วันเสาร์ที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2553

"ฟีม" ยึดเบอร์เดิมซิ่ง MOTO2 จับตาสีรถใหม่อาจฉีกแนว

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ยังคงใช้รถหมายเลข 14 ทำศึก MOTO2 ฤดูกาลใหม่ ขณะที่รถแข่งคันใหม่ของเจ้าตัวอาจจะมีการเปลียนสีสันลวดลายไปจากเดิม ตามผู้สนับสนุนหลักปี 2010

สหพันธ์จักรยานยนต์นานาชาติ (เอฟไอเอ็ม) ประกาศรายชื่อพร้อมหมายเลขรถสำหรับนักบิดทั้ง 3 รุ่น ในฤดูกาล 2010 ออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งปรากฎว่า "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยยังคงยึดเบอร์ 14 อันเป็นเลขวันเกิดเหมือนในช่วง 2 ฤดูกาลล่าสุด

ส่วนเบอร์รถของนักบิดดังในรุ่น MOTO2 600 ซีซี 4 จังหวะ ซึ่งเป็นรุ่นที่ฝ่ายจัดการแข่งขันกำหนดขึ้นมาใหม่แทนรุ่น 250 ซีซีเดิม ที่น่าสนใจได้แก่ ยูกิ ทากาฮาชิ อดีตนักบิดรุ่นโมโตจีพีใช้เบอร์ 72 ,ไมค์ ดิ เมกลิโอ อดีตแชมป์โลก 125 ซีซี ใช้เบอร์ 63 และเฮคตอร์ เฟาเบล เพื่อนร่วมทีมฮอนดา-สต็อป แอนด์ โก ของฟีมใช้เบอร์ 55

ขณะที่ในรุ่นโมโตจีพี นักบิดชั้นนำของวงการยังคงใช้หมายเลขรถเดิมของตัวเองทั้ง วาเลนติโน รอสซี เบอร์ 46 ,ฮอร์เก ลอเรนโซ เบอร์ 99 ,เคซีย์ สโตเนอร์ เบอร์ 27 ส่วนนักบิดจากรุ่น 250 ซีซีเดิมที่ขยับขึ้นมา มาร์โก ซิมอนเชลลี เบอร์ 58 ,ฮิโรชิ อาโอยามา เบอร์ 7 และอัลวาโร เบาติสตา เบอร์ 19

ด้านความเคลื่อนไหวของการเตรียมตัวสู่ศึก MOTO2 ฤดูกาลใหม่ของรัฐภาคย์ มีการเปิดเผยจากแหล่งข่าวใกล้ชิดว่า รถแข่ง MOTO2 600 ซีซี 4 จังหวะ อาจจะมีการปรับเปลี่ยนสีสันและลวดลายไปจากเดิม ตามสีสันของสปอนเซอร์รายใหม่

โดยใน 3 ฤดูกาลที่ผ่านมารถแข่งของฟีมใช้ลวดลายของ ปตท.จำกัด (มหาชน) บริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของไทย เป็นสีหลักมาโดยตลอด ซึ่งแม้ปตท.จะยังคงสนับสนุนฟีมต่อในฤดูกาล 2010 แต่มีความเป็นไปได้ที่อาจมีสปอนเซอร์เจ้าอื่นเข้าเป็นผู้สนับสนุนหลักในปีนี้

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

ตลาดรถจักรยานยนต์ไทยส่อแววสดใสรับปีเสือทอง 2553 ฮอนด้าพร้อมก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของการเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย 21 ปีซ้อน

ตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ปี 2552 ปิดตัวเลขลงอย่างสวยงามที่ 1,535,613 คัน เติบโตลดลงเพียง 10% จากปี 2551 โดยฮอนด้ายังคงครองแชมป์ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 ด้วยยอดจำหน่าย 1,014,118 คัน เทียบเท่าอัตราส่วนตลาด 66% นับเป็นการก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของการเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย 21 ปีซ้อน ส่วนภาพรวมตลาดฯส่อแววสดใสรับศักราชใหม่ปีเสือทอง 2553 ด้วยยอดจำหน่ายรวมในเดือนสุดท้ายของปีที่ 147,424 คัน เติบโต 127% เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยฮอนด้าเติบโตสูงขึ้นถึง 136% หลังผลักดันรถแบบ เอ.ที รุ่นใหม่เข้าสู่ตลาดในช่วงหลังของปี ส่งผลให้สัดส่วนการครองตลาดรถประเภท AT ของฮอนด้าสูงขึ้นเป็น 50% ในปัจจุบัน

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “ตั้งแต่ไตรมาสสุดท้ายของปีเป็นต้นมา ภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ไทยมีแนวโน้มดีขึ้นเรื่อยๆอย่างต่อเนื่อง เป็นผลจากสภาพเศรษฐกิจที่ดีขึ้นจากการที่ภาครัฐสามารถรักษาดุลยภาพทางเศรษฐกิจและการเมืองไว้ได้ จึงช่วยเรียกความเชื่อมั่นของผู้บริโภคกลับคืนมา โดยตลาดรถจักรยานยนต์ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจในช่วงต้นปี จึงกลับฟื้นสภาพขึ้นในช่วงไตรมาสสุดท้าย และล่าสุดในเดือนธันวาคมที่ผ่านมาตลาดรวมมีการเติบโตสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 127% จาก 116,024 คันในเดือนธ.ค.ปี 51 เป็น 147,424 คันในเดือนธ.ค.ปี 52 โดยฮอนด้าเองก็เติบโตสูงขึ้นกว่าปีก่อนหน้าถึง 136% จาก 72,683 คันเดือนธ.ค.ปี 51 เป็น 98,946 คันในเดือนธ.ค.ปี 52 ด้วยเหตุนี้เองจึงส่งผลให้ยอดขายรวมทุกยี่ห้อในปี 52 ปิดตัวเลขลงอย่างสวยงามที่ 1,535,613 คัน หรือเติบโตลดลงเพียง 10% จากปีก่อนหน้า โดยฮอนด้ายังคงครองแชมป์ผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 ด้วยยอดจำหน่าย 1,014,118 คัน เทียบเท่าอัตราส่วนตลาด 66% นับเป็นการก้าวสู่ทศวรรษที่ 3 ของการเป็นผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ซึ่งทางฮอนด้าขอขอบคุณผู้อุปการะคุณทุกท่าน ที่ให้ความไว้วางใจในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าด้วยดีอย่างต่อเนื่องเสมอมา และความไว้วางใจนี้จะเป็นแรงผลักดันให้ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนารถจักรยานยนต์ที่เพียบพร้อมเทคโนโลยีใหม่ๆให้สอดรับความต้องการของผู้ใช้ชาวไทยอย่างเหนือความคาดหมาย และรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อโลกอันสวยงามใบนี้” นายธีระพัฒน์ กล่าวสรุป

ด้านตลาดรถประเภท AT ที่ฮอนด้าเพิ่งวางตลาดรุ่นใหม่ล่าสุดไป 2 รุ่นในช่วงหลังของปีทั้ง Honda Scoopy I & Honda PCX นั้น ปรากฏว่าในเดือนธันวาคมที่ผ่านมา ตลาดรวมรถ AT มีการเติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้าถึง 125% ที่ ยอดรวม 68,793 คัน ในจำนวนนี้เป็นยอดจำหน่ายฮอนด้าเอทีที่ 34,474 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% เป็นการครองสัดส่วนตลาดสูงสุดในรถประเภทเอทีติดต่อกันเป็นเดือนที่ 2 โดยมี 2 รุ่นหลักยอดนิยมทั้งฮอนด้าคลิก ไอ ที่ 15,358 คัน และ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ที่ 15,085 คัน

ในด้านการผลักดันรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดออกสู่ตลาดของฮอนด้าอย่างจริงจังตั้งแต่กลางปี 2551 ที่ผ่านมา ล่าสุดในช่วงปลายปี 2552 สัดส่วนตลาดรถแบบหัวฉีดได้รับความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากเพียง 23% ในเดือนมกราคม มาเป็น 50% ในเดือนธันวาคม หรือโดยเฉลี่ยทั้งปี รถแบบหัวฉีดมีสัดส่วนตลาดที่ 43% ซึ่งฮอนด้าในฐานะผู้บุกเบิกเทคโนโลยีใหม่มาสู่สังคมไทยคาดการณ์ความนิยมในรถแบบหัวฉีดในปี 2553 จะยิ่งเติบโตมากยิ่งขึ้น และมีสัดส่วนเกินกึ่งหนึ่งของตลาดอย่างแน่นอน

สำหรับรายงานตัวเลขตลาดรถจักรยานยนต์ทุกประเภทในเดือนธันวาคม มียอดจดทะเบียนรวมที่ 147,424 คัน แบ่งเป็นรถจักรยานยนต์แบบครอบครัว 71,790 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% แบบ เอ.ที. 68,793 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47% แบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 3,550 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2% แบบสปอร์ต 1,069 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และแบบออฟโรดรวมประเภทอื่นๆ 2,222 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2%

ส่วนยอดจดทะเบียนรวมของทั้งปี 2552 อยู่ที่ 1,535,613 คัน เติบโตลดลง 10% จากปีที่ผ่านมา โดยรถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวครองความนิยมสูงสุดที่ 755,599 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% รถแบบ เอ.ที. จำนวน 715,801 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ตจำนวน 37,286 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 11,567 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 1% และแบบออฟโรดรวมทั้งรถประเภทอื่นๆ 15,360 คัน เทียเท่าสัดส่วนตลาด 1%

สำหรับอัตราครองตลาดในปี 2552 ของแต่ละผู้ผลิตมีดังนี้ รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 1,014,118 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 428,774 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 63,026 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 14,801 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 1%, เจอาร์ดี 1,537 คัน, แพล็ตตินั่ม 1,059 คัน, ไทเกอร์ 1,143 คัน และอื่นๆ 11,155 คัน

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

วันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2553

เปิดบิ๊กไบค์ 'เคทีเอ็ม'จากออสเตรีย



"คุณค่าฯ" จับมือสองค่ายบิ๊กไบค์ นำเข้ารถจักรยานยนต์ยี่ห้อใหม่จากออสเตรีย และแคนาดา ขายในไทย มั่นใจลูกค้าให้ความสนใจ พร้อมเปิดโชว์รูมใหม่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และกิจกรรมการตลาด รับยอดขาย 80 ล้านบาทภายในปี 2553 นี้ ส่วนตลาดต่างจังหวัดเตรียมขยายไปยังภาคเหนือและอีสาน


