วันพฤหัสบดีที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ฮอนด้า"ดันปท.ไทยฐานผลิตใหญ่ เทงบฯก้อนโตตั้งR&D-ชี้ตลาดจยย.ขุมทรัพย์ใหญ่

"ฮอนด้า" ย้ำชัด ยกระดับไทยขึ้นชั้นฐานผลิตใหญ่ เผยการลงทุนตั้งศูนย์อาร์แอนด์ดีในไทยคือการส่งสัญญาณชัดเจน ไม่กังวลปัญหาการเมืองภายใน ปท. ปลื้มตลาด "มอเตอร์ไซค์" เจ๋ง ฮอนด้ามีกำไรต่อเนื่องสวนเศรษฐกิจโลกได้นั้น เพราะน้ำเลี้ยงจากธุรกิจสองล้อ

นายทาคาโนบุ อิโต้ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดเผยว่า ฮอนด้าญี่ปุ่นให้น้ำหนักและความสำคัญประเทศไทยมาก โดยวางเป้าหมายที่จะยกระดับเพิ่มขีดความสามารถให้เทียบชั้นสหรัฐอเมริกา ยุโรป และจีน โดยมั่นใจว่าประเทศไทยจะเป็นฐานการผลิตที่ยิ่งใหญ่


นายอิโต้กล่าวว่า การลงทุนด้วยเม็ด เงินเพื่อตั้งศูนย์พัฒนาและวิจัยสินค้า (อาร์แอนด์ดี) ของภูมิภาคเอเชียโอเชียเนีย ซึ่งใช้พื้นที่กว่า 95 ไร่ ย่านวงแหวนรอบนอกฝั่งตะวันออก ถือเป็นศูนย์แห่งที่ 4 นอกประเทศญี่ปุ่น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนในการยกระดับ ซึ่งจะช่วยพัฒนาและยกระดับขีดความสามารถของอุตสาหกรรมยานยนต์ ทั้งการพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์ วัตถุดิบเพื่อการผลิตและใช้ได้เองภายในภูมิภาค รวมถึงศูนย์อาร์แอนด์ดีของรถจักรยานยนต์ที่ใช้เม็ดเงินไปกว่า 850 ล้านบาท เป?นข‰อพิสูจนŒการให‰ความสำคัญได‰อยˆางดี นายอิโต้กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีปัญหาบางด้าน โดย เฉพาะด้านการเมือง ซึ่งหลายคนมองว่ายังไม่มีเสถียรภาพ แต่ฮอนด้าไม่ได้มองปัญหาข้างต้นมีผลกระทบ ยังคงเดินหน้าลงทุนกับโครงการต่าง ๆ ในไทยอย่างต่อเนื่อง ซึ่งล่าสุดฮอนด้าได้ประกาศเข้าร่วมลงทุนในโครงการผลิตรถยนต์ขนาดเล็กประหยัดพลังงานหรืออีโคคาร์เป็นเจ้าแรก เพื่อให้สอดรับกับนโยบายการพัฒนารถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ส่วนการพัฒนารถยนต์ที่ใช้พลังงานทางเลือกประเภทอื่น ๆ ฮอนด้าก็ยังเดินหน้าอย่างเป็นระบบ ทั้งรถประเภทไฮบริด รถ ไฟฟ้า ซึ่งบริษัทมีแผนจะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ว่ารถรุ่นใดจะเหมาะสมกับ ผู้บริโภคชาวไทยมากที่สุด ขณะเดียวกันในส่วนของรถจักรยานยนต์นั้น ฮอนด้าก็ได้พัฒนารถจักรยานยนต์ไฟฟ้าที่จะวางขายในอนาคตด้วย

"ขณะนี้กระแสของรถยนต์พลังงานทางเลือกมีเสียงตอบรับค่อนข้างแรง อย่างในงานโตเกียวมอเตอร์โชว์ครั้งที่ผ่านมา ฮอนด้าก็ได้นำเสนอรถยนต์พลังงานอย่าง FCX ซึ่งใช้พลังงานได้ 2 ระบบ และน่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายของรถยนต์ในอนาคต ส่วนรถไฮบริดเราจะนำเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างแน่นอน เพียงแต่ต้องรักษาสมดุลระหว่างต้นทุนการผลิตกับประสิทธิภาพของเครื่องยนต์" นายอิโต้กล่าว

นายอิโต้กล่าวถึงตลาดรถจักรยานยนต์ว่า ฮอนด้ายังคงให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นตลาดที่สร้างผลตอบแทนค่อนข้างมาก จะเห็นได้ว่าตลอดช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา ปัญหาเศรษฐกิจที่ถดถอยของโลกจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อภาคธุรกิจต่าง ๆ รวมถึงบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่เว้น แม้แต่ผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่ของโลก แต่สำหรับฮอนด้า แม้ว่าจะเผชิญกับปัญหาดังกล่าวเช่นเดียวกัน แต่โดยรวมแล้วผลการดำเนินธุรกิจของบริษัทในช่วงที่ผ่านมา พบว่ายังมีกำไรอยู่ ซึ่งปัจจัยสำคัญ ที่ทำให้ฮอนด้าไม่ขาดทุนเป็นผลเนื่องมา จากการมีธุรกิจรถจักรยานยนต์เข้ามาช่วยสนับสนุน

โดยเฉพาะตลาดรถจักรยานยนต์ในภูมิภาคเอเชียที่เข้ามาชดเชยในส่วนของภูมิภาคอื่น ๆ ที่ถดถอย ดังนั้นจึงเป็นคำตอบที่ชัดเจนอย่างยิ่งที่จะย้ำถึงความสำคัญของประเทศไทย โดยเฉพาะความเป็นเจ้าตลาดรถจักรยานยนต์ของภูมิภาคนี้

"แม้ว่าตลาดในอินโดนีเซียจะมีการผลิตเพิ่มขึ้นค่อนข้างมาก แต่โดยภาพใหญ่แล้ว ไทยยังคงเป็นฐานการผลิตที่สำคัญ และยังเป็นผู้นำธุรกิจอยู่"

