบ 25 ขวบ ของ GSX-R และสำหรับแฟนๆ นักสะสมที่ต้องการจะได้ครอบครองนั้นต้องบอกได้คำเดียวเลยว่า สุโค่ยยยยยยยย!!! มั่กๆเพราะมีเพียง 1,000 คันในโลกเท่านั้นจริงๆ


GSX-R1000 รุ่นปกตินั้นมีความดุดันมาก เลยถูกปรับให้ซอฟท์ลงมาสักเล็กน้อย แล้วใส่ความเรียบหรูกลับเข้าไป ให้อยู่ในสไตล์ความเรียบหรู และอลังการ ด้วยการใช้โทรสี ขาว - ดำ - น้ำตาลทองไทเทเนี่ยม โดยเฉพาะสีน้ำตาลนั้น ได้ฉาบทับไว้ที่หลายจุดสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น เฟรม พลาสติกช่วงกลาง ช่วงหน้า ท่อไอเสีย กระบอกช็อกอับฯ หน้า และสวิงอาร์ม และสิ่งที่พิเศษที่สุดนอกเหนือจากนั้นก็คือ โลโก้ R สีทองอร่าม แสดงความโดดเด่นตระการตาที่เหนือกว่ารุ่นปกติ และยังมีสกรีนข้อความ 25th Anniversary Edition เฉลิมฉลองครบรอบ 25 ปี GSX-R พร้อมขอบล้อลวดลายพิเศษ ซึ่งสร้างจากลำแสงเลเซอร์ (แสบตามาก) ดอกกุญแจพิเศษ และแผ่นเพลทที่แสดงซีเรียลนัมเบอร์ สำหรับลำดับที่ผลิตของรุ่นนี้ เพียงแค่ 1,000 คันเท่านั้น!!!! ขุมกำลังของ GSX-R1000 25th Anniversary Edition ยังคงจัดจ้านนนนน ในแบบฉบับของ GSX-R1000 ด้วยเครื่องยนต์อินไลน์โฟร์ 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว (4 วาล์ว / สูบ) ระบายความร้อนด้วยน้ำ ความจุกระบอกสูบ 999 cc หัวฉีดแบบ 12 รู เพิ่มสมรรถนะความแรงบนสนามแข่งได้สูงสุด ผสานกับกระบอกสูบเคลือบสารเซรามิคเอกสิทธิ์เฉพาะ ของ “ซูซูกิ” SCEM (Suzuki Composite Electrochemical Material) ที่ได้รับการขยายปริมาตรในห้องเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ โดยมีการเพิ่มกำลังอัดจากเดิม 12.5 : 1 เป็น 12.8 : 1 หัวเทียนใช้แบบอีริเดียม เพื่อไฟที่รุนแรงและทนทานอย่างต่อเนื่อง ท่อไอเสียสูตรพิเศษ SAES (Suzuki Advanced Exhaust System) ปลายคู่ทรงสวยสไตล์ Moto GP ทำจากวัสดุไทเทเนี่ยม ที่ทำให้ไม่มีใครอยากจับเอาไปเปลี่ยน เพราะเสียดายของ เฟรมแบบทวินสปาร์อะลูมีเนียมอัลลอยขนาดใหญ่หน้าตัด 5 เหลี่ยม เพิ่มความแข็งแกร่ง ส่วนสวิงอาร์มออกแบบด้วยรูป ท่อไอเสีย ระบบเบรกเต็มพลังด้วยแม่ปั้มของ TOKICO เจ้าประจำของค่ายนี้แบบ 4 ลูกสูบต่อข้างชนิดเรเดียลเม้าท์โมโนบล๊อก พร้อมจานชนิดโฟลทติ้งดิสก์คู่ขนาด 310 มม. ดิสก์เบรกหลังลูกสูบเดี่ยวพร้อมจานเบรกขนาด 220 มม. กันสะเทือนหน้าอัพไซด์ดาวน์ ปรับตั้งได้เต็มที่ ทั้งพรีโหลด คอมเพรสชั่น และรีบาวน์ กันสะเทือนช็อกอับฯ เดี่ยว พร้อมกระเดื่องลิ้งค์ไทพ์ ปรับตั้งได้เต็มที่ เช่นเดียวกัน ยางหน้า-หลัง ใช้ขนาด 120/70 ZR17 และ 190/50 ZR17 ตามลำดับ


เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/Community/Thai/World/Motor/Detail/GSX-R1000_25th.asp

ย้อนรอย"รถอัศวิน"ตำนานสันติบาล 75 ปี



เพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้นที่เราจะได้เห็นรถนำขบวนเสด็จของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในงานพระราชพิธีที่สำคัญๆ เพราะ "ขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ " เหล่านี้ในปัจจุบันโดยเฉพาะในเอเซียมีเพียงประเทศไทยและเกาหลี เนื่องจากต้องใช้รถที่มีสมรรถนะสูง รวมถึงความสามารถของเหล่าตำรวจที่ขับขี่ด้วย ไม่ต่างจากยุคสมัยแรกที่ใช้ม้าและเหล่าอัศวินนำขบวนกษัตริย์ ถึงวันนี้เป็นเวลากว่า 7 ทศวรรษตั้งแต่ปีพ.ศ. 2475 ที่"กองบังคับการตำรวจสันติบาล"(Special Branch) หรือ บส.3 เป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบภาระกิจนี้โดยมีรถระดับตำนานอย่าง "ฮาเล่ย์ เดวิสสัน"เป็นรถของเหล่าอัศวิน


ร.ต.ท.บันลือ งามสะพรั่ง รองสว.กก.1 บก.ส.1 ตำรวจที่ทำหน้าที่ขับจักรยานยนต์ในขบวนเสด็จมากว่า 10 ปี ให้ข้อมูลกับ "ASTV ผู้จัดการ มอเตอริ่ง"ว่า ฝ่ายยานยนต์เกียรติยศนั้นมีหน้าที่ถวายความปลอดภัยพระบารสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ผู้แทนพระองค์ พระราชอาคันตุกะ รักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญฝ่ายไทยและต่างประเทศ สถานที่ราชการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงของประเทศ งานต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง งานการต่อต้านข่าวกรองด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมจิตวิทยา ความมั่นคงปลอดภัย วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม งานจัดระเบียบช่างภาพและสื่อมวลชน และนับเป็นความภูมิใจสูงสุดของชีวิตที่ได้อารักขาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ เพื่อให้สมกับที่ได้รับพระราชทานนามว่า “อัศวิน”

"การตั้งขบวนนั้นมีลักษณะเป็นหัวลูกศรขนาบไปกับรถยนต์ส่วนพระองค์ ใช้รถจักรยานยนต์ทั้งหมด 15 คันด้วยกันถ้าเป็นการจัดแบบขบวนเกียรติยศ เราจะต้องรักษาความปลอดภัยให้ทุกพระองค์อย่างแน่นหนา และมีระเบียบที่สุด ส่วนการคัดเลือกตำรวจที่จะมาขับรถจักรยานยนต์นี้เราจะเลือกจากตำรวจที่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องรถพอสมควร เนื่องจากจะได้ดูแลรถไปในตัวด้วย ปัจจุบันเรามีพลขับกว่า 30 นาย หมุนเวียนกันไป หากต้องเจอเหตุการณ์ฉุกเฉินจำเป็นต้องจัดการให้คนคันอื่นๆพ้นทางไปเราก็ต้องชนเพราะเราต้องให้ภารกิจลุล่วงไปด้วยดี"

การใช้งานกว่าหลายสิปปีทำให้เจ้าฮาเล่ย์เหล่านี้เสื่อมโทรมไปตามกาลเวลา แต่สำหรับอดีต ผบก.ส.3 คนก่อนรวมถึงคนไทยกลุ่มหนึ่งการให้ความสำคัญของขบวนจักรยานยนต์ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์จักรยานยนต์เกียรติยศ บริเวณชั้นล่างโภชนาคาร ภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และได้เปิดอย่างเป็นทางการตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่ผ่านมา โดยภายในนั้นได้รวบรวมรถฮาร์เล่ย์ตั้งแต่ยุคแรกๆจนมาถึงยุคปัจจุบันมาให้ชมกันแบบใกล้ชิดพร้อมทั้งบอกเล่าประวัติความเป็นมาของตำรวจสันติบาลอีกด้วย ทำให้ผบก.ส.3 ทุกคน รวมทั้ง พล.ต.ต.อรรณพ ปิ่นแจ้ง ผบก.ส.3 คนปัจจุบันยังคงให้ความสำคัญกับการดูแลรถเรื่อยมา