ขยายไปยังภาคเหนือและอีสาน
นายพิสิทธิ์ คุณานันทกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้มีการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หรือบิ๊กไบค์ ยี่ห้อ "เคทีเอ็ม" ซึ่งเป็นแบรนด์ระดับพรีเมียม จากออสเตรีย และ CAN-AM SPYDER อีก 2 รุ่น ตอบสนองความต้องการของฐานลูกค้าที่มีความชื่นชอบรถจักรยานยนต์สปอร์ตคุณภาพสัญชาติยุโรป โดยรถรุ่นดังกล่าวจะมีการเผยโฉมครั้งแรกในงาน "บางกอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล 2010" (Bangkok Motorbike Festival 2010) ครั้งที่ 2 ระหว่างวันที่ 28-31 มกราคมนี้ที่เซ็นทรัล เวิลด์
สำหรับยอดการจดทะเบียนจักรยานยนต์ปีที่แล้ว 1,500,000 คัน โดยตลาดรถบิ๊กไบค์มีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 13,138 คัน เช่นเดียวกับรถประเภทสปอร์ต ที่มีจำนวน 10,498 คัน คิดเป็นส่วนแบ่งประมาณ 1% เท่าๆกัน คาดว่าปี 53 ทั้ง 2 ส่วนน่าจะมีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้น 10-15% เพราะสภาพเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและการเมืองนิ่งขึ้น และเนื่องจากรถจักรยานยนต์กลุ่มนี้ยังเป็นกลุ่มที่มีฐานตัวเลขที่ไม่สูงมาก อีกทั้งเป็นปีที่ประเทศไทยเริ่มใช้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (AFTA) ภาษีนำเข้าลดลงเป็นศูนย์ ส่งผลให้ราคารถประเภทนี้มีราคาถูกลง ผู้ที่ชื่นชอบรถกลุ่มนี้สามารถจับต้องเป็นเจ้าของได้มากขึ้น เป็นปัจจัยกระตุ้นให้ตลาดบิ๊กไบค์มือหนึ่งเข้ามาแชร์ตลาดจากมือสองเพิ่มขึ้น ในส่วนบริษัทตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 80 ล้านบาท
ทั้งนี้เคทีเอ็ม จัดเป็นแบรนด์รถจักรยานยนต์ที่มีประวัติศาสตร์และผลงานมายาวนาน รวมถึงมีความหลากหลายในการพัฒนาสินค้ามากที่สุดในทุกกลุ่ม ทั้งที่เรียกว่า สตรีตไบค์( street bike) และเรซไบค์ ( race bike) รวม 30-40 โมเดล โดยเคทีเอ็มได้มีการแต่ตั้งให้บริษัท คุณค่า คอร์ปอเรชั่นฯ เป็นผู้นำเข้าและ จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย
นอกจากนี้บริษัทจะได้เปิดตัวจักรยานยนต์ CAN-AM SPYDER อีก 2 รุ่น คือ รุ่น RS ปี 2010 และ รุ่น RT ซึ่งเป็นโมเดลล่าสุดจากแคนาดา BRP (Bombardier Recreational Product) และถือเป็นการเผยโฉมอย่างเป็นทางการครั้งแรกแห่งภาคพื้นเอเชียอีกด้วย โดยเฉพาะ RT เป็นสีสันของงาน เนื่องจากเป็นลูกผสมของจักรยานยนต์และรถสปอร์ต 100 แรงม้า โดย CAN-AM SPYDER เป็นอีกแบรนด์หนึ่งที่บริษัทได้สิทธิ์เป็นผู้แทนจำหน่าย แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเช่นกัน

สำหรับแผนการตลาดเพื่อรองรับการบริการทั้ง 2 แบรนด์ บริษัทเตรียมสร้างโชว์รูมแห่งใหม่ใจกลางเมืองบนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ นอกเหนือจากโชว์รูมเดิมที่ศรีนครินทร์ โดยโชว์รูมแห่งใหม่ ประกอบด้วยส่วนแสดงยนตรกรรมและส่วนให้บริการ คาดว่าโชว์รูมแห่งใหม่จะแล้วเสร็จภายในไตรมาสที่สองของปีนี้

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะขยายโชว์รูมไปยังภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือภายในปีนี้ มุ่งเน้นการจัด event เพื่อสื่อสารกับลูกค้าเป้าหมายอย่างต่อเนื่อง สำหรับแผนการสร้าง brand loyalty โดยจะมีบริการและสินค้าอุปกรณ์เสริม อุปกรณ์ตกแต่งครบครัน รวมถึงมีมุมเลานจ์ดีไซน์ทันสมัย เพื่อการพบปะสังสรรค์ของสังคมคนรัก KTM และจัดตั้ง Rider club ขึ้นในอนาคตอันใกล้ รวมถึงใช้การกลยุทธ์การตลาดด้าน CEM (Customer Experiential Marketing) มาประยุกต์ใช้สร้างความแตกต่างที่ไม่เหมือนใคร โดยเปิดให้ผู้สนใจได้ทดลองและสัมผัสสมรรถนะความแรงที่โชว์รูม รวมถึงจะมีแผนการ Test Drive Activities อย่างต่อเนื่อง


เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com

วันจันทร์ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2553

"ยามาฮา" หวั่นเสีย "รอสซี" หลังเทสต์ F1 สุดแจ่ม

เฟียต-ยามาฮา ทีมแข่งดังแห่งศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก ออกอาการหวั่นใจที่จะต้องเสียวาเลนติโน รอสซี นักบิดซูเปอร์สตาร์ไปสู่ฟอร์มูลา วัน หลัง "เดอะด็อกเตอร์" ทำเวลาสุดยอดในการทดสอบรถเฟอร์รารี ที่ประเทศสเปน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

เจ้าของแชมป์โลกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ 8 สมัย เพิ่งจะสร้างความฮือฮาด้วยการนำรถเฟอร์รารี F2008 ลงทดสอบที่สนามคาตาลุนญา เซอร์กิต ตามคำเชิญของทีมม้าลำพอง พร้อมทำเวลาต่อรอบ ดีกว่าสถิติที่ดีที่สุดในวันแข่งขัน (fastest race lap) ของรูเบนส์ บาร์ริเคลโล ในเอฟวัน 2009 อยู่ 0.862 วินาที

ซึ่งจากผลการเทสต์ดังกล่าวส่งผลให้ ยามาฮา ต้นสังกัดในศึกโมโตจีพีของรอสซี ออกอาการหวั่นใจว่าจะเสียนักบิดตัวเก่งไปก่อนที่สัญญาฉบับปัจจุบันจะหมดลงหลังจบฤดูกาล 2010 นี้ จากการเปิดเผยของดาวิเด บริวิโอ ทีมบอสค่ายยามาฮา

"ผมค่อนข้างหวั่นใจไม่น้อยจากผลการทดสอบที่ยอดเยี่ยมในเอฟวันของวาเลนติโน เพราะบางทีอาจจะทำให้เขาตัดสินใจง่ายขึ้นในการเปลี่ยนชนิดของการแข่งขัน(ไปขับเอฟวัน)ก็เป็นได้" บริวิโอ เผยผ่าน ลากัตเซตตา เดลโลสปอร์ต สื่ออิตาลี

สำหรับรอสซีชื่นชอบกีฬามอเตอร์สปอร์ตเป็นชีวิตจิตใจ โดยเจ้าตัวได้รับโอกาสในการขับทดสอบรถฟอร์มูลา วัน กับเฟอร์รารี มาแล้วถึง 6 ครั้ง ทั้งยังเคยได้รับเชิญไปลงแข่งขันแรลลีชิงแชมป์โลก (WRC) ที่มอนซาในบ้านเกิดมาแล้ว

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

"รอสซี" แฮปปี้เทสต์ "เฟอร์รารี" แม้พลาดหมุน

วาเลนติโน รอสซี นักบิดเจ้าของแชมป์มอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก 8 สมัย เผยมีความสุขกับการได้เทสต์รถเอฟวันให้กับเฟอร์รารีอีกครั้ง แม้จะเสียฟอร์มจากการพลาดหมุนเนื่องจากฝนตกหนักในการทดสอบวันแรกที่สนามคาตาลุนญา ประเทศสเปน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

"เดอะด็อกเตอร์" ที่แม้จะยืนยันมาตลอดว่าจะล่าแชมป์โลกสมัยที่ 9 ในศึกโมโตจีพีร่วมกับค่ายยามาฮาต่อไป แต่เจ้าตัวก็ไม่ปฏิเสธในการร่วมทดสอบรถร่วมกับทีมเฟอร์รารี ยักษ์ใหญ่แห่งศึกฟอร์มูลา วัน ตามคำเชิญของสเตฟาโน โดเมนิคาลี ทีมบอสม้าลำพอง


ซึ่งเมื่อวันพุธที่ 20 ม.ค.ที่ผ่านมา นักบิดอิตาเลียนมีคิวนำรถ F2008 ทดสอบในสนามคาตาลุนญา เซอร์กิต ในเมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ทว่าเจ้าตัวต้องเสียฟอร์มเล็กน้อย เมื่อซิ่งรถหมุนหลุดออกนอกแทร็ก เนื่องจากมีฝนตกลงมาอย่างหนักในช่วงเช้า

อย่างไรก็ดีหลังจากนำรถกลับมาเซ็ตอัพใหม่ และสภาพอากาศเริ่มดีขึ้นในช่วงบ่าย ยอดนักซิ่งอิตาเลียนก็เค้นฟอร์มสุดยอกออกมา โดยขับไปทั้งสิ้น 68 รอบสนาม ทำเวลาต่อรอบดีที่สุดไว้ที่ 1:25.200 นาที ช้ากว่าสถิติสนามที่คิมี ไรค์โคเนน ทำไว้ในปี 2008 เพียง 3.5 วินาทีเท่านั้น

โดยรอสซีเผยหลังการทดสอบวันแรกว่า "ผมมีความสุขมากกับการได้จับพวงมาลัยรถเอฟวันอีกครั้ง แม้ว่าอากาศในช่วงเช้าจะแย่จนทำให้ไม่สามารถควบคุมรถได้ แต่โชคดีที่ช่วงบ่ายแดดออก และผมก็สามามารถทำความเร็วได้อย่างต้องการภายใต้ยางสลิค จนเวลาต่อรอบของผม

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

“ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ใหม่” หนึ่งเดียวที่หนึ่งแห่งผู้นำความประหยัด ชูความสุขสีสันใหม่ผ่าวิกฤตเศรษฐกิจ ให้ทุกครอบครัวไทย ร่วมเซฟทุกกิโลไมล์

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ผู้นำตัวจริงยอดขายอันดับหนึ่งตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย เดินเครื่องสู้ภาวะเศรษฐกิจส่งรถจักรยานยนต์ยอดนิยมตลอดกาลประเภทรถครอบครัว “ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ” ลายใหม่! ลงสนามตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งของสุดยอดสมรรถนะแห่งความประหยัดในแนวคิดทางการตลาด “ฮอนด้าเวฟ 110 ไอ ใหม่...เซฟทุกกิโลไมล์ สุขใจทุกกิโลเมตร” โดยความประหยัดสดใหม่ในครั้งนี้ มาด้วยกันทั้งหมด 3 รุ่น 9 สีด้วยกัน คือ รุ่นดัมเบรก สตาร์ทเท้า สีน้ำเงิน-ดำ และสีน้ำตาล-ดำ, รุ่นดิสก์เบรกหน้า สตาร์ทเท้า สีแดง-ขาว, สีดำ-แดง, สีน้ำเงิน-ดำ และสีดำ-ขาว, รุ่นดิสก์เบรกหน้า สตาร์ทมือ สีแดง-เทา, สีขาว-แดง และสีน้ำเงิน-เทา ภายใต้เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI โดยมีราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 45,000-48,000 บาท สามารถแวะชมและสัมผัสผู้นำแห่งความประหยัดของจริงได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศ ใกล้บ้านคุณ