เพิ่มเติม http://www.prachachat.net

หมอสั่ง "ฟีม" กายภาพบำบัดก่อนบิดเรซสุดท้าย

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ จำต้องทำกายภาพบำบัดอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ต่อจากนี้ เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง ก่อนลงบิดสนามสุดท้ายของฤดูกาล 2009 ที่ประเทศสเปน ในวันที่ 8 พ.ย.นี้

หลังจากที่ "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยฮอนดา-พีทีทีแซค นำรถเข้าเส้นชัยอันดับที่ 6 ในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าตัวเผยหลังจบการแข่งขันว่าต้องฝืนอาการบาดเจ็บที่แผ่นหลังที่กำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ในการบิด 22 รอบสนามเซปัง

ซึ่งทันทีที่เจ้าฟีม เดินทางกลับไปยังบ้านพักที่ประเทศสเปน เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา ทีมงานสต็อป แอนด์ โก (แซค) ได้พานักบิดชาวไทยไปพบกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกสันหลัง เพื่อตรวจเช็คถึงอาการปวดหลังที่กำเริบขึ้นอีกครั้ง

โดยนักบิดหน้าตี๋เผยผ่าน MGR SPORT ในช่วงที่ว่างจากโปรแกรมแข่งว่า "อาการปวดหลังทำให้ผมกังวลใจพอสมควร โดยเฉพาะเวลาก้ม มันส่งผลมากตอนแข่ง ซึ่งหลังเดินทางกลับถึงสเปนทีมงานก็พาไปหาหมอ และหมอกำชับให้ทำกายภาพบำบัดทุกวัน ไปจนถึงวันแข่งขัน"

อย่างไรก็ดีนักบิดวัย 21 ปี ยังให้คำมั่นว่าจะกลับมาฟิตอีกครั้งรวมถึงตั้งเป้าทำผลงานเต็มฝีมือ ในการแข่งขันเวิลด์ จีพี รุ่น 250 ซีซี สนามสุดท้ายของปี 2009 ในรายการบาเลนเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศสเปน วันอาทิตย์ที่ 8 พ.ย.นี้

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

วันอังคารที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2552

เปิดใจ "ทากาโนบุ อิโต" ฮอนด้ายังมีกำไรเพราะรถจักรยานยนต์

“กรุงเทพธุรกิจ” ได้เข้าร่วมงาน พร้อมกับการชมเทคโนโลยีของฮอนด้า ตามคำเชิญของบริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด

นอกจากนั้น ทางฮอนด้ายังเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนจากไทยได้สัมภาษณ์พิเศษนาย ทากาโนบุ อิโต ประธานและซีอีโอ ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น ถึงแผนธุรกิจฮอนด้าในระดับโลก นโยบายในการขยายตลาดเมืองไทย ครอบคลุมไปถึงเศรษฐกิจการเมือง รวมถึงความเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์และพลังงาน

ฮอนด้ามีเป้าหมายยกระดับฐานการผลิตเมืองไทยอย่างไร

ฮอนด้ามีผลิตภัณฑ์รถยนต์และจักรยานยนต์จำหน่ายในทั่วโลก ขณะที่เอเชียเป็นตลาดที่มีการเติบโตมากกว่าในภูมิภาคอื่น ในส่วนอาเซียนก็มีไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ เราเชื่อว่าตลาดไทยจะเติบโตตามเอเชีย สิ่งที่จะสะท้อนถึงความตั้งใจได้ดีที่สุดคือ การที่ในเมืองไทย ฮอนด้ามีศูนย์วิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์ และในอนาคตเราจะก่อตั้งศูนย์วิจัยรถยนต์ตามขึ้นมาด้วย

มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในตลาดโลก ฮอนด้าจะรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันไว้อย่างไร


หากจะพูดเรื่องนี้คงต้องขออธิบายยาวสักหน่อย ฮอนด้ามีสินค้ารถยนต์ รถจักรยานยนต์ และเครื่องยนต์อเนกประสงค์ อย่างที่ทราบกันดี เราเจอภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั้งโลก ผู้นำตลาดรถยนต์โลกอย่างโตโยต้าก็ยังขาดทุน แต่ฮอนด้า มอเตอร์ โดยรวมทั้งโลก เรายังมีกำไรอยู่บ้าง นั่นก็เพราะว่าเรามีธุรกิจรถจักรยานยนต์ เราจึงไม่ขาดทุน

โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ฮอนด้าในเอเชียที่เป็นตัวช่วยเฉลี่ยให้กับยอดจำหน่ายบางประเทศที่ติดลบ ในส่วนประเทศไทยก็มีความสำคัญยิ่ง จริงอยู่ว่ากำลังการผลิตในโรงงานที่อินโดนีเซียนั้นกำลังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไทยก็ยังคงเป็นผู้นำในอาเซียนอยู่ดี

แนวโน้มอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคตเป็นอย่างไร

จากผลิตภัณฑ์ฮอนด้าที่นำมาแสดงในงานโตเกียว มอเตอร์โชว์ปีนี้ จะได้เห็นรถเอฟซีเอ็กซ์ คลาริตี้ ใช้พลังงานไฟฟ้าที่ผลิตจากไฮโดรเจนหรือเซลล์เชื้อเพลิง และรถพลังงานไฟฟ้า รูปแบบเหล่านี้จะเป็นคำตอบสุดท้ายของโลกรถยนต์ในอนาคต

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ในการสะสมพลังงานเพื่อขับเคลื่อน ฮอนด้าและค่ายรถรายอื่นก็มีเทคโนโลยีเหล่านี้เช่นกัน ในส่วนรถจักรยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ฮอนด้ามีแผนที่จะผลิตออกมาจำหน่ายในอนาคต แต่เทคโนโลยีที่พูดถึงมาทั้งหมดนี้ จะเป็นกระแสหลักในอีกสักประมาณ 20 - 30 ปีข้างหน้า

และในช่วงระหว่างปัจจุบันนี้ เรามีความจำเป็นที่ต้องใช้เครื่องยนต์สันดาปภายในต่อไป และต้องเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้เพื่อลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์สู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องเร่งทำ อย่างไรก็ตาม มุมมองของเราเทคโนโลยีไฮบริดคือคำตอบระหว่างนี้