คุณเมธี วัฒนศิริโรจน์ ที่ปรึกษางานควบคุมการใช้ และเก็บรักษายานพาหนะ กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3 ถือว่าเป็นหัวแรงในการทำให้รถฮาร์เล่ย์ในตำนานนี้กลับมาโลดแล่นได้อีกครั้งหนึ่งกล่าวว่าขบวนเกียรติยศนี้เริ่มมาตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก พระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2493 ตำรวจสันติบาลได้นำรถจักรยานยนต์ ฮาร์เล่ย์ เดวิสสัน พ่วงข้าง ออกตรวจบริเวณรอบพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต และปฤิบัติการภารกิจนำขบวนเสด็จมาต่อเนี่อง ด้วยความที่ไม่มีใครดูแลและเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มีอยู่ยังไม่สามารถดูแลและซ่อมแซมรถพวกนี้ได้เมื่อรถเสียจึงต้องจอดเก็บไว้เฉยๆเป็นที่น่าเสียดายถ้าคนรุ่นหลังไม่ได้มาเห็น

"การที่เรามาอุทิศตัวร่วมกับเพื่อนๆอีก 20 คนช่วยกันดูแลรถจักรยานยนต์พวกนี้เพราะเห็นว่าอะไรก็ตามที่ทำให้พระองค์ได้เราก็ยินดีทำ และทางรัฐบาลก็ไม่มีงบประมาณสำหรับการดูแลรถพวกนี้ แต่ละคันต้องใช้อะไหล่จากประเทศ และช่างที่ชำนาญ ผมเองก็ขับฮาเล่ย์มาตั้งแต่อายุ 17 จาทุกวันนี้ 30 กว่าปีแล้วครับ อยากให้รถนำขบวนพวกนี้กลับมาใช้งานได้อีกครั้งหนึ่ง เลยรวมตัวกับเพื่อนๆโดยเอาเงินของเราเองมาช่วยกันซ่อมแซม บำรุง รถพวกนี้ ตั้งแต่รุ่นแรกไปจนถึงรุ่นปัจจุบัน ถามว่าทำไมต้องเป็นฮาร์เล่ย์เพราะมันเป็นรถตำนานมีเสน่ห์ในตัวเองมีเอกลักษณ์ที่หาไม่ได้ในบิ๊กไบค์อื่นๆ แม้เวลาจะผ่านไปกี่ปีก็ยังคงความเป็นฮาร์เล่ย์ไม่เปลี่ยนแปลงครับ"

ปัจจุบันรถจักรยานยนต์ฮาร์เลย์ เดวิดสัน ที่ใช้นำขบวนเกียรติยศเป็นรุ่น Road King Police ปี 2540 ขนาดเครื่องยนต์1,400 ซีซี มีอยู่ 20 คัน ความเร็วสูงสุดของรุ่นนี้ทำได้ถึง 200 กม./ชั่วโมง โดยรุ่นที่ใช้งานก่อนหน้านั้น คือ ฮาร์เลย์ เดวิดสัน Electra Glide ปี 2515 ที่ยังเหลืออยู่อีก 10 คัน และยังมีรุ่นปี 2511 ซึ่งถือเป็นรุ่นบุกเบิกจักรยานยนต์เกียรติยศในเมืองไทย

สำหรับระดับความสำคัญและรูปแบบขบวนนั้นมีทั้งหมด 4 รูปแบบด้วยกัน

State Visit นำ-แซงขบวนถวายพระเกียรติ เทอดพระเกียรติ สำหรับพระราชอาคัยตุกะของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นขบวนเต็มรูปแบบใช้รถทั้งหมด 15 คัน

Official Visit นำ-แซงขบวนเป็นเกียรติผู้นำรัฐบาลต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทยในฐานะแขกของรัฐบาล ใช้รถทั้งหมด 9 คัน

Working Visit นำ-แซงขบวนเพื่อเป็นเกียรติผู้นำรัฐบาลต่างประเทศที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย ในฐานะแขกของรัฐบาลแบบกึ่งทางการ ใช้รถทั้งหมด 5-7 คัน

Pretation of Letters of Credence นำ-แซงขบวนเอกอัครราชฑูตต่างประเทศประจำประเทศไทยเข้าเฝ้าฯถวายพระราชสาส์นตราตั้ง/อักษารสาส์นตราตั้ง ดำรงตำแหน่งเอกอัครราชฑูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำประเทศไทย ใช้รถทั้งหมด 5-9 คันตามความเหมาะสมและความสำคัญ

ปัจจุบัน"ขบวนจักรยานยนต์เกียรติยศ "เหล่านี้ยังคงปฏิบัติภาระกิจอย่างต่อเนื่องด้วยความเสียสละ จงรักภักดีต่อประเทศชาติให้เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาคนไทยและคนทั่วโลก.................