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/

"ดูคาติ" เปิดตัวรถ GP10 หวังทวงบัลลังก์ "รอสซี"

ดูคาติ ทีมแข่งดังแห่งศึกโมโตจีพี เปิดตัวรถแข่ง GP10 ที่จะใช้แข่งขันในมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลก 2010 พร้อมแสดงความมั่นใจว่า ศักภาพของรถแข่งคันใหม่จะทำให้ทีมทวงบัลลังก์แชมป์โลกคืนจากค่ายยามาฮาได้สำเร็จ
เคลาดิโอ โดเมนิคาลี ผู้อำนวยการทีมดูคาติ ทีมแข่งจากประเทศอิตาลี เป็นประธานในการเปิดตัว ดูคาติ GP10 รถแข่งสำหรับโมโตจีพี 2010 ที่มาดอนนา ดิ คัมปิกริโอ ทางตอนเหนือของอิตาลี โดยมีเคซีย์ สโตเนอร์ และนิคกี เฮย์เดน 2 นักบิดประจำทีมร่วมเปิดตัว

โดยโดเมนิคาลี เผยถึงความมั่นใจต่อรถแข่งขุมกำลัง 800 ซีซี เวอร์ชันใหม่ว่า "เรามั่นใจว่ารถปี 2010 มีการพัฒนาจากปีที่ผ่านมาในทุกๆด้าน ทั้งการขับขี่และเซ็ตอัพที่ง่ายขึ้น ประกอบกับการมีอดีตแชมป์โลกในทีมถึง 2 คนเป็นผู้ขับขี่ ทำให้เป้าหมายในปีนี้จะเป็นอื่นไม่ได้นอกจากการไล่ล่าแชมป์ประจำปี"

สำหรับดูคาติเป็นทีมเต็งที่จะคว้าแชมป์โลกโมโตจีพี 2009 จากเคซีย์ สโตเนอร์ หลังทำผลงานในช่วงเทสต์รถก่อนเปิดซีซันได้อย่างยอดเยี่ยม ทว่าเมื่อถึงฤดูกาลแข่งขันจริงกลับต้องพลาดท่าให้กับวาเลนติโน รอสซี จากค่ายเฟียต-ยามาฮา เป็นฤดูกาลที่ 2 ติดต่อกัน



เพิ่มเติม http://www.startpage.in.th/mobile/view/48839

มอ'ไซค์ฮอนด้าบุกตลาดวัยรุ่น

ฮอนด้า เจ้าตลาดรถจักรยานยนต์ขวัญใจวัยแนว ต้อนรับศักราชใหม่เข้าถึงไลฟ์สไตล์วัยรุ่นวัยแนวทั่วประเทศดึงผู้นำความบันเทิงวัยรุ่นอย่างสำนักพิมพ์สุดแนว "a book" และ S.O.SSound of Siam Square สถานีวิทยุแนวสตรีทแห่งแรกของไทยและฮิตที่สุดในสยาม ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนไลฟ์สไตล์ความคิดอิสระของวัยรุ่น เข้าเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่อิสระ +Freedom. Caf ณ ลานโบนันซ่า สยามสแควร์ เพื่อส่งต่อไอเดียอิสระให้วัยรุ่นได้สัมผัสกับบรรยากาศชิวๆ แบบหลากหลายมากขึ้น

โดยนอกจาก +Freedom. Cafe จะเป็นคาเฟ่แนวไลฟ์สไตล์ ที่เปิดพื้นที่อิสระให้กับนิสิต นักศึกษา วัยรุ่นที่มีของอยากคิดอยากโชว์แล้ว วันนี้ยังคงเพิ่มเติมกิจกรรมและรวบรวมแหล่งไอเดียให้มากขึ้น โดยสำนักพิมพ์ a book ได้เข้าเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อหนังสือและนิตยสารในเครือทั้งเล่มอัพเดทปัจจุบัน และย้อนหลังในราคาพิเศษได้ที่บริเวณพื้นที่อิสระชั้น 2 ของร้าน และสถานีวิทยุแนวสตรีทเมืองไทย S.O.S-Sound of Siam Square ใช้พื้นที่อิสระ +Freedom. Cafe โซนบริเวณชั้น 3 เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายเรื่องราวบันเทิงในวงการเพลงและแวดวงอื่นๆ Trendy Things พร้อมข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งนอกและในสยามสแควร์ ด้วยการจัดรายการแบบสดๆ กับ ดีเจ.ขวัญใจวัยรุ่นมากมาย ใครสนใจเปิดรับแหล่งไอเดียอิสระหลากหลายแวะเข้ามาเจอะเจอกันได้ +Freedom. Cafe เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 09.00-21.00 น. และวันเสาร์อาทิตย์ เวลา 08.00-22.00 น.


เพิ่มเติม http://www.ryt9.com/s/bmnd/782493

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

"แซค" เลือกเฟรม MOTO2 ลงตัว "ฟีม" เตรียมเทสต์ ก.พ.นี้

สต็อป แอนด์ โก เรซซิง (แซค) ต้นสังกัดของรัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกบรรลุข้อตกลงเลือกเฟรมรถในการชิงชัย MOTO2 ฤดูกาลใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมรถให้นักบิดลงทดสอบที่สเปน ในวันที่ 17 ก.พ.นี้

หลังจากที่ "ดอร์นา" ฝ่ายจัดการแข่งขันมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก ประกาศยกเลิกการแข่งขันรุ่น 250 ซีซี 2 จังหวะ ด้วยการนำเอาการแข่งขันรุ่น MOTO2 600 ซีซี 4 จังหวะ เข้ามาแทนที่ ทำให้หลายทีมในรุ่น 250 ซีซีเดิม ต้องเร่งหาเฟรมรถสำหรับฤดูกาลใหม่เป็นการใหญ่

ล่าสุดมีรายงานจากทีม สต็อป แอนด์ โก เรซซิง (แซค) ทีมแข่งสแปนิช ต้นสังกัดของ "ฟีม" รัฐภาคย์ ว่าสามารถบรรลุข้อตกลงในการเลือกใช้เฟรมรถคันใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยจะใช้เฟรมรถจากบริษัทเอสคิล ซูเตอร์ (Eskil Suter) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์

โดยเอดูอาร์โด เปราเลส ทีมบอสสต็อป แอนด์ โก เผยว่า "เราใช้เวลาหลายเดือนในการพิจารณาเลือกเฟรมรถคันใหม่จากค่ายต่างๆ มันคือการตัดสินใจที่ยากลำบาก แต่ในที่สุดเราก็เชื่อมั่นว่าเทคโนโลยีของ Eskil Suter จะนำทีมของเราไปสู่ชัยชนะครั้งแรกใน MOTO2 ได้"

สำหรับสต็อป แอนด์ โก เรซซิง (แซค) ยังคงใช้ 2 นักบิดหน้าเดิมจากปีที่แล้วได้แก่ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ชาวไทย และเฮคตอร์ เฟาเบล นักบิดสแปนิช โดยทั้งคู่มีคิวนำรถคันใหม่ลงทดสอบสนามในช่วงการเทสต์ฤดูหนาว วันที่ 17 ก.พ.นี้ที่สนามมอนเมโล ประเทศสเปน

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

วันพุธที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553

“ฮอนด้า” “S.O.S - Sound of Siam Square” และ “a book”


เอ.พี. ฮอนด้า เจ้าตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย ต้อนรับศักราชใหม่เข้าถึงไลฟสไตล์วัยรุ่นวัยแนวทั่วไทย ดึงผู้นำความบันเทิงวัยรุ่นอย่างสำนักพิมพ์สุดแนว “a book” และ S.O.S - Sound of Siam Square สถานีวิทยุแนวสตรีทแห่งแรกของไทยและฮิตที่สุดในสยาม ร่วมเป็นพันธมิตรสนับสนุนไลฟ์สไตล์ความคิดอิสระของวัยรุ่น เข้าเป็นส่วนหนึ่งในพื้นที่อิสระ +Freedom. Café ณ ลานโบนันซ่า สยามสแควร์ เพื่อส่งต่อไอเดียอิสระให้วัยรุ่นได้สัมผัสกับบรรยากาศชิวล์ๆ แบบหลากหลายมากขึ้น

โดยนอกจาก +Freedom. Cafe จะเป็นคาเฟ่แนวไลฟ์สไตล์ ที่เปิดพื้นที่อิสระให้กับนิสิต นักศึกษา วัยรุ่นที่มีของอยากคิดอยากโชว์แล้ว วันนี้ยังคงเพิ่มเติมกิจกรรมและรวบรวมแหล่งไอเดียให้มากขึ้น โดยสำนักพิมพ์ a book ได้เข้าเปิดพื้นที่ใหม่ให้ผู้สนใจสามารถเลือกซื้อหนังสือ และนิตยสารในเครือทั้งเล่มอัพเดตปัจจุบัน และย้อนหลังในราคาพิเศษได้ที่บริเวณพื้นที่อิสระชั้น 2 ของร้าน และสถานีวิทยุแนวสตรีทเมืองไทย S.O.S - Sound of Siam Square ใช้พื้นที่อิสระ +Freedom. Cafe โซนบริเวณชั้น 3 เพื่อเป็นศูนย์กลางการกระจายเรื่องราวบันเทิงในวงการเพลงและแวดวงอื่นๆ Trendy Things พร้อมข่าวสารความเคลื่อนไหวทั้งนอกและในสยามสแควร์ ด้วยการจัดรายการแบบสดๆ กับดีเจขวัญใจวัยรุ่นมากมาย ใครสนใจเปิดรับแหล่งไอเดียอิสระหลากหลายแวะเข้ามาเจอะเจอกันได้

+Freedom. Cafe เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลา 9.00 - 21.00 น. และวันเสาร์ - อาทิตย์ เวลา 8.00 - 22.00 น. สอบถามรายละเอียดเกี่ยวกับความอิสระในมุมมองต่างๆ ได้ที่ร้าน หรือโทร 02-658-4000 หรือ http://www.i-love-freedom.com/


เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/

มอเตอร์ไบค์เฟสต์ กระหึ่ม 8 ค่ายลงขัน 15 ล้าน

มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล กระหึ่ม หลังผู้จัดดึง 8 ค่ายมอเตอร์ไซค์ร่วมงาน เผยเทงบฯกว่า 15 ล้าน เนรมิตพื้นที่เซ็นทรัลเวิลด์เอาใจคนรัก 2 ล้อ คาดเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 200 ล้าน คนร่วมงานกว่า 2 เเสน