แนวทางพัฒนาสินค้าฮอนด้าในเมืองไทยเป็นอย่างไร

เช่นเดียวกับฮอนด้าทั่วโลกครับ ยกตัวอย่าง การพยายามชี้นำให้ตลาดรถจักรยานยนต์หันมาใช้ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบหัวฉีด และพัฒนาให้ตัวรถมีราคาที่สมเหตุสมผล

ในส่วนรถยนต์ โครงการอีโค คาร์ก็เป็นการมองการณ์ไกลของรัฐบาลที่ต้องการสร้างรถยนต์ประหยัดพลังงาน ฮอนด้าก็ให้ความสนใจและสนับสนุน เป็นค่ายรถรายแรกๆ ที่เข้าร่วมโครงการ โดยโจทย์และเงื่อนไขอีโค คาร์นั้นมีความสมบูรณ์ ทั้งความประหยัด ราคาไม่สูง และสำหรับฮอนด้าต้องเป็นรถที่ขับสนุก ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการวิจัยและพัฒนา เราอยากให้ผู้บริโภคอดใจรอสักนิด

และทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นสิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญ ก่อนที่พวกเราจะพูดถึงเทคโนโลยีในอนาคต

เครื่องยนต์ดีเซลเริ่มได้รับการยอมรับมากขึ้น มองเรื่องนี้อย่างไร

เรายอมรับว่าหลังๆ มานี้ฮอนด้าไม่ได้พูดถึงเครื่องยนต์ดีเซลมากนัก แต่เราก็มีรถประเภทนี้จำหน่ายอยู่ในตลาดยุโรป และยังมีศูนย์วิจัยและพัฒนาหรืออาร์แอนด์ดีในยุโรปด้วยเช่นกัน

ในอดีตนั้นมีอยู่ช่วงหนึ่งที่เราจริงจังกับเครื่องยนต์ดีเซลมาก เพราะต้องการเข้าตลาดสหรัฐ อเมริกา เพราะคิดว่าจะเป็นเครื่องยนต์ที่สามารถพัฒนาให้ลดการเกิดมลพิษได้มาก สามารถผ่านมาตรฐานที่เข้มงวดของสหรัฐอเมริกาได้ ช่วยให้เราสามารถขยายตลาดได้มาก และกลายเป็นกำลังหลักในที่สุด

แต่วันนี้เราชะลอโครงการนี้ออกไปก่อน แต่ไม่ได้หมายความว่าจะวางมือ เรากำลังเดินหน้าวิจัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เครื่องยนต์ดีเซลมีต้นทุนที่ต่ำกว่านี้

มีแผนทำตลาดไฮบริดในไทยหรือไม่

ในอนาคตเรามีแผนนำไฮบริดเข้าไปทำตลาดเมืองไทย แต่ยังอยู่ระหว่างการศึกษา ยังไม่สรุปว่าจะเป็นเมื่อใด เรายอมรับว่าขณะนี้กระแสต่างๆ มุ่งไปที่ไฮบริด ตลาดญี่ปุ่นก็เช่นกัน แต่ต้นทุนการผลิตยังสูงอยู่ อย่างไรก็ตาม เราไม่แน่ใจว่า การที่ไฮบริดบูมในช่วงนี้ เป็นเพราะว่าสมรรถนะของรถไฮบริดจริงๆ หรือเป็นเพราะการกระตุ้นของรัฐบาลที่ลดภาษีให้กับลดไฮบริดและพลังงานพิเศษอื่น

ความคลุมเครือของการเมืองไทยส่งผลต่อการดำเนินธุรกิจของฮอนด้าหรือไม่

โดยส่วนตัวไม่แน่ใจว่าเราเข้าใจการเมืองไทยแค่ไหน แต่เราบอกได้ว่าประเทศไทยเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของฮอนด้า

เพิ่มเติม http://www.bangkokbiznews.com

เปิดมุมเงียบ “เคซี่ สโตนเนอร์”

เจาะใจ “เคซี่ สโตนเนอร์” นักบิดมือหนึ่งของทีมดูคาติ ซึ่งเขาให้สัมภาษณ์ไว้ ก่อนออกไปคว้าแชมป์โมโตจีพีสนามล่าสุดรายการ เชลล์ แอ็ดว้านซ์ มาเลเซียน มอเตอร์ไซเคิล กรังด์ปรีซ์ เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

เตรียมการแข่งขันอย่างไร
หลายคนชอบรายล้อมด้วยผู้คน ยิ่งเยอะยิ่งดี แต่สำหรับตัวผมเองแล้ว จะทำตัวให้เงียบที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ผมจริงจังมากแต่จะไม่ทำให้ตัวเองกระวนกระวายอยู่ตลอดเวลา ก่อนเริ่มแข่งขันผมทำงานให้ดีเท่าที่ทำได้กับช่างเทคนิค หรืออย่างน้อยก่อนแข่งแต่ละครั้ง ผมจะใจจดจ่ออยู่กับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า แล้วทำมันให้ดีที่สุด

สนามแข่งโมโตจีพีที่ชอบที่สุด
คิดว่าสนามฟิลิปป์ ไอแลนด์ เป็นสนามโปรดของผมตอนนี้ แต่มีอีกสองสนามที่ผมชอบเหมือนกัน คือ สนามเมเกลโลและสนามโบรโน โดยพื้นฐานแล้ว สนามทั้งสาม มีลักษณะคล่องตัว และเปิดกว้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเราแข่งมอเตอร์ไซด์ มอโตจีพี เราขับเร็วได้อย่างที่ต้องการ สนามแข่งอื่นบางแห่งเล็กและแคบเกินไป แต่สนามแข่ง 3 แห่งนี้เวลามีมอเตอร์ไซด์คันใหญ่แข่งมักมีแต่เรื่องสนุก ๆ

นักแข่งคนอื่นใช้เวลานานในการปรับตัวให้ชินกับสนามแข่งขันสักสนามหนึ่ง แต่ผมใช้เวลาไม่มากในการเข้าใจว่าจุดพักเบรคอยู่ไหน เทคนิคคือคุณต้องใช้เวลาฝึกซ้อมเพื่อที่จะทำความรู้จักกับสนามแข่งมิฉะนั้นคุณจะไม่มั่นใจ และนั่นคือสิ่งที่คุณต้องตั้งใจให้มากบนเส้นทางการประลอง