เพิ่มเติม http://manager.co.th/Motoring/ViewNews.aspx?NewsID=9530000018293

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฟีมปรับตัวได้ดีกับ 4 จังหวะ

เป็นการฝึกซ้อมครั้งที่ 3 ในรอบ 2 เดือนของเจ้าฟีม รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ หลังจากการซ้อมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมานั้นทำได้ไม่เต็มที่นัก ซ้อมได้เพียงช่วงครึ่งวันเช้า แต่ครั้งนี้เป็นการซ้อมเพื่อให้เกิดความเคยชิน เนื่องจากเจ้าฟีมไม่ได้เดินทางกลับไปฝึกซ้อมที่ประเทศเสปนเช่นนักแข่งคนอื่นๆ เนื่องจากปัญหาความไม่พร้อมของตัวรถแข่ง

ในการฝึกซ้อมครั้งนี้มีเจ้าโฟล์ท รัฐพงษ์ วิไลโรจน์ น้องชายร่วมฝึกซ้อมด้วย รวมทั้งมีนักแข่งชาวญี่ปุ่น โคบายาชิ เรียวตะ และ ทากาอะกิ นากางามิ ทีม HARC-Pro อีกสองท่านเข้าร่วมฝึกซ้อม เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นอากาศเย็นจัดจนไม่สามารถฝึกซ้อมใดๆ ได้เลย

วันแรกของเจ้าฟีม ได้ขี่อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยถึง 60รอบ ทำเวลาดีที่สุดในวันนี้ที่ 1'04.99 เหตุที่ยังไม่เร็วกว่านี้เพราะเจ้าฟีมไม่อยากเกิดอุบัติเหตุใดๆทั้งสิ้นก่อนเปิดฤดูกาลนั่นเอง แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าฟีมแสดงให้เห็นนั่นคือความคงที่และวิธีการขับขี่ที่ดูนุ่มนวล สุขุม เหมือนจะไม่เร็ว แต่เวลาต่อรอบที่ทำได้นั้นกลับเร็วอย่างน่าทึ่ง และวันที่สองนี้ฟีมก็ยังขับไปถึง 56รอบ ทำให้ความคุ้นเคยในเครื่องยนต์ 4 จังหวะนั้นทำได้ดีกว่าการซ้อมสองครั้งที่ผ่านมา

"ช่วงนี้ได้จับรถแข่งอย่างต่อเนื่อง จากครั้งแรกที่รู้สึกอืดๆหนัก มาครั้งนี้รู้สึกว่ารถคันนี้ช้าไปแล้ว ไม่ได้รู้สึกถึงความยากเลยแม้แต่น้อย ไม่น่าจะมีปัญหากับเครื่องยนต์ 4จังหวะ ที่ไม่กดเวลาให้เร็วกว่านี้ก็เพราะขอขี่แบบเซฟดีกว่า หากเกิดอุบัติเหตุช่วงนี้ไม่ดีแน่ มั่นใจครับว่ารถโมโต 2 ไม่น่าจะยากครับ"

ส่วนเจ้าโฟล์ทนั้นในวันแรกยังติดการสอบปลายภาค เดินทางมาร่วมวันที่สองก็สามารถเรียกคืนฟอร์มเก่งเมื่อครั้งเข้าร่วมการแข่งขันเมื่อปี 2008 กลับคืนมาได้เกือบใกล้เคียง ทำเวลาได้ที่ 1'04.59 และขับขี่ถึง 95 รอบ
ทากาอะกิ นากางามิ เด็กสร้างของทีม Harc-Pro หลังจากได้แชมป์ออลแจแปนในรุ่น GP125 สองปีติดก็เดินทางไปอยู่เสปนเสีย 2 ปี เข้าร่วมการแข่งขัน WGP125 แต่ไม่ประสบความสำเร็จนัก เนื่องจากร่างกายที่สูงใหญ่ ปีที่ผ่านมาได้อันดับที่ 19 ของคะแนนสะสมชิงแชมป์โลก มาในปีนี้กลับมาอยู่กับทีมเดิมขยับขึ้นมาขี่ CBR600 เพื่อเตรียมเข้าร่วมการแข่งขัน All Japan ในรุ่น ST600 สามารถทำเวลาได้เร็วสุดที่ 1'03.03 นับว่าเป็นนักแข่งที่มีอนาคตที่ดีอีกคนก็ว่าได้ เพียงแต่ว่าสองปีที่ผ่านมานั้นไปอยู่กับทีมงานที่ไม่ลงตัวนักและรูปร่างที่สูงใหญ่เกินเพื่อนร่วมรุ่นนั่นเอง