นายณัฐพล ไตรณัฐี ผู้จัดงานแบ็งคอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล เปิดเผยว่า ในปีนี้ จะมีการจัดงานแบ็งคอก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นงานแสดงรถยนต์จักรยานยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้แนวคิด "สัมผัสแห่งการเดินทาง" ระหว่างวันที่ 28-31 ม.ค. 53 ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีค่ายรถมอเตอร์ไซค์หลายแห่งร่วมแสดงรถ ได้แก่ ฮาร์เล่ย์-เดวิดสัน ไทรอัมพ์ ดูคาติ บีเอ็มดับเบิลยู สไปเดอร์ ซาช ฮอนด้า และยามาฮ่า

"จากการจัดงานปีที่แล้วซึ่งได้รับความสนใจจากผู้ที่ชื่นชอบมอเตอร์ไบก์เป็นจำนวนมาก ในปีนี้เราจัดงานให้ยิ่งใหญ่ขึ้น โดยใช้งบประมาณจัดงาน 10-15 ล้านบาท คาดว่า จะมีผู้ร่วมชมงานประมาณ 1.5-2 แสนคน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วที่มี 1 แสนคน ส่วนยอดขายน่าจะทำได้ที่ 100 คัน มีเงินสะพัดในงานประมาณ 200 ล้านบาท" นายณัฐพลกล่าว

สำหรับการจัดงาน นอกจากจัดแสดง มอเตอร์ไบก์แล้ว ยังมีร้านค้าอุปกรณ์ตกแต่ง เครื่องแต่งกาย เครื่องป้องกันและอะไหล่จากผู้ผลิตและผู้นำเข้ามาจำหน่ายด้วย รวมทั้งการแสดงขับขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผนบริเวณลานหน้า, เวทีสนทนา จากเหล่านักขี่ผู้มีชื่อเสียงในวงการรถมอเตอร์ไซค์ของเมืองไทย, การรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านการปรับแต่ง ทั้งในสไตล์ Chopper, Sport, Touring, Big Scooter, Naked, Motocross

นอกจากนี้ยังมีการโชว์รถมอเตอร์ไซค์โบราณซึ่งสนับสนุนรถโดยชมรมอนุรักษ์และพัฒนาจักรยานยนต์โบราณไทย ภายใต้มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศ ยานไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และกิจกรรมนอร์ทเทิร์นทริป ซึ่งเป็นคาราวาน ขี่มอเตอร์ไซค์ท่องเที่ยวตั้งแต่เชียงใหม่มาถึงกรุงเทพฯ ซึ่งจะเดินทางมาถึงกรุงเทพฯวันที่ 28 ม.ค.ด้วย

ปัจจุบันมีจำนวนผู้ใช้รถมอเตอร์ไบก์ประมาณหลักแสนคัน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีการพบปะเพื่อเดินทางหรือทำกิจกรรมร่วมกันอยู่เสมอ และมีผู้สนใจเพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้มั่นใจว่าตลาดของมอเตอร์ไบก์ในประเทศไทยยังสามารถเติบโตได้อีก สำหรับการจัดงานในปีนี้คาดว่าจะรับความสนใจจากทั้งสื่อในและต่างประเทศ ในอนาคตมีโครงการจะเชิญบริษัทผู้ผลิตมอเตอร์ไซค์จากต่างประเทศมาเปิดตัวที่ประเทศไทยอีกด้วย

"กิจกรรมของผู้ขับขี่มอเตอร์ไบก์เริ่มหยุดไปเมื่อปี 2535-2536 แต่ปัจจุบันตลาดมอเตอร์ไบก์เริ่มกลับมาคึกคักขึ้น การรวมกลุ่มของผู้ใช้มอเตอร์ไบก์เป็นกลุ่มใหญ่ เพราะการติดต่อสื่อสารทางอินเทอร์เน็ตที่ง่ายและรวดเร็ว และงานนี้จะช่วยให้ลูกค้า ที่คิดจะมีรถมอเตอร์ไบก์เข้าถึงได้ง่ายขึ้น โดยเราได้จัดการประชาสัมพันธ์ไปยังกลุ่ม ผู้ใช้มอเตอร์ไซค์ทั้งหมด ไม่เฉพาะผู้ที่ใช้ มอเตอร์ไบก์เท่านั้น" นายณัฐพลกล่าว


เพิ่มเติม http://www.langrod.com/news/motorcycle/3156.htm

วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553

ยามาฮ่าชูสปอร์ต มาร์เก็ตติ้งทำศึกสองล้อ

"ยามาฮ่า" เบอร์สองตลาดสองล้อ ออกตัวแรง ต้นปีหันเทงบลุยกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง หันหนุนกิจกรรมเชื่อมฟุตบอล ประเดิมงบ 70 ล้านบาท

กาย นันต์ธนะ รองผู้จัดการใหญ่ด้านขาย และบริหารเครือข่าย บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า ในปี 2553 นี้ บริษัทฯ จะเน้นกลยุทธ์สปอร์ต มาร์เก็ตติ้ง เพื่อเป็นการต้อนรับกระแสของฟุตบอลโลก โดยยามาฮ่าจะสนับสนุนกิจกรรมเกี่ยวกับฟุตบอลหลายรายการเช่น การเป็นผู้สนับสนุนหลักการถ่ายทอดสดในประเทศไทย การถ่ายทอดการแข่งขันฟุตบอลสโมสรยุโรป ฟุตบอลอังกฤษ ไทยพรีเมียร์ลีก และสนับสนุนทีม "เมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด" ซึ่งในส่วนของการทำตลาดยามาฮ่า ได้จัดทำแคมเปญ “ยามาฮ่า ฉลองยอดขายออโตเมติก 2 ล้านคัน” ในธีมของฟุตบอล ด้วยงบการตลาด 70 ล้านบาท

"กิจกรรมการตลาดของยามาฮ่า จะออกมาตลอดทั้งปี 2553 นี้ จะเชื่อมเข้ากับ กีฬาฟุตบอล เพื่อตอกย้ำภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับผู้บริโภคและเข้ากับบรรยากาศปีแห่งฟุตบอล" นายกาย กล่าว

นายกาย กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2545 ที่ยามาฮ่าได้เปิดตัวแคมเปญ "สวิทช์" (Switch) พร้อมกับรถจักรยานยนต์ ยามาฮ่า นูโว ซึ่งเป็นรถเกียร์ออโตเมติกรุ่นแรก เป็นการเปิดเซ็กเมนท์ใหม่ของตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย จากนั้นได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์เกียร์ออโตเมติกรุ่นต่างๆ เช่น นูโว อีลิแกนซ์, มีโอ, และฟีโน่ ทำให้ส่วนแบ่งทางการตลาดของยามาฮ่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ปีที่ผ่านมาตลาดรถจักรยานยนต์จะตกลงกว่า 10% ล่าสุด ยามาฮ่ามีส่วนแบ่งตลาดถึง 28%

แจกฟุตบอลทองคำ
สำหรับ แคมเปญยามาฮ่า ฉลองยอดขายออโตเมติก 2 ล้านคัน ลูกค้าที่ซื้อรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น ที่ร้านผู้จำหน่ายยามาฮ่า มีสิทธิลุ้นโชค 2 ต่อ ต่อที่ 1 รับฟรีทันที Yamaha World Sport Set มูลค่า 500 บาท ทุกรุ่น ทุกคัน ต่อที่ 2 ส่งคูปองลุ้นรับรางวัลอีกกว่า 4,000 รางวัลเช่น ลูกฟุตบอลทองคำมูลค่า 1 ล้านบาท และมูลค่า 5 แสนบาท แพ็คเกจทัวร์ชมฟุตบอลโลก ณ ประเทศแอฟริกา แพ็คเกจทัวร์ชมฟุตบอลสโมสรยุโรป ณ ประเทศสเปน และอังกฤษ เป็นต้น

ในส่วนลูกค้าปัจจุบันที่เป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าทุกรุ่น สามารถไปลงทะเบียนที่ร้านผู้จำหน่ายทั่วประเทศฟรี เพื่อรับสิทธิลุ้นของรางวัลรวมมูลค่ากว่า 5 ล้านบาท เช่น แพ็คเกจทัวร์ชมฟุตบอลโลก ณ ประเทศแอฟริกา แพ็คเกจทัวร์ชมฟุตบอลสโมสรยุโรป ณ ประเทศสเปนและอังกฤษ เป็นต้น

สองล้อแรงปลาย ทรุดแค่10%
นายกาย กล่าวถึงภาพรวมตลาดรถจักรยานยนต์ ว่า ในปี 2552 ที่ผ่านมา มียอดจดทะเบียนรถจักรยานยนต์รวม 1.53 ล้านคัน หดตัวลง 10% จากปีก่อนหน้า ค่ายที่ทำยอดขายได้สูงสุดคือฮอนด้า ทำได้กว่า 1 ล้านคัน หดตัวลง 12% อันดับที่ 2 ยามาฮ่า ทำได้ 4.29 แสนคัน หดตัวลง 2.3% อันดับที่ 3 ซูซูกิ ทำได้ 63,000 คัน หดตัวลง 25% และอันดับที่ 4 คาวาซากิ ทำได้ 29,000 คัน หดตัวลง 0.3% ทั้งนี้ ในภาพรวมถึงว่าตลาดหดตัวน้อยกว่าที่คาดไว้ จากเดิมที่ค่ายรถประเมินกันว่าสิ้นปีจะตกแรงถึง 20% แต่ในช่วงเดือนธันวาคมนั้นกลับมีดีมานด์เข้ามามาก จนมีอัตราเติบโต 27% เมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อนหน้า ทำให้ตลาดรวมฟื้นกลับมาได้มาก และยามาฮ่าเองมีอัตราการหดตัวที่น้อยกว่าตลาดรวม