ส่วนสนามแข่งมอเตอร์ไซค์ที่ดีที่สุด “ดูคาติ 998” เป็น สนามที่น่าจดจำของผม ผมขับและภรรยาผมซ้อนท้าย ผมว่ามันคือสนามของสิงห์นักบิดที่สนุกสุด ๆ

นักแข่งในดวงใจ
ผมมีนักบิดในดวงใจ 2-3 คน แต่ที่ชอบที่สุดคือ “ไมค์ ดูฮาน” จริงๆ แล้วเป็นเพราะความเป็นมาของเขา ความตั้งใจแน่วแน่หลังพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บ จนได้รับชัยชนะถึงห้ารายการรวด ทั้งๆ ที่ ทุกคนเมินเขาไปแล้ว ผมคิดว่าต้องใช้ความกล้าหาญและความรักในกีฬาชนิดนี้อย่างมากถึงจะทำเช่นนั้นได้

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

ฟิลิปปินส์คว้าแชมป์ บีพี คาสตรอล...สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน 2009

กลุ่มบริษัทบีพี คาสตรอล อาเซียน ผนึกพลังจัดการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) เพื่อชิงความเป็นเจ้าแห่งวงการซ่อม รถมอเตอร์ไซค์ในอาเซียน

โดยมีสุดยอดช่างจาก 4 ประเทศในอาเซียนเข้าร่วมท้าชิงความเป็นหนึ่ง ประกอบด้วย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย เวียดนาม และไทย ที่ได้รับคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน เพราะถือเป็นชาติ ต้นตำรับในการริเริ่มกิจกรรมการแข่งขันดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการจัดการแข่งขันครั้งแรกในอาเซียน โดยแชมป์จากการแข่งขันได้แก่ มร.มาร์ลู อาเซเดร่า ชาวฟิลิปปินส์ สุดยอดช่างซ่อมแห่งวงการรถมอเตอร์ไซค์อาเซียน ผู้คว้ารางวัลชนะเลิศกว่า 200,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตรจากการแข่งขัน “สุดยอดช่างซ่อมมืออาชีพอาเซียน กับ บีพี คาสตรอล 2009” (BP CASTROL ASEAN MECHANIC CONTEST 2009) ไปครอง โดยเฉือนเอาชนะ นายณัฏฐพล ฉำแสง สุดยอดช่างซ่อมจากประเทศไทยที่ได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 2 และ มร.อาร์วิน สุดยอดช่างชาวอินโดนีเซียและมร. ตัน พ็อค เตียน จากเวียดนามในอันดับที่ 3 และ 4 ตามลำดับ โดยมีสักขีพยาน ในการแข่งขันเป็นทีมนักบิดระดับโลกจากทีม San Carlo Honda Gresini ร่วมเป็นเกียรติในงาน ซึ่งจัดขึ้น ที่ โรงแรม Pullman King Power เมื่อเร็วๆ นี้

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

วันจันทร์ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2552

“ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” โชว์คุณภาพกระหึ่ม! เวทีโลก สื่อยุ่นจับจ้องก่อนเปิดตัวที่ไทยเพื่อส่งขายทั่วโลก

<"> “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” กระหึ่ม! กลางงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ที่ประเทศญี่ปุ่น โชว์ศักยภาพ “รถจักรยานยนต์ เมดอินไทยแลนด์” ให้นานาชาติประจักษ์ สะท้อนการยอมรับในมาตรฐานคุณภาพบนเวทีโลกอย่างองอาจ สื่อมวลชนยุ่นฮือฮาสนใจต่างจับจ้อง ก่อนจะเปิดตัวทำตลาดอย่างเป็นทางการในไทยเดือนพฤศจิกายนนี้ และส่งขายที่ยุโรป อเมริกา และญี่ปุ่น

จากการที่ มร.ทะคะโนบุ อิโตะ ประธานฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น กล่าวเปิดใจต่อสื่อมวลชนนานาชาติที่เดินทางไปชมงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” จัดระหว่างวันที่ 23 ต.ค.-4 พ.ย.52 ณ ศูนย์แสดงสินค้ามาคุฮาริเมสเซ่ เมืองชิบะ ประเทศญี่ปุ่นว่า ฮอนด้าให้ความสำคัญกับตลาดในทวีปเอเชียมากเป็นพิเศษ เนื่องจากธุรกิจฮอนด้าทั่วโลกสามารถอยู่รอดพ้นจากวิฤกตเศรษฐกิจอันรุนแรงทั่วโลกได้ เพราะรถจักรยานยนต์ฮอนด้าและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ธุรกิจโดยรวมของฮอนด้าทั้งหมดมีกำไรได้ ซึ่งธุรกิจรถจักรยานยนต์ทั้งโลกนั้น มีสัดส่วนการเติบโตสูงสุดอยู่ที่ทวีปเอเชีย และที่ผ่านมามีอัตราเติบโตมาโดยตลอด โดยเฉพาะในไทยซึ่งเป็นผู้นำในหลาย ๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นการเติบโตทางธุรกิจ ความสามารถในการออกแบบผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อถือ อันเนื่องมาจากประเทศไทยมีทั้งฐานการผลิต คือโรงงานไทยฮอนด้า และศูนย์วิจัยออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์ “R&D” โดยไทยถือเป็นศูนย์กลางหรือเป็นเซ็นเตอร์ในภูมิภาคนี้ รวมถึงรถจักรยานยนต์ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” ที่ถูกผลิตขึ้นจากประเทศไทยเพื่อส่งไปจำหน่ายทั่วโลกด้วย

สำหรับรถจักรยานยนต์ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” นับเป็น Top of Scooter รถจักรยานยนต์มูลค่าเพิ่มสูง เป็นยนตรกรรมระดับ World Class ติดตั้งเครื่องยนต์ระบบหัวฉีดแบบใหม่ PGM-Fi ขนาด 125 ซี.ซี. ระบบเกียร์ออโตเมติก ระบายความร้อนระบบหม้อน้ำ เพียบพร้อมด้วยระบบเทคโนโลยีอันทันสมัยที่สุดของรถจักรยานยนต์เมืองไทยในยุคนี้ โดยเครื่องยนต์สามารถดับได้โดยอัตโนมัติทันทีที่รถจอดหยุดนิ่ง