โคบายาชิ เรียวตะ อันดับ 4 ในรุ่น ST600 เมื่อปีที่แล้วรายการออลแจแปน ขับขี่ได้ดีเช่นกัน ทำเวลาดีที่สุดที่ 1'04.11 ครั้งนี้เหมือนอดอยากปากแห้งมานาน แค่วันแรกก็กดคันเร่งไปถึง 135รอบ เหตุเพราะการจะฝึกซ้อมที่ญี่ปุ่นนั้นทำได้ยากมาก

วันสุดท้ายของการฝึกซ้อม เจ้าฟีมติดการสอบที่ RBAC "สแตมป์" อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จึงมีโอกาสได้ทดสอบ CBR600 ด้วยอีกคน จากรถแข่งประเภทออโต้เมติก Honda Click ถึงจะเป็นแชมป์ประเทศไทยคนล่าสุดก็ตาม ขยับขึ้นมาถึง CBR600 ก็เป็นงานยากในการปรับตัว จึงทำได้เพียงรู้จักกับรถเท่านั้น กดคันเร่งทำเวลาที่ 1'08.8

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฮอนด้าเอทีแรงไม่หยุด



เปิดศักราชใหม่ด้วยยอดสูงมากกว่า 40,000 คัน กวาดแชร์ถึง 57%ดันยอดรวมเดือนแรกของปีสูงถึง 139% ฮอนด้านำโด่งที่ 72% ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยร้อนแรงรับต้นศักราชใหม่ ส่งสัญญาญเศรษฐกิจขาขึ้น แค่เดือนแรก ปี 2553 มียอดจดทะเบียนรวมสูงถึง 153,312 คัน สูงถึง 139 % มากกว่าปีที่ผ่านมาในช่วงเวลาเดียวกัน ค่ายฮอนด้าผู้นำตลาด 21 ปีซ้อนโกยยอดรวมเดือนมกราคมสูงถึง 110,731 คัน เทียบเท่าสัดส่วนครองตลาดที่ 72 % โดยเฉพาะฮอนด้าเอ.ที.แรงไม่หยุดด้วยยอดจำหน่ายพุ่งกระฉูดถึง 40,443 คัน เทียบเท่าสัดส่วนครองตลาดที่ 57% นำโดยฮอนด้า สกู๊ปปี้ไอ ที่กระแสตอบรับแรงไม่มีตก ตามด้วยฮอนด้า คลิกไอ และล่าสุดพี่ใหญ่ในกลุ่มเอที ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ติดอันดับท๊อป 10 รถยอดนิยม ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถจักรยานยนต์ไทยกับเทคโนโลยีระบบหัวฉีด PGM FI ที่ล่าสุดกินส่วนแบ่งตลาดไปแล้วกว่า 54%



นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า "ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจากช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่ผ่านมาที่เติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ได้ส่งสัญญาณขาขึ้นรับศักราชใหม่ในเดือนมกราคม ด้วยยอดจำหน่ายรวมทุกยี่ห้อสูงถึง 153,312 คัน เติบโตสูงกว่าเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 139% และเติบโตต่อเนื่องจากเดือนธันวาคมอีก 104% โดยฮอนด้าเองมียอดจำหน่ายสูงถึง 110,731 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 72% เติบโตขึ้นจากเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้าที่ 158% ในจำนวนนี้ฮอนด้าเอทีมีการเติบโตสูงสุดด้วยยอดจำหน่ายในเดือนมกราคมนี้ถึง 40,443 คัน สูงที่สุดในประวัติการจำหน่ายรถแบบเอทีทุกยี่ห้อที่ผ่านมา เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 57% นำโดยฮอนด้าสกู๊ปปี้ไอ ฮอนด้า คลิก ไอ และล่าสุด ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์ พี่ใหญ่ในกลุ่มเอทีที่ติดอันดับ Top 10 รถยอดนิยมประจำเดือนมกราคม นับเป็นความไว้วางใจอย่างสูงสุดที่ผู้ใช้มีต่อฮอนด้าเอทีที่เป็นระบบหัวฉีด PGM FI และยังส่งผลให้สัดส่วนความนิยมในรถแบบหัวฉีดพุ่งสูงขึ้นถึง 54% ในเดือนที่ผ่านมาอีกด้วย ซึ่งฮอนด้ามั่นใจว่ากระแสการตอบรับในรถแบบหัวฉีดจะยิ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยฮอนด้าเองก็พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ สู่ตลาดอยู่เสมอ ขอให้ผู้ใช้ติดตามความเคลื่อนไหวของฮอนด้าอย่างต่อเนื่อง"

ด้านรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทเดือนมกราคม 2553 ซึ่งเป็นเดือนแรกของศักราชใหม่ 2553 ปีเสือทองนั้น มียอดจำหน่ายรวมที่ 153,312 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบครอบ ครัว 75,930 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% นับเป็นรถประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุด ในขณะที่ค่ายฮอนด้าที่เป็นผู้นำตลาดนั้น มีอัตราครองตลาดในกลุ่มรถประเภทครอบครัวนี้ถึง 87% สำหรับรถจักรยานยนต์แบบ เอ.ที มียอดจดทะเบียนรวมที่ 70,365 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 46% แบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 3,820 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2% แบบสปอร์ต 1,236 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 1,961 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาดกว่า 1%

สำหรับสัดส่วนการจดทะเบียนรถแบบหัวฉีด ล่าสุดในเดือนมกราคมมีสัดส่วนที่ 54% เทียบเท่าจำนวน 83,111 คัน เติบโตขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ 112% ในจำนวนนี้เป็นฮอนด้าหัวฉีด PGM FI ที่ 81,760 คัน

ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 110,731 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 72% เติบโตขึ้น 112% จากเดือนก่อนหน้า, ยามาฮ่า 34,570 คัน อัตราครองตลาด 23% เติบโตลดลง 85% จากเดือนก่อนหน้า, ซูซูกิ 4,803 คัน อัตราครองตลาด 3% เติบโตลดลง 99% จากเดือนก่อนหน้า, อื่นๆ ได้แก่ คาวาซากิ 1,798 คัน , เจอาร์ดี 35 คัน, แพล็ตตินั่ม 44 คัน, ไทเกอร์ 222 คัน และอื่นๆ 1,109 คัน

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page023.asp?id=2182

"ฮอนด้า คลิก ไอ" ชวน "บี้ เดอะสตาร์" เดินสายกิจกรรมความสนุก

นางจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด ส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด รุกเดินหน้ากิจกรรมชวนนักร้องหนุ่มอารมณ์ดี มากความสามารถ "บี้ เดอะ สตาร์ (นายสุกฤษฎิ์ วิเศษแก้ว)" พรีเซนเตอร์รถจักรยานยนต์ เอ.ที ยอดนิยมอันดับหนึ่ง รุ่น ฮอนด้า คลิก ไอ ระบบหัวฉีด เดินสายโชว์ความหล่อ แบบเฉียบ คม เท่ กับการเปิดตัวมินิอัลบั้ม It's alright ในงานแถลงข่าวกิจกรรม Road Show Mini Concert: Honda Click i Meet & Greet with Bie ณ บริเวณกิจกรรมศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิร์ล เมื่อเร็วๆ นี้
โดยตารางกิจกรรมความสนุกที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้ จะเดินสาย Road Show ไปกับคุณบี้ ต่อเนื่องติดต่อกันตลอดเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้ ในวันที่ 12 มีนาคม 2010 ณ ลานลีการ์เด้นท์ หาดใหญ่, วันที่ 19 มีนาคม 2010 ที่ เซ็นทรัลพลาซ่า จ.ขอนแก่น และ 26 มีนาคม 2010 ที่ เซ็นทรัลแอร์พอร์ท จ. เชียงใหม่


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/2010/2010_page025.asp?id=2185

ข่าวที่เกี่ยวข้อง