เพิ่มเติม http://www.bangkokbiznews.com

'ฮอนด้า'ชวนสื่อฯขับพีซีเอ็กซ์

รถจักรยานยนต์ฮอนด้า ต้อนรับเทศกาลวันหยุดยาวช่วงปีใหม่ ยกขบวนโชว์ความยิ่งใหญ่สมฐานะผู้นำตลาดรถจักรยานยนต์เมืองไทย ขับเคลื่อนความเท่ พิสูจน์สุดยอดเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัยที่เหนือระดับบนรถจักรยานยนต์ "ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์" โดยสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ และดีลเลอร์ฮอนด้าทั่วไทยบุกตะลุยทดสอบสุดยอดสมรรถนะแห่งการขับขี่แบบขับไปเที่ยวไป ล่องจากกทม.-พัทยา-ระยองจันทบุรี 3 วัน 2 คืน และชวนคนไทยร่วมกันรณรงค์ขับขี่รถบนท้องถนน อย่างมีสติ และปลอดภัย
กิจกรรมฮอนด้าคาดหวังให้เกิดการบอกต่อ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนผู้บริโภค บรรยากาศของกิจกรรม เริ่มด้วยการรวมพลอบรมทักษะภาคทฤษฎีการขับขี่รถจักรยานยนต์ขั้นพื้นฐาน เป็นการอุ่นเครื่องและทดสอบความพร้อม ก่อนที่จะไปสัมผัสกับสุนทรียะใหม่แห่งการขับขี่ของฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ ที่ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า สำโรง ต่อเนื่องด้วยการจัดขบวนการขับขี่โดยแบ่งออกเป็นทั้งหมด 3 กลุ่ม สตาร์ทการเดินทางมุ่งสู่ จ.ชลบุรี แวะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ วิหารเทพสถิตพระกิติเฉลิม ศาลเจ้านาจา พักรับประทานอาหารที่ร้านปะการัง แหลมแท่น แวะชมสวนสาธารณะเกาะลอย, ไร่องุ่นซิลเวอร์เลค ปิดท้ายโปรแกรมทัวริ่ง จ.ชลบุรี ที่หาดจอมเทียน พัทยา ต่อเนื่องเช้าวันถัดไปเริ่มต้นที่หาดนางรำ, เรือรบหลวงจักรีนฤเบศร,
อนุสาวรีย์สุนทรภู่ และชมความงามของโบสถ์คาทอลิก 3 ศตวรรษ ก่อนมุ่งตรงสู่ที่พัก จ.จันทบุรี ปิดฉากความเท่ของค่ำคืนที่ 2 ไปพร้อมกับมาดหล่อเข้มในสไตล์แต่ละคนที่ติดมาจากฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ตลอดการเดินทาง
วันสุดท้ายของกิจกรรม กลิ่นอายความเท่ยังแรงแบบไม่หยุดยั้ง ยังคงจัดทัพขบวนท่องเที่ยวต่อเนื่องสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ศาลหลักเมือง, ศาลสมเด็จพระเจ้าตากสิน, วัดเขาสุกิม แวะซื้อของฝากติดไม้ติดมือสไตล์คนไทยมีน้ำใจ ก่อนเดินทางแยกย้ายกลับ ทิ้งไว้เพียงแค่ความภาคภูมิใจของภาพความสมาร์ทของฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ตามมุมมองแต่ละคน
ซึ่งสื่อมวลชน และดีลเลอร์รถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศที่ร่วมเดินทางไปกับกิจกรรมการขับขี่ Honda PCX Touring ต่างรู้สึกภูมิใจและประทับใจในประสิทธิภาพของเทคโนโลยีต่างๆ ที่รวบรวมอยู่ในรถจักรยานยนต์ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์คันนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบหยุดเครื่องยนต์อัจฉริยะ Idling Stop System, ระบบสัญญาณกันขโมยพร้อมรีโมตคอนโทรล, ระบบสตาร์ทเงียบ Alternator/Starter และความปลอดภัยขั้นสุดกับระบบคอมบายเบรกแบบไฮดรอลิกพร้อมคาลิเปอร์ 3 ลูกสูบ นอกจากนั้นยังได้เติมเต็มความมั่นใจในการขับขี่ด้วยดีไซน์ของรถที่หรูหราไม่เหมือนใคร ทำให้รู้สึกถึงความภาคภูมิใจทุกครั้งที่ได้ขับขี่ บ่งบอกความเท่ในสไตล์ของตัวเองได้มากขึ้น
พร้อมกันนี้ทางฮอนด้ายังจัดกิจกรรมต้อนรับช่วงหน้าเทศกาลก่อนวันหยุดยาว โดยในทุกช่วงของกิจกรรมการขับขี่ในครั้งนี้ ทางฮอนด้าได้สอดแทรกการแนะนำการขับขี่รถจักรยานยนต์ด้วยความปลอดภัยตลอดเส้นทาง ซึ่งทางรถจักรยานยนต์ฮอนด้ามุ่งมั่นอย่างแรงกล้ามาโดยตลอด ที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย เพื่อลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ไม่ว่าจะเป็นในช่วงวันปกติหรือวันหยุดเทศกาลต่างๆ
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสัมผัสกับความหรูหราของ ฮอนด้าพีซีเอ็กซ์ ได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศวันนี้




เพิ่มเติม http://www.ryt9.com

วันจันทร์ที่ 18 มกราคม พ.ศ. 2553

ซูซูกิ ปล่อย GSX-R Limited Edition ฉลอง 25ปี


สำหรับ ซูซูกิ GSX-R Limited Edition มา กับรูปลักษณ์พิเศษและเฟรมสีใหม่ล่าสุด 2 สไตล์ สีเงิน ไทเทเนียมและสีขาวไข่มุก พร้อมลายกราฟฟิกเอกลักษณ์เฉพาะ บนเฟรมมี โลโก้ GSX-R Limited Edition สีทอง โดดเด่น ขอบล้อหน้า และหลัง เคลือบสติ้กเกอร์ลายครบรอบ 25 ปี ดีไซน์กุญแจล้ำสมัยไม่ซ้ำใครในโลก และ เพลทซีเรียลรันตัวเลขจำนวนจำกัดเพียง 1,000 คันในโลกเท่านั้น

GSX-R Limited Edition บรรจุเครื่องยนต์ขุมพลัง 1,000 ซีซี กระบอกสูบเคลือบสารเซรามิคเอก สิทธิ์เฉพาะของ “ซูซูกิ” Suzuki Composite Electrochemical Material (SCEM) และได้รับการขยายปริมาตรห้องเผาไหม้เพิ่มกำลังอัดจากเดิม 12.5:1 เป็น 12.8:1 ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดอัจฉริยะให้การประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมพร้อมสะใจเกินใครด้วยโหมดการขับขี่อัจฉริยะ S-DMS ที่ปรับเปลี่ยนการทำงานของเครื่องยนต์ได้ถึง 3 โหมด ตามความต้องการ โหมด A ให้ความเร็วสูงสุดในสไตล์เรซซิ่ง โหมด B ให้ความเร็วระดับกลางความรู้สึกที่สปอร์ต และโหมด C กับการขับขี่ที่สบายในรูปแบบทั่วไปเน้นการประหยัดน้ำมัน

ส่วนอุปกรณ์แสดงผลข้อมูลอื่นๆ มีอย่างครบครันไม่ว่าจะเป็น แผงหน้าปัดทรงกลมสไตล์สปอร์ต พร้อมสัญญาณไฟเตือนแบบหลอด LED ทั้งการเปลี่ยนรอบความเร็ว, เตือนน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำ, สัญญาณไฟเตือน FI (Fuel Injection) เป็นต้น



เพิ่มเติม http://www.spsuzuki.com/

“ซูซูกิ” ดึง “นิชคุณ” กลับไทยร่วมงาน “Suzuki Jelato Festival Vol.2” พร้อมโรดโชว์ข้ามปีทั่วประเทศ!

“ซูซูกิ” รุกตลาดมิวสิคมาร์เก็ตติ้ง กระตุ้นยอดขาย “ซูซูกิ เจลาโต้” โดยจัดกิจกรรมสุดน่ารัก “Suzuki Jelato Festival Vol.2” พร้อมดึง “นิชคุณ” ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชียกลับเมืองไทย ปลุกกระแสความสดใสสนั่นเมืองเชียงใหม่ พร้อมเปิดโอกาสวัยรุ่นยุคใหม่แสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์หลากหลายแนว ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีการโรดโชว์ไปทั่วประเทศพร้อมกับ “นิชคุณ” พรีเซนเตอร์ “ซูซูกิ เจลาโต้ 125” ในช่วงพิธีการได้รับเกียรติจากมร. ฮิโรชิ โคจิ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ไทยซูซูกิมอเตอร์ จำกัด และ “นิชคุณ หรเวชกุล” พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกันแสดงความยินดี และมอบรางวัลให้แก่ผู้เข้าแข่งขันที่ชนะเลิศการประกวด ณ ลานกิจกรรม บริษัท สหพานิช จำกัด เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2552 ที่ผ่านมา

จากที่ “ซูซูกิ” ได้เปิดตัวรถจักรยานยนต์ออโตเมติกหัวฉีด DCP-FI สุด Cute โฉมใหม่ ไม่ซ้ำใคร Suzuki Jelato 125 ไปเมื่อช่วงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งมีกระแสการตอบรับ และยอดขายที่ดีเยี่ยม “ซูซูกิ” จึงต่อเนื่องแผนการตลาดแบบมิวสิคมาร์เก็ตติ้งโรดโชว์ทั่วประเทศจนถึงช่วงเดือนกุมภาพันธ์ กับงาน Suzuki Jelato Festival ซึ่งล่าสุดจัดเป็นครั้งที่ 2 ณ ลานกิจกรรมหน้าร้านสหพานิช (เยื้องสวนหลวง ร.9) เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2552 นี้ พร้อมฟรีคอนเสิร์ตจากเหล่าศิลปิน AF ชื่อดังมากมาย เช่น ซาร่า, ต้อล และพิเศษสุดกับกิจกรรม Meet & Greet with “นิชคุณ” เจ้าชายสุดฮอตแห่งเอเชีย

บรรยากาศภายในงานคับคั่งไปด้วยบรรดาวัยรุ่นเด็กแนวมากมาย พร้อมสนุกสนานกับการประกวด 3 แบบ 3 สไตล์ ทั้ง
☺ “กล้าเต้น กล้าแต่ง แข่งกัน Cute”
การค้นหาสุดยอดวัยมันส์เพียงหนึ่งเดียวที่ เต้นเจ๋ง แต่งเจ๋ง พร้อมรับรางวัลสุดพิเศษบินลัดฟ้าไปหา
นิชคุณที่เกาหลีทันที
☺ “Jelato mix & match photo contest”
เพียงถ่ายรูปสุด Cute พร้อมกับ Jelato ก็เข้าประกวดได้ง่ายๆ
☺ “Jelato Cover Dance Contest”
การประกวดเต้นเป็นทีม Cover เพลงทั้งสไตล์เกาหลี และญี่ปุ่น

“ซูซูกิ” เดินหน้ากลยุทธ์การตลาดที่จะสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นได้อย่างแท้จริง กับกิจกรรม “Suzuki Jelato Festival” โดยจะมีการโรดโชว์ไปพร้อมกับ “นิชคุณ” ทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นยอดขาย
และการเติบโตของตลาด ในช่วงปลายปีนี้ และข้ามไปถึงปีหน้า หลังจากเปิดตัวตัวเลขยอดขายของรถจักรยานยนต์ “ซูซูกิ เจลาโต้” ถือว่าเป็นที่พอใจ และคาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มยอดขาย และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับ “ซูซูกิ” อย่างแน่นอน