นางจุฑามาศ อิงปริงกานันท์ ผู้จัดการแผนกสื่อสารการตลาด บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวเปิดเผยถึงการนำเอารถจักรยานยนต์ต้นแบบ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” มาเปิดตัวแนะนำในงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ณ ประเทศญี่ปุ่นที่ผ่านมา และได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนที่เข้าร่วมงานว่า ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของคนไทยและประเทศไทยอย่างสูงสุดในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงการยอมรับจากนานาชาติบนเวทีโลก

“สิ่งที่ท่านประธานฮอนด้ากล่าวนั้น เป็นการสะท้อนและแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของคนไทยและประเทศไทยให้นานาชาติได้ประจักษ์ การที่ฮอนด้านำเอารถจักรยานยนต์ที่ออกแบบและผลิตจากประเทศไทยไปโชว์ในงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ที่ผ่านมา ย่อมเป็นเครื่องการันตีในคุณภาพและประ

สิทธิภาพ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” ได้เป็นอย่างดี และกำลังจะบอกกับทุกคนไทยทุกคนว่า รถรุ่นนี้นอกจากจะออกแบบและผลิตขึ้นในประเทศไทย เพื่อทำตลาดในประเทศไทยในปลายเดือนพฤศจิกายนนี้แล้ว “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” จะถูกผลิตและส่งออกเพื่อไปวางจำหน่ายยังทั่วโลกอีกด้วย ซึ่งเป็นรถที่ฮอนด้ามีความตั้งใจจะให้เป็นโมเดลในการเปิดตัวรถสไตล์สกู๊ตเตอร์ขนาดใหญ่หรือบิ๊กไบค์ เพื่อจะเติมเต็มในส่วนของตลาดใหม่ที่มีคุณค่าสูง และมุ่งหวังให้คนที่ยังไม่เคยใช้รถจักรยานยนต์มาก่อนได้มีโอกาสใช้รถของเรา”

“ที่สำคัญการเปิดตัวครั้งนี้ เป็นงานแรกในระดับเวิลด์คลาส โดยหลังจากนี้ฮอนด้าก็จะกลับไปเปิดตัวที่ประเทศไทยในเดือนพฤศจิกายนนี้ และจะนำไปร่วมแสดงในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26” หรือ “มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2009” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-13 ธันวาคมนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ซึ่งคนไทยจะได้สัมผัส ขณะเดียวกันจะถูกวางจำหน่ายตามร้านค้าตัวแทนจำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ต่อจากนั้นก็จะกระจายนำไปจำหน่ายที่ทวีปยุโรปในหลาย ๆ ประเทศ สหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น โดยที่ญี่ปุ่นจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2553 ที่สำคัญการเปิดตัวในงาน “โตเกียว มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 41” ที่ผ่านมา สื่อมวลชนในประเทศญี่ปุ่นต่างให้ความสนใจกันมากเป็นพิเศษด้วย” นางจุฑามาศ กล่าวในท้ายสุด

เพิ่มเติม http://www.newswit.com/

เก็บตกสื่อไทยตะลุยมาเลย์เชียร์ "ฟีม" บิดเซปัง

<">บริษัท เอ.พี.ฮอนดา จำกัด นำสื่อมวลชนไทยเดินทางไปเชียร์ "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก ที่สนามเซปัง ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 25 ตุลาคมที่ผ่านมา โดย MGR_Sport เก็บตกภาพบรรยายกาศภายในสนามและชาวไทยที่ตามไปเชียร์นักบิดจากชลบุรีอยู่ขอบสนาม

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

"ลอเรนโซ" ยินดี "รอสซี" ลั่นปีหน้าขอเฮบ้าง

<">ฮอร์เก ลอเรนโซ นักบิดดาวโรจน์แห่งทีมเฟียต-ยามาฮา ในศึกโมโตจีพี ออกมาแสดงความยินดีไปยัง วาเลนติโน รอสซี เพื่อนร่วมทีมที่ทำแต้มทิ้งตัวเองขาดลอยพร้อมคว้าแชมป์โลกไปครอง อย่างไรก็ดีเจ้าตัวตั้งเป้าจะเอาชนะรอสซี ให้ได้ในฤดูกาลหน้า

นักบิดสแปนิชวัย 22 ปี ต้องพลาดโอกาสเป็นแชมป์โลกรุ่นโมโตจีพี (800 ซีซี) อย่างเป็นทางการหลังถูก วาเลนติโน รอสซี เพื่อนร่วมทีมทำแต้มทิ้งห่างไปถึง 41 คะแนน ขณะที่เหลือเพียง 25 คะแนนให้ลุ้นในเรซสุดท้ายเท่านั้น

ซึ่งลอเรนโซที่ยังต้องเก็บให้ได้ 1 แต้มในเรซสุดท้าย เพื่อการันตีตำแหน่งรองแชมป์โลก ออกมาแสดงความยินดีไปยังนักซิ่งรุ่นพี่ว่า "ผมต้องขอแสดงความยินดีไปยัง วาเลนติโน และทีมงานทุกคน สำหรับผมนี่คือฤดูกาลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งผมไม่ได้คาดหวังเลยที่จะขยับมาลุ้นแชมป์โลกกับเขาได้ใกล้เคียงขนาดนี้"

นอกจากนี้อดีตแชมป์โลก 250 ซีซี 2 สมัย ยังตั้งเป้าด้วยว่าประสบการณ์อันแข็งแกร่งบนเวทีโมโตจีพี จะทำให้ตนเองกลับมาลุ้นแชมป์เต็มตัวอีกครั้งในปีหน้า "ปีนี้ผมแพ้เขา(รอสซี) แต่บางทีผมคิดว่าฤดูกาลหน้ามันอาจถึงเวลาของผมก็เป็นได้"

สำหรับลอเรนโซยังมีภารกิจรักษาอันดับ 2 ของรุ่นโมโตจีพี ในการแข่งขันสนามสุดท้ายที่สเปน หลังถูกเคซีย์ สโตเนอร์ ทำแต้มไล่มา 25 คะแนน ซึ่งนักบิดวัย 22 ปี จำเป็นต้องเก็บ 1 คะแนนในการแข่งขันวันที่ 8 พ.ย.นี้ เพื่อตำแหน่งรองแชมป์โลกฤดูกาลนี้

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

"ฟีม" ตั้งเป้าขึ้นโพเดียมปิดท้ายฤดูกาล

"ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดทีมไทยฮอนดา-พีทีทีแซค เปิดเผยหลังคว้าอันดับ 6 ศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาว่า มีอาการบาดเจ็บหลังจนเร่งเครื่องไม่ขึ้นทำให้พลาดจบ 5 อันดับแรกตามเป้าที่วางไว้ แต่จะขอลุ้นขึ้นโพเดียมเป็นโอกาสสุดท้ายของฤดูกาลนี้ในรายการบาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ ต้นเดือนหน้า

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคม ในศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามรองสุดท้ายของฤดูกาล 2009 รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ แข่งขันกันที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย

ปรากฏว่า รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักซิ่งหนุ่มไทย ซึ่งตั้งเป้าจะติด 1 ใน 5 อันดับแรก แต่พลาดไปเพียงอันดับเดียวเมื่อทำเวลาเข้ามา 42 นาที 75.256 วินาที ช้ากว่าอันดับ 5 คือ เฮคตอร์ เฟาเบล เพื่อนร่วมทีมชาวสเปน 0.390 วินาที โดยหลังจบการแข่งขัน ฟีมเปิดเผยว่าตนพยายามเต็มที่ แต่เนื่องจากอาการเจ็บหลังกำเริบจากการล้มในสนามก่อนๆทำให้บิดไม่ขึ้นจนผลงานไม่เป็นไปตามเป้าหมาย

อย่างไรก็ตาม นักบิดจากชลบุรีหวังจะแก้ตัวใหม่ในสนามสุดท้ายของฤดูกาลคือศึกบาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ ประเทศสเปน ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้ โดยเปิดเผยว่าจะพยายามรักษาอาการเจ็บหลังให้หายด้วยการทำกายภาพบำบัดและตั้งเป้าขึ้นแท่นโพเดียมบนแผ่นดินกระทิงดุให้ได้

จากผลงานที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล ส่งผลให้ รัฐภาคย์ มีคะแนนสะสมเพิ่มเป็น 70 คะแนน รั้งอันดับที่ 13 ซึ่งหากเทียบกับปี 2008 ซึ่งจบฤดูกาลด้วยการมี 73 คะแนน รั้งอันดับ 13 ก็ทำให้นักบิดวัย 21 ปีพอใจผลงานตนเองในฤดูกาลนี้ โดยชี้ว่าปัจจัยสำคัญคือการที่รถมีเครื่องยนต์เร็วกว่าเดิมและทีมงานช่วยกันอย่างเต็มที่ แต่รู้สึกเสียดายที่พลาดล้มลงบางสนาม มิเช่นนั้นน่าจะมีคะแนนมากกว่านี้

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

ชมภาพประทับใจ "ฟีม" ขอบคุณแฟนชาวไทยที่เซปัง

<">ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับ ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามรองสุดท้าย รายการมาเลเซียน จีพี ซึ่งนอกจากวาเลนติโน รอสซีจะได้แชมป์โลกรุ่นโมโตจีพีไปครองแล้ว กองเชียร์ชาวไทยที่เข้าไปชมบริเวณแกรนด์สแตนกว่า 200 คน ยังได้เฮไปกับผลงานอันยอดเยี่ยมของ รัฐภาคย์ วิไลโรจน์

โดยเจ้า “เจ้าฟีม” ไม่ทำให้ทัพนักข่าวจากเมืองไทยรวมถึงแฟนคลับที่ยกพลด้วยเครื่องบินเช่าเหมาลำไปยังมาเลเซียโดยบริษัทเอพี ฮอนด้า ต้องผิดหวัง หลังควบรถ RS250RW เข้าเส้นชัยเป็นที่ 6 พร้อมขยับขึ้นมามี 70 แต้ม รั้งที่13 ในคะแนนรวมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ซึ่งหลังจากการแข่งขันฟีมเปิดเผยว่า วันนี้มีอาการเจ็บหลังหลังจากผ่านไปหลายรอบ หากว่าไม่มีอาการเจ็บหลังรับรองมีโอกาสขึ้นยืนโพเดียมแน่นอน ส่วนเรื่องรถนั้นไม่มีปัญหาอะไร ยอมรับว่าเสียดายมาก มีโอกาสขยับขึ้นไปถึงที่3แล้ว แต่ก็อย่างที่บอก อาการเจ็บหลังทำให้ไม่สามารถขับขี่ได้ถนัด

พร้อมกันนี้นักบิดขวัญใจชาวไทยยังเรียกเสียงเฮจากกองเชียร์ลั่นบริเวณแกรนด์สแตน หลังเดินออกมาร่วมกับทีมงานสต็อป แอนด์ โก (แซค) พร้อมชูป้ายขอบคุณแฟนๆชาวไทยที่แห่ไปให้กำลังใจกว่า 200 คน ซึ่ง MGR Sport ไม่พลาดที่จะนำภาพประทับใจดังกล่าวมาฝากกัน

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

"รอสซี" รับสุดหืดกว่าจะซิวแชมป์โลกสมัย 9

<">วาเลนติโน รอสซี แชมป์โลกโมโตจีพีคนล่าสุดจากทีมเฟียต-ยามาฮา ยอมรับการคว้าแชมป์โลกในฤดูกาลนี้เป็นสิ่งที่ยากลำบากกว่าทุกๆครั้ง พร้อมยกเครดิตให้ฮอร์เก ลอเรนโซ เพื่อนร่วมทีมว่าเป็นคู่แข่งสุดหินประจำฤดูกาล 2009

"เดอะด็อกเตอร์" เพิ่งจะคว้าแชมป์โลกเวิลด์ จีพีสมัยที่ 9 ของตัวเองได้สำเร็จ หลังจบการแข่งขันอันดับที่ 3 ในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ที่สนามเซปัง เมื่อวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมา พร้อมทำแต้มทิ้งห่างฮอร์เก ลอเรนโซ ไปขาดลอย แม้ว่าจะเหลือการแข่งขันอีก 1 เรซก็ตาม