เพิ่มเติม http://www.bansuzuki.com

วันพุธที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2553

TKบุกสินเชื่อมอเตอร์ไซค์ กอดแท่นมาร์เก็ตแชร์เบอร์1

TK ลั่นปี 2553 ครองมาร์เก็ตแชร์สินเชื่อมอร์เตอร์ไซค์อันดับ 1 รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น คุยรายได้ทั้งปีโตเท่าตัว 10% เชื่อกำไรสุทธิโตพุ่งจากปี 52 คาดทรงตัวจากปี 51 อยู่ที่ 258.25 ล้านบาท ส่วนแผนซื้อพอร์ตยังไม่ถอดใจ ล่าสุดเจรจาอยู่ 2-3 ราย เหลือแค่ตกลงด้านราคา

นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร จำกัด (มหาชน) หรือ TK เปิดเผยว่า ปี 2553
บริษัทวางแผนรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด (มาร์เก็ตแชร์) อันดับ1 ด้านสินเชื่อจักรยานยนต์ซึ่งมีสัดส่วน 25 - 27%

โดยยึดคุณภาพและผลตอบแทนเป็นหลักอีกทั้งสินเชื่อดังกล่าวเริ่มมีการขอสินเชื่อเข้ามามากขึ้นหลังจากภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว เพราะฉะนั้นบริษัทจึงได้ตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทั้งปีโต10% หรืออาจจะเติบโตเป็นเท่าตัว จากการคาดการณ์ว่าตลาดสินเชื่อรวมดังกล่าวจะโตได้เพียง 5-10% ซึ่งปัจจุบันฐานสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 6 พันล้านบาท ขณะที่สัดส่วนสินเชื่อรถจักรยานยนต์ในพื้นที่ต่างจังหวัด อยู่ที่ 85% และกรุงเทพฯอยู่ที่15% ส่วนรถยนต์อยู่ในสัดส่วนที่เท่ากันที่ 50%

“ตลาดรวมปีที่ผ่านมาสินเชื่อรถยนต์และจักรยานยนต์ติดลบอย่างละ 15% แต่ที่ผ่านมา 3 ไตรมาสโตไปเกือบ 10% ส่วนปีนี้น่าจะเติบโตได้ดีเพราะ GDPได้เพิ่มขึ้น ขณะที่รัฐบาลเองยังกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน ส่วนการซื้อพอร์ตปีที่ผ่านมาคุยอยู่ 2-3 บริษัทแต่ตกลงเรื่องราคาไม่ได้”“ นายประพล กล่าว
ทั้งนี้บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 10% ซึ่งเติบโตจากจากปี 2552 เท่าตัวที่รายได้เติบโต10% จากปีปี 2551 ที่มีรายได้ 2.5 พันล้านบาท เนื่องจากรายได้ 9 เดือนแรกปีก่อนหน้าบริษัทสามารถสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนไปแล้วราว 7 - 8%

ขณะที่กำไรสุทธิปี 2553 จะเติบโตได้ดีกว่าปี 2552จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจส่งผลต่อความต้องการสินเชื่อให้มีมากขึ้น ประกอบกับจากที่ภาครัฐบาลได้มีมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายอย่างต่อเนื่องแต่กำไรสุทธิในปี2552 จะทรงตัวจากปี 2551 ที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 258.25ล้านบาท เนื่องจาก 9 เดือนแรกกำไรลดลงเหลือ 236.41 ล้านบาท

อีกทั้งในปีนี้บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาเพิ่มอีก 3 - 4 สาขา จากปัจจุบันที่มีอยู่มากกว่า 70 สาขา โดยต้องการเน้นยอดขายต่อสาขาเพิ่มมากขึ้นซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลให้ทั้งรายได้และกำไรทั้งปีเพิ่มขึ้น เพราะฉะนั้นการเปิดสาขาในปีนี้บริษัทจะเน้นพิจารณาหาพื้นที่ที่เหมาะสมและสร้างโอกาสในการเพิ่มยอดขายเป็นหลัก
โดยบริษัทจะเน้นขยายสาขาในภาคอีสาน ซึ่งเป็นภาคที่มีขนาดใหญ่และสาขาที่มีอยู่ยังไม่เพียงพออีกทั้งความต้องการสินเชื่อในพื้นที่ดังกล่าวมีคค่อนข้างมาก เพราะจากการเข้าสำรวจพบว่าเป็นพื้นที่ที่มีการปล่อยสินเชื่อมากที่สุด ขณะที่ภาคกลางและตะวันออกนั้นมีสาขาค่อนข้างมากแล้ว

เพิ่มเติม http://www.thunhoon.com

สิทธิผล 1919 ปรับโฉมบรรจุภัณฑ์หัวเทียน “เด็นโซ่” ป้องกันของเลียนแบบ ย้ำคุณภาพมาตรฐาน

สิทธิผล 1919 ปฏิวัติปรับโฉมแพ็กเกจ หัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ ย้ำภาพลักษณ์ผู้นำตัวจริง เผยเหตุแบบเดิมของเลียนแบบเยอะ หวั่นลูกค้าเข้าใจผิด ยืนยันปรับใหม่ คุณภาพมาตรฐาน กล่องบรรจุใหม่ ทันสมัย สวยงามขึ้น ทั้งรูปแบบและสีสัน

นายศิริ อังคฉัตรชัย ผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์หัวเทียนเด็นโซ่ บริษัท สิทธิผล1919 จำกัด ผู้แทนจำหน่ายหัวเทียนรถจักรยานยนต์ “เด็นโซ่” เปิด

เผยว่า “บริษัทฯ ได้ปรับเปลี่ยนแพ็กเกจหัวเทียน “เด็นโซ่” ใหม่ โดยเน้นรูปแบบและสีสันให้โดดเด่นสะดุดตามากขึ้น เพื่อให้ลูกค้าสามารถสังเกตเห็นถึงความแตกต่างระหว่างแพ็กเกจ ของแท้และของเลียนแบบ สร้างความมั่นใจว่าลูกค้าจะได้รับสินค้าของแท้ที่มีคุณภาพมาตรฐานจากโรงงาน”

นายศิริ กล่าวต่อว่า “ตลาดหัวเทียนรถจักรยานยนต์ในปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูงมาก อีกทั้งยังมีสินค้าปลอมแปลง ในลักษณะการเลียนแบบบรรจุภัณฑ์ให้มีความคล้ายคลึงกัน ซึ่งอาจจะทำให้ผู้บริโภคเกิดความเข้าใจผิด ซื้อของปลอมไปใช้งาน ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์ของรถจักรยานยนต์อีกด้วย”

“แพ็กเกจใหม่ของหัวเทียนเด็นโซ่ เน้นรูปแบบและสีสันให้ดูทันสมัยเอกลักษณ์ของกล่องจะเป็นสีแดง สังเกตจากองค์ประกอบ 3 จุดหลักๆ คือ โลโก้บริษัท สิทธิผล 1919 จำกัด ธงตราหมากรุก และตัวรถ จักรยานยนต์

ในด้านประสิทธิภาพหัวเทียน “เด็นโซ่” ผลิตจากวัสดุที่มีความแข็งแกร่งและทนทานต่อความร้อนได้เป็นอย่างดี โครงสร้างประกอบด้วยฉนวนต้านทานแรงดันไฟฟ้าสูงสามารถป้องกันการรั่วซึมของแก๊สในกระบอกสูบ และเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายความร้อนได้ดีด้วย” นายศิริ กล่าว

พบกับหัวเทียน “เด็นโซ่” แพ็กเกจใหม่ พลังเร่ง แรงติดจรวด ให้พลังขับเคลื่อนเต็มพิกัด พร้อมทั้งยืดอายุการใช้งานของเครื่องยนต์ให้ยาวนานขึ้นได้แล้ววันนี้ ตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายอะไหล่รถจักรยานยนต์ทั่วประเทศ

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

สหฯรุกตลาดรถมอเตอร์ไซค์มือสองชี้ตลาดปี 53 โตต่อ

เจาะกลุ่มลูกค้างบน้อยตั้งเป้ายอดขาย 1 หมื่นคันต่อเดือนสหการประมูลรุกตลาดรถจักรยานยนต์มือสอง เดินหน้าเปิดประมูลขายราคาถูกแข่งตลาดรถใหม่ ชี้ตลาดปี 2553 สดใสเพราะรถมอเตอร์ไซค์มือสองเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เร่งเจาะกลุ่มลูกค้างบน้อยซื้อมือสองราคาประหยัด ตั้งเป้ายอดขายทั่วไทย 1 หมื่นคันต่อเดือน

นางสาวเสาวลักษณ์ ชัยเดชสุริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหการประมูล จำกัด เปิดเผยถึงสถานการณ์ของตลาดรถจักรยานยนต์มือสองว่า

ที่ผ่านมาความต้องการซื้อรถจักรยายนต์มือสองยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากความต้องการซื้อผ่านการประมูลในแต่ละครั้งนั้น สามารถขายได้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 95 ของจำนวนรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูลขายทอดตลาดซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น่าพอใจ ทำให้คาดการณ์ได้ว่าตลาดดังกล่าวในปี 2553 น่าจะมีแนวโน้มที่สดใส เนื่องจากมีปัจจัยต่าง ๆ เข้ามาสนับสนุนให้การประมูลขายแต่ละครั้งประสบความสำเร็จ เช่น จำนวนรถจักรยานยนต์มือสองที่เพิ่มขึ้นทุกวัน นอกจากรถที่เข้าสู่กระบวนการประมูลขายไม่ต่ำกว่า 200 คันต่อครั้งแล้ว ยังมีรถในสต็อกที่จอดรออีกหลายพันคัน นอกจากนี้แล้วราคาขายที่ต่ำกว่าท้องตลาดทั่วไปเป็นปัจจัยที่ทำให้ลูกค้าหันมาซื้อผ่านการประมูลมากขึ้น เพราะลูกค้ามักเปรียบเทียบกับธุรกิจขายรถมอเตอร์ไซค์มือสองทั่วไป ทั้งยังมีการเปรียบเทียบกับรถใหม่ซึ่งราคาแตกต่างกันมาก ในขณะที่รถจักรยายนต์มือสองส่วนใหญ่อยู่ในสภาพใกล้เคียงรถใหม่มาก

“รถบางคันจดทะเบียนไม่ถึง 1 ปี แต่ราคาถูกกว่ารถใหม่ประมาณ 40-50 % เช่น YAMAHA FINO ซึ่งราคารถใหม่อยู่ที่ 43,000 หมื่นบาท แต่ลูกค้าสามารถประมูลซื้อได้ในราคาประมาณ 30,000 หมื่นบาท รวมทั้งรถยอดนิยมของตลาดอีกหลายรุ่นที่ลูกค้าหลีกเลี่ยงการซื้อในราคาแพง และหันมาซื้อรถมือสองจากการประมูล ทำให้มั่นใจว่าสามารถแข่งขันกับตลาดรถใหม่ได้นอกจากนี้แล้วยังมีรถจักรยานยนต์มือสองที่มีอายุการใช้งานไม่เกิน 2 ปี ที่มีการกำหนดราคาเริ่มต้นประมาณ 1 หมื่นบาท ที่ถือว่าเป็นราคาประหยัดและได้รับความสนใจจากลูกค้าในสัดส่วนที่สูง” นางสาวเสาวลักษณ์กล่าว และเปิดเผยเพิ่มเติมว่า บริษัทได้กำหนดนโยบายในการตอบรับความต้องการของลูกค้า ทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด นอกจากจะจัดให้มีการประมูลที่สำนักงานใหญ่ ทุกวันพฤหัสบดี และ ทุกวันเสาร์ เวลา 11.00 น.และการประมูลที่สาขารังสิต-คลอง 8 ทุกวันอังคาร และ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 11.00 น. แล้วบริษัทฯ ยังจัดให้มีการประมูลในต่างจังหวัดควบคู่ไปกับการประมูลรถยนต์มือสอง โดยการประมูลแต่ละครั้งจะคัดเลือกรถที่อยู่ในความต้องการของลูกค้า เช่น HONDA WAVE , HONDA CLICK i , HONDA CLICK PLAY , YAMAHA FINO , YAMAHA MIO NEW และตั้งเป้ายอดขายไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นคันต่อเดือน

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

ลุยจัด “BMF 2010” คาด 4 วันโกยกว่า 200 ล้านบาท ค่ายมอเตอร์ไซค์เฮขาน ฮอนด้าดัน “PCX” โชว์กระหึ่ม

“The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010” สุดยิ่งใหญ่ เนรมิตรพื้นที่ทั้งห้าง Central World จัดเทศกาลเพื่อคนที่หลงใหลรถจักรยานยนต์ ค่ายมอเตอร์ไซค์ทุกยี่ห้อขานรับ พร้อมระดมกิจกรรมสุดฮิตหลากสไตล์เอาใจBiker 28-31 มกราคมนี้ชมฟรี คาด 4 วัน เงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท มีผู้ชมงานไม่ต่ำกว่า 150,000 คน

นายณัฐบูร ไตรณัฐี และ นายณัฐพล ไตรณัฐี ผู้จัดงานเทศกาลเพื่อคนที่หลงใหลในรถจักรยานยนต์ “The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010” เปิดเผยว่า ครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่ 2 ที่ยิ่งใหญ่กว่าครั้งที่ผ่านมา จนได้รับการยอมรับว่า เป็นงานเทศกาลเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคอาเซียน เนื่องจากมีค่ายรถและร้านอุปกรณ์ตกแต่งมาร่วมงานคับคั่ง และยังจัดกิจกรรมสุดฮิตหลากสไตล์เพื่อเอาใจชาว Biker และผู้สนใจทั่วไปตลอด 4 วัน ทั้งการแสดงโชว์ขับขี่ผาดโผน รถมอเตอร์ไซค์โบราณ การรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์ทุกรุ่นทุกแบบ เป็นต้น

“คาดว่าจะมีเงินสะพัดกว่า 200 ล้านบาท เพราะค่ายรถต่างๆ มีรถรุ่นใหม่และผลิตภัณฑ์ต่างๆ ทั้งอุปกรณ์ตกแต่งและคอลเล็คชั่นมาเปิดจำหน่าย อย่างฮอนด้าก็มีรถไฮเทครุ่นใหม่ “PCX” มาร่วมงาน ค่ายฝรั่งก็มี Harley Davidson และยังมีค่ายอื่นๆ อีก คาดว่าจะขายรถได้ราว 100 คัน อีกทั้งร้านค้าต่างๆ ก็มีความพร้อมที่จะนำสินค้ามาจำหน่าย ที่สำคัญวันที่จัดงานยังอยู่ในช่วงเทศกาล ผู้บริโภคทั่วไปและชาว Biker มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย โดยปะมาณว่า จะมีผู้เข้าชมงานไม่น้อยกว่า 150,000 คน เพราะปีที่แล้วค่ายรถและร้านค้ามาร่วมงานน้อยกว่า ยังมีผู้เข้าชมร่วมแสนคน”

ด้านนายอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เผยถึงการเข้าร่วมงานครั้งนี้ว่า เป็นงานที่ยิ่งใหญ่ระดับชาติ และเป็นงานเทศกาลเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์แท้จริง เอ.พี.ฮอนด้า จึงได้สนับ

สนุนและเข้าร่วมงาน โดยนำรถจักรยานยนต์ระดับเวิล์ดคลาสที่สุดแห่งเทคโนโลยีใหม่ Honda PCX สุนทรีย

ศาสตร์ใหม่ในการขับขี่ ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย เช่น ระบบหยุดเครื่องยนต์อัจฉริยะ IDLING STOP SYSTEM นวัตกรรมแห่งอนาคตที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดมลพิษ ดีไซน์ล้ำหน้าหรูหรา สะท้อนเอกลักษณ์ใหม่ในการใช้ชีวิต ถือเป็นสุดยอดมอเตอร์ไซด์ในฝันของหนุ่มๆ ที่เป็นเจ้าของได้ไม่ยาก

ส่วนจัดกิจกรรมสุดฮิตหลากสไตล์ที่จัดแสดงเพื่อเอาใจชาว Biker และผู้สนใจทั่วไปที่เข้าชมงานนี้ตลอด 4 วัน อาทิ โชว์ทีมสตั๊นท์กับลีลาขับขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผน ณ บริเวณลานหน้า Central World ทุกวัน วันละ 2 รอบ เวลา 17.00 น. และ 19.00 น, เวทีสนทนาจากนักขี่ผู้มีชื่อเสียงในวงการรถมอเตอร์ไซค์ไทย, พบช่างซ่อมรถชั้นเซียน, นิทรรศการศิลปะจากศิลปินที่หลงใหลรถมอเตอร์ไซค์ ที่จะนำผลงานศิลปะต่างๆ มาแสดงในชั้นต่างๆ ของศูนย์การค้า และโซนการแสดงนิทรรศการภาพ Sense of Journey บริเวณชั้น 6, การรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์เหล่าคนดังเมืองไทย ที่นำรถสุดรักมาแสดงในบริเวณชั้นต่างๆ ในศูนย์การค้าที่บริเวณลาน Celebrities Bike ชั้น 5 โซน Atrium, การรวบรวมสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านการโมดิฟายในระดับแนวหน้า ทั้งรถสไตล์ Chopper, Sport, Touring, Big Scooter, Naked, Motocross จัดแสดงในมุม Ultimate Custom Bike บริเวณชั้น 3 โซน Eden

ชมมอเตอร์ไซค์โบราณที่หาชมได้ยาก โดยชมรมอนุรักษ์และพัฒนาจักรยานยนต์โบราณไทย ภายใต้มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยในพระบรมราชูปถัมภ์, รถจักรยานยนต์นำขบวนกองเกียรติยศและผู้นำประเทศ จัดแสดงที่บริเวณโถงกลางชั้น 1 Central Court, Your First Friend เพื่อนคนแรกของนักท่องเที่ยว พบกับการปฏิบัติหน้าที่และยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว, แฟชั่นโชว์จากแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำ ซึ่งจะขนสุดยอดนายแบบ นางแบบ มาสวมใส่ชุดในสไตล์ Biker พร้อมกับร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสไตล์ Street Wear มารวมไว้ในบริเวณลานหน้า Central Worldนอกจากนี้ยังเนรมิตรลานเบียร์ขนาดใหญ่หน้า Central World พร้อมฟังดนตรีสดๆ จากวงดนตรีมืออาชีพระดับแนวหน้าจากร้านดัง ตั้งแต่หัวค่ำถึงเที่ยงคืนของทุกวัน

นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมพิเศษ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวเมืองไทย ด้วยรถจักรยานยนต์ที่จะนำผู้สื่อข่าวหนังสือมอเตอร์ไซค์ระดับโลกชาวยุโรปมาร่วมขับขี่กับนักขี่ชาวไทย ท่องไปในเส้นทางท่องเที่ยภาคเหนือ ลัดเลาะผ่านหุบเขาในช่วงหน้าหนาว และมาจบการเดินทางในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคมนี้ ซึ่งเป็นวันเปิดงาน “The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010” ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นการขยายฐานนักท่องเที่ยวชาว Biker ให้รู้จักเมืองไทยมากขึ้น

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2553

แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ฯ แถลงข่าว The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010

ณัฐพล และ ณัฐบูร ไตรณัฐี ผู้จัดงาน “แบงค็อก มอเตอร์ไบค์ เฟสติวัล ครั้งที่ 2” (The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010) งานเทศกาลเพื่อคนรักมอเตอร์ไซค์ ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การรวบรวมทุกเรื่องราวของชาวไบเกอร์ไว้อย่างครบถ้วนที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจัดแสดงรถรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายรถชั้นนำ อาทิ ฮาร์เล่ย์ เดวิดสัน , ไทรอัมพ์ , บีเอ็มดับเบิ้ลยู , ดูคาติ , ฮอนด้า , ยามาฮ่า , แซคส์ และสไปเดอร์ การจัดแสดงนิทรรศการรวมถึงกิจกรรมต่างๆ ซึ่งงานจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 28-31 มกราคม 2553 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์

จึงใคร่ขอเรียนเชิญท่านสื่อมวลชนร่วมงานแถลงข่าวในวันอังคารที่ 12 มกราคมนี้ เวลา 13.30 น. ณ ชั้น 1 โซนเซ็นทรัล คอร์ท (บริเวณลิฟท์แก้ว) ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เวิลด์

เพิ่มเติม http://www.newswit.com

วันอาทิตย์ที่ 10 มกราคม พ.ศ. 2553

จักรยานยนต์ปีเสือ...ขยายตัว 5 -9%

5 มกราคม 2553-ปี 53 ปัจจัยบวกต่างๆ ที่คาดว่าจะยังคงมีอิทธิพลสูงต่อตลาด ประกอบกับฐานยอดขายที่ต่ำในปี 2552 ทำให้ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศมีโอกาสขยายตัวเป็นบวก แม้ว่าจะมีปัจจัยเสี่ยงด้านการเมือง และการลงทุนอยู่บ้างก็ตาม

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดว่าในปี 2553 นี้ยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศจะพลิกกลับมาขยายตัวที่ประมาณร้อยละ 5 ถึง 9 จากที่คาดว่าจะหดตัวร้อยละ 11 ปี 2552 หรือคิดเป็นจำนวนรถจักรยานยนต์ประมาณ 1,590,000 ถึง 1,650,000 คัน เพิ่มขึ้นจากจำนวนใกล้เคียง 1,520,000 ล้านคันในปี 2552

โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนหลายด้านจากทั้งภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศที่ดีขึ้น มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ราคาสินค้าเกษตรที่เพิ่มสูงขึ้น ความผ่อนคลายของกฎเกณฑ์การให้สินเชื่อที่มากขึ้น การแข่งขันกันระหว่างค่ายรถจักรยานยนต์ และฐานที่ต่ำในปี 2552 ส่งผลให้ในปี 2553 ยอดขายรถจักรยานยนต์จะกลับมาดีขึ้นมาก