ซึ่งยอดนักบิดวัย 30 ปี เผยความรู้สึกหลังคว้าแชมป์โลกอีกครั้งว่า"มันเป็นชัยชนะที่ได้มาจากฤดูกาลอันยากลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลในเรซนี้ (ตกไปที่ 8 ตั้งแต่โค้งแรก) มันบ่งบอกถึงความสาหัสได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ผมยังต้องเจอคู่แข่งที่ฝีมือสุดยอด อย่างเฉพาะฮอร์เก (ลอเรนโซ) เพื่อนร่วมทีมของผมเอง กดดันอยู่ตลอดฤดูกาล"

"นี่คือความรู้สึกที่ยอดเยี่ยมจริงๆกับแชมป์โลกสมัยที่ 9 และเป็นครั้งที่ 7 ในรุ่นใหญ่ (500 ซีซี 1 ครั้ง ,โมโตจีพี 6 ครั้ง) ผมต้องขอขอบคุณทีมงานยามาฮาทุกคน รวมถึงแฟนๆของผมในทุกๆสนามที่เป็นผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จในครั้งนี้" รอสซีร่ายยาว

สำหรับรอสซี เริ่มคว้าแชมป์โลกตั้งแต่ปี 1997 ในรุ่น 125 ซีซี จากนั้นขยับมาคว้าแชมป์รุ่น 250 ซีซีได้ในปี 1999 ก่อนจะขึ้นมาเป็นจ้าวความเร็วในรุ่นใหญ่ ตั้งแต่คว้าแชมป์ 500 ซีซี ในปี 2001 รวมถึงแชมป์โมโตจีพี (800 ซีซี) อีก 6 ครั้งในปี 2002, 2003, 2004, 2005, 2008 และ 2009

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

"เดอะด็อกเตอร์" บิดเข้าที่ 3 ซิวแชมป์โลกโมโตจีพี

วาเลนเลนติโน รอสซี ยอดนักบิดทีมเฟียต-ยามาฮา แห่งศึกโมโตจีพี ประกาศศักดิ์ดาคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 9 มาครองได้สำเร็จ หลังบิดรถคู่ใจหมายเลข 46 เข้าเส้นชัยอันดับที่ 3 เพียงพอต่อการทำแต้มทิ้งฮอร์เก ลอเรนโซ เพื่อนร่วมทีม ในศึกมาเลเซียน จีพี เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามรองสุดท้าย รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ แข่งขันกันที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มีความยาวต่อรอบ 5.543 กิโลเมตร โดยรุ่นโมโตจีพี ดวลความเร็วกัน 21 รอบสนาม

ก่อนการแข่งขันจะเริ่มขึ้นมีฝนตกลงมาอย่างหนักที่สนามเซปัง ทำให้ต้องมีการเลื่อนเวลาออกสตาร์ทไปครึ่งชั่วโมง ซึ่งทำให้นักบิดทุกคนต้องมีการปรับเปลี่ยนใช้รถสำรอง รวมถึงต้องใช้ยางสำหรับทางเปียกโดยเฉพาะ โดย "เดอะด็อกเตอร์" ได้ออกสตาร์ทตำแหน่งโพลโพซิชัน

ซึ่งแม้ว่ายอดนักบิดวัย 30 ปี จะออกสตาร์ทตกไปถึงที่ 8 เมื่อผ่านโค้งแรก แต่ก็โชว์ความสามารถไล่อันดับจนจบโพเดียมได้สำเร็จ หลังควบรถยามาฮาคู่ใจเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 3 ทำเวลาตามหลังเคซีย์ สโตเนอร์ แชมป์สนามนี้จากทีมดูคาติอยู่ 19.385 วินาที

ส่งผลให้ รอสซี ทำแต้มทิ้งห่าง ฮอร์เก ลอเรนโซ เพื่อนร่วมทีมออกไปถึง 41 แต้ม ขณะที่เหลือแต้มให้ลุ้นเพียง 25 คะแนนเท่านั้น คว้าแชมป์โลกโมโตจีพี สมัยที่ 6 ไปครองเป็นที่แน่นอนแล้ว รวมถึงเป็นแชมป์มอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลกครั้งที่ 9 ของตัวเองอีกด้วย

ผลการแข่งขัน 3 อันดับแรก มาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ รุ่นโมโตจีพี
1 เคซีย์ สโตเนอร์ (ออสเตรเลีย / ดูคาติ) 47 นาที 24.834 วินาที
2 ดานี เปโดรซา (สเปน / เรปโซล-ฮอนดา) +14.666
3 วาเลนติโน รอสซี (อิตาลี / เฟียต-ยามาฮา) + 19.385

คะแนนสะสม 4 อันดับแรก รุ่นโมโตจีพี
1 วาเลนติโน รอสซี (อิตาลี / เฟียต-ยามาฮา) 286
2 ฮอร์เก ลอเรนโซ (สเปน / เฟียต-ยามาฮา) 245
3 เคซีย์ สโตเนอร์ (ออสเตรเลีย / ดูคาติ) 220
4 ดานี เปโดรซา (สเปน / เรปโซล-ฮอนดา) 209

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

"ฟีม" เจ็บหลังวืดที่ 5 หวิว "มาเลเซียน จีพี"

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์ กรังด์ปรีซ์ บิดทำผลงานประทับใจคนไทยทั้งประเทศ หลังควบรถฮอนดา เข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 6 พร้อมเก็บเพิ่ม 10 คะแนนในการแข่งขันรุ่น 250 ซีซี รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ เมื่อบ่ายวันอาทิตย์ ที่ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามรองสุดท้ายของฤดูกาล 2009 รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ แข่งขันกันที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย มีความยาวต่อรอบ 5.543 กิโลเมตร โดยรุ่น 250 ซีซีดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 22 รอบสนาม

ผลปรากฎว่า "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดทีมไทยฮอนดา-พีทีทีแซค ที่ควอฟายได้กริดที่ 6 ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการขึ้นไปถึงอันดับ 3 ในรอบที่ 2 ทว่าจากนั้นไม่สามารด้านทานความเร็วของนักบิดหัวแถวอย่าง ฮิโรชิ อาโอยามา และ มาร์โก ซิมอนเชลลี ได้

จากนั้นในช่วงท้ายฟีมที่ขับเคี่ยวแย่งที่ 5 กับ เฮคตอร์ เฟาเบล แม้จะพลาดถูกแซงในรอบสุดท้าย แต่ก็ยังก็เร่งเครื่องเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 6 ได้สำเร็จ ท่ามกลางความยินดีจากกองเชียร์ชาวไทยที่แห่มาให้กำลังใจกว่า 200 คนในสนามเซปัง

ซึ่งหลังจบการแข่งขันมีการเปิดเผยจากคุณอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี.ฮอนดา ที่นำทีมไปเชียร์ฟีมที่มาเลเซียว่า อาการเจ็บหลังของฟีมทำให้ไม่สามารถต้านทานคู่แข่งในรอบสุดท้ายได้ แต่ก็ยังพอใจที่จบได้ถึงอันดับที่ 6

ขณะเดียวกันนักบิดหน้าตี๋จากประเทศไทยเก็บเพิ่มอีก 10 คะแนน ขยับอันดับในตารางสะสมรุ่น 250 ซีซี แซง ลูคัส พีเซ็ค นักบิดเช็กจากทีมอพริเลีย ขึ้นไปมี 70 คะแนนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ส่วนผู้ชนะสนามนี้ตกเป็นของ ฮิโรชิ อาโอยามา ผู้นำคะแนนสะสมจากทีมสกอต-ฮอนดา ที่ขับเคี่ยวกับ มาร์โก ซิมอนเชลลี แชมป์โลกปี 2008 จากทีมจิเลรา อย่างสุดมัน ก่อนที่นักบิดญี่ปุ่น จะเข้าเส้นชัยเป็นคันแรก ด้วยเวลารวม 42 นาที 55.689 วินาที

ขณะที่มาร์โก ซิมอนเชลลี มาพลาดถูก เฮคตอร์ บาร์เบรา นักบิดสแปนิช แซงเข้าเส้นชัยในโค้งสุดท้ายแบบฉิวเฉียด ได้ขึ้นโพเดียมดับดับ 3 เท่านั้น ส่งผลให้สถานการณ์ในตารางลุ้นแชมป์ แชมป์โลก 2008 ถูกอาโอยามา ทิ้งห่างออกไปเป็น 21 คะแนน

สำหรับศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามสุดท้ายของฤดูกาล 2009 จะไปปิดฉากกันที่สนามบาเลนเซีย เซอร์กิต ประเทศสเปน ในรายการบาเลนเซีย กรังด์ปรีซ์ ในวันที่ 8 พฤศจิกายนนี้

ผลการแข่งขัน 10 อันดับแรก มาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ รุ่น 250 ซีซี
1. ฮิโรชิ อาโอยามา (ฮอนดา) 42 นาที 55.689 วินาที
2. เฮคตอร์ บาร์เบรา (อพริเลีย) +6.937 *บาร์เบราได้ที่ 2 เพราะมีเวลาต่อรอบดีกว่า
3. มาร์โก ซิมอนเชลลี (จิเลรา) +6.937
4. โธมัส ลูธี (อพริเลีย) +17.871
5. เฮคตอร์ เฟาเบล (ฮอนดา) + 19.177
6. รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ (ไทยฮอนดา-พีทีทีแซค) +19.567
7.อเล็กซ์ เดอบอง (อพริเลีย) +20.255
8. ลูคัส พีเซ็ค (อพริเลีย) +34.561
9. อเล็กซ์ บัลโดดินี (อพริเลีย) +50.937
10. โชยา อาโอยามา (ฮอนดา) +1'04.186

สรุปคะแนน 3 อันดับแรก รุ่น 250 ซีซี
1. ฮิโรชิ อาโอยามา (ญี่ปุ่น / ฮอนด้า) 252 คะแนน
2. มาร์โก ซิมอนเชลลี (อิตาลี / จิเลรา) 231 คะแนน
3. เฮคตอร์ บาร์เบรา (สเปน / อพริเลีย) 214 คะแนน
*13. รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ (ไทย / ไทยฮอนดา-พีทีทีแซค) 70 คะแนน

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

วันศุกร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ฟีม" ฟอร์มเฉียบบิดเข้าที่ 3 รอบซ้อมที่เซปัง

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยฮอนดา-พีทีทีแซค แห่งศึกเวิลด์ จีพีรุ่น 250 ซีซี ฟอร์มร้อนแรงตั้งแต่วันแรก ของการแข่งขันสนามรองสุดท้ายที่ประเทศมาเลเซีย หลังเวลาเข้ามาเป็นอันดับที่ 3 ในรอบฝึกซ้อมรายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่สนามเซปัง

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลกสนามรองสุดท้ายของฤดูกาล 2009 รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ แข่งขันกันที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย โดยช่วงบ่ายวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่นเป็นการแข่งขันในรอบฝึกซ้อม

ผลปรากฎว่า "ฟีม" รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทย ทำเวลาในรอบนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม หลังนำฮอนดา RS250RW คู่ใจ ลงบิดจับเวลาทั้งหมด 21 รอบสนาม และเร่งเครื่องทำเวลาต่อรอบได้ดีที่สุดด้วยเวลา 2 นาที 07.927 วินาที

ซึ่งผลงานของฟีมนับเป็นเวลาที่ดีที่สุดอันดับ 3 ของรุ่นนี้ โดยนักบิดไทยทำเวลาช้ากว่าฮิโรชิ อาโอยามา นักบิดญี่ปุ่นจากทีมสกอต-ฮอนดาที่กำลังไล่ล่าแชมป์โลก ที่ทำเวลาดีที่สุดในรอบนี้เพียง 0.052 วินาที เท่านั้น

ขณะที่ผลการฝึกซ้อมในรุ่นโมโตจีพี (800 ซีซี) ออร์เก ลอเรนโซ จากทีมยามาฮา ทำเวลาดีที่สุดในรอบนี้ ที่ 2 นาที 02.180 วินาที โดยมีเคซีย์ สโตเนอร์ ,