อย่างไรก็ตามตลาดจะยังคงต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากทั้งความไม่แน่นอนของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปัญหาทางการเมือง และความไม่ชัดเจนด้านกฎหมายการลงทุนที่อาจจะกดดันตลาดได้ต่อไป

อัตราการขยายตัวของยอดขายรถจักรยานยนต์ในประเทศของไทย (%Y-o-Y)

อนึ่ง ยอดขายรถจักรยานยนต์ในช่วงต่อจากนี้ไปจะขึ้นอยู่กับกิจกรรมการกระตุ้นยอดขายของภาคเอกชนเป็นสำคัญ เช่น กลยุทธ์ด้านสินค้า ได้แก่ การมุ่งนำเสนอรูปแบบของรถที่ตอบสนองต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปในอนาคต โดยเฉพาะความสามารถในการประหยัดน้ำมัน รวมถึงรูปลักษณ์ที่ทันสมัยตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าวัยรุ่น และวัยเริ่มทำงาน ที่มีเพิ่มมากขึ้น นอกเหนือไปจากการใช้กิจกรรมส่งเสริมการตลาดอื่นๆ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคได้มากที่สุดในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

ส่วนแรงกระตุ้นจากภาครัฐที่สำคัญอาจมาจากความสามารถในการเร่งการใช้จ่ายงบประมาณเพื่อส่งเสริมการลงทุนให้เกิดการจ้างงานที่เพิ่มขึ้น และการส่งเสริมการลงทุนในด้านต่างๆในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวขึ้นในปีหน้า ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการจ้างงาน เป็นการช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและกำลังซื้อให้กับกลุ่มผู้บริโภคระดับล่างซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายสำคัญของตลาดรถจักรยานยนต์

เพิ่มเติม http://www.brandage.com/

กรมสรรพสามิตขยายเวลาชำระภาษีชิ้นส่วนนำเข้ามาประกอบเป็นมอเตอร์ไซค์

กรม สรรพสามิต 29 ธ.ค. - นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากกรณีที่มีผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ครอบครองรถจักรยานยนต์ได้นำเข้าชิ้น ส่วนอุปกรณ์รถจักรยานยนต์จากต่างประเทศมาประกอบเป็นรถจักรยานยนต์สำเร็จรูป ภายในประเทศเป็นจำนวนมากนำมาจำหน่ายให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียภาษีสรรพสามิต ซึ่งกรมสรรพสามิตได้ขอความร่วมมือไปยังกรมการขนส่งทางบกเกี่ยวกับการรับจด ทะเบียนรถจักรยานยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนเก่านำเข้าดังกล่าว พร้อมทั้งได้กำชับไปยังสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทั่วประเทศถือปฏิบัติ โดยกำหนดระยะเวลาให้ผู้ที่ยังไม่เสียภาษีสรรพสามิตมาเสียภาษีให้ถูกต้อง โดยกรมสรรพสามิตได้ขยายระยะเวลาการชำระภาษีโดยไม่มีเบี้ยปรับเงินเพิ่มและคำ ร้องออกไปอีก 90 วัน จากเดิมสิ้นสุดวันที่ 30 ธันวาคม 2552 เป็นวันที่ 31 มีนาคม 2553 เมื่อสิ้นสุดการขยายเวลาชำระภาษีดังกล่าวแล้วผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้ ครอบครองรถจักรยานยนต์ที่ประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ไว้ในครอบครอง และยังไม่ชำระภาษีจะมีความผิดต้องระวางโทษปรับตั้งแต่สองเท่าถึงสิบเท่าของ ค่าภาษีที่จะต้องเสีย โดยสามารถเข้าไปดูรายละเอียดขั้นตอนและวิธีปฏิบัติในการชำระภาษีสรรพสามิตรถ จักรยานยนต์ รวมถึงรายละเอียดต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องได้ที่ www.excise.go.th - สำนักข่าวไทย

วันเสาร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2553

เปิดตัว ซูโมต้า รถปิ๊กอัพ 3 ล้อ

ดร.วิโรจน์ กุศลมโนมัย ประธานบริหาร กลุ่ม กุศมัย และ กุศมัยมอเตอร์ จำกัด เปิดตัว ซูโมต้า รถปิ๊กอัพ 3 ล้อ เอนกประสงค์ รุ่นช้างน้อย ในงาน Motor Expo 2009 ซึ่งเป็นรถเอนกประสงค์ประหยัดน้ำมัน บรรทุกน้ำหนักได้กว่า 1 ตัน เครื่องยนต์มีขนาด 200 ซีซี ดูแลรักษาง่าย เหมาะสำหรับขนส่งสินค้าภายในไร่ สวน และโรงงานอุตสาหกรรม ราคาเริ่มต้นที่ 89,000 บาทเท่านั้น สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทรศัพท์ 02-416-5700 หรือ http://www.kusamaimotor.com สอบถามข้อมูลสินค้าเพิ่มเติมได้ที่โทร. 0-2416-5700

เพิ่มเติม http://www.kusamaimotor.com

วันศุกร์ที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2553

ค่ายจักรยานยนต์อัดแคมเปญเที่ยว

ค่ายรถจักรยานยนต์ยักษ์ใหญ่ อัดกิจกรรมสร้างประสบการณ์ใหม่ในการท่องเที่ยว หวังเพิ่มยอดขายและสร้างความผูกพันระหว่างลูกค้ากับบริษัท

เผยปีที่ผ่านมาอัดทั้งแคมเปญขับรถเที่ยว-ทัวร์-คอนเสิร์ต ลากยาวจนถึงปี 2553 ยามาฮ่า เผยดึงลูกค้าเข้าโชว์รูม เพิ่มยอดขายได้
นางสรวงสุดา มนัสบุญเพิ่มพูล ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้มีการทำตลาดในเชิงสร้างความสัมพันธ์กับลูกค้าที่เป็นกลุ่มผู้ใช้รถโดยตรงมาอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีการสร้างชมรมรถยนต์รุ่นต่างๆ เพื่อจัดกิจกรรม การรวมตัวของกลุ่มลูกค้า ในการขับรถท่องเที่ยว และสร้างสรรค์สิ่งดีๆ โดยตลอดทั้งปี 2552 นั้นกิจกรรมของยามาฮ่ามีหลากหลายครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม และล่าสุดได้จัดแคมเปญ "ขอบคุณลูกค้า" จากฟีโน่พาลูกค้าไปท่องเที่ยวในภูเก็ตและเชียงใหม่กว่า 200 คน ซึ่งกิจกรรมนี้สามารถดึงลูกค้าเข้าโชว์รูมได้จำนวนมาก

ทั้งนี้กิจกรรมดังกล่าวได้จัดให้กับกลุ่ม ยามาฮ่า ฟีโน่ โดยรถรุ่นนี้ได้เปิดตัวแนะนำรถสไตล์นี้สู่ตลาดรถจักรยานยนต์เป็นเจ้าแรกในประเทศไทย ปีนี้เป็นปีที่ 3 ซึ่งที่ผ่านมาลูกค้าได้ให้การตอบรับเป็นอย่างดี ให้ความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันนี้เรามีลูกค้าที่ใช้จักรยานยนต์ ฟีโน่มากกว่า 600,000 คันทั่วประเทศ ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้าที่ไว้วางใจเรามาโดยตลอด ทางบริษัทจึงได้จัดแคมเปญเพื่อขอบคุณลูกค้าในรูปแบบหลากหลายนับตั้งแต่เดือนตุลาคมที่ผ่านมา และจากการตอบรับสำหรับกิจกรรม "เปิดประสบการณ์ใหม่กับยามาฮ่า ฟีโน่" นับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง ลูกค้าฟีโน่ตอบรับเป็นอย่างดีทำให้ยามาฮ่ายังคงเดินหน้าต่อไปในการสร้างคุณค่าในการเป็นเจ้าของฟีโน่ที่แตกต่าง

สำหรับกิจกรรม "เปิดประสบการณ์ใหม่กับยามาฮ่า ฟีโน่" นับเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ยามาฮ่าตั้งใจสร้างสรรค์ความสุขความบันเทิง และประสบการณ์ใหม่ๆ ที่สร้างความประทับใจให้กับลูกค้าที่มีจำนวนมากทั่วประเทศ เพื่อตอกย้ำถึงความแตกต่างอย่างโดดเด่นที่บริษัท ได้ทำการตลาดที่แตกต่างมาโดยตลอด ทั้งในด้านสินค้า และกิจกรรมรูปแบบใหม่ๆ เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

ด้านบริษัท ไทยซูซูกิ มอเตอร์ จำกัด ได้มีการรุกตลาดมิวสิกมาร์เก็ตติ้ง กระตุ้นยอดขาย "ซูซูกิ เจลาโต้" โดยจัดกิจกรรม "Suzuki Jelato Festival Vol.2" พร้อมดึง "นิชคุณ" ซูเปอร์สตาร์แห่งเอเชียกลับเมืองไทย ซึ่งกิจกรรมนี้จะมีการโรดโชว์ไปทั่วประเทศ เพื่อกระตุ้นยอดขาย และการเติบโตของตลาด ในช่วงต้นปี หลังจากเปิดตัวเลขยอดขายของรถจักรยานยนต์ "ซูซูกิ เจลาโต้" ถือว่าเป็นที่พอใจ และคาดว่ากิจกรรมนี้จะช่วยเพิ่มยอดขาย และเพิ่มส่วนแบ่งตลาดให้กับ "ซูซูกิ" อย่างแน่นอน

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวว่า บริษัทได้จัดกิจกรรมการขับขี่ Honda PCX Touring เพื่อทดสอบประสิทธิภาพโดยมีบรรดาผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าทั่วประเทศและสื่อมวลชนเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว โดยหลักสำคัญคือ ฮอนด้าตั้งใจที่จะอวดประสิทธิภาพของเทคโนโลยีฮอนด้าที่มากับฮอนด้า พีซีเอ๊กซ์คันนี้ ให้กับสื่อมวลชนและดีลเลอร์เพื่อให้เป็นตัวแทนของผู้บริโภคกลุ่มแรกๆ ที่ได้สัมผัสจริงกับสมรรถนะ และเทรนด์ใหม่ของการขับขี่ พร้อมทั้งหลังการขับขี่นี้จะทำให้เกิดความภาคภูมิใจและมั่นใจมากขึ้น ช่วยส่งต่อและการันตีความเหนือระดับเฉพาะตัวของฮอนด้าพีซีเอ๊กซ์ ซึ่งหลังจากกิจกรรมฮอนด้านี้คาดหวังให้เกิดการบอกต่อ และสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคกลุ่มอื่นๆ ต่อไปในอนาคต

เพิ่มเติม http://www.thannews.th.com/

ข่าวที่เกี่ยวข้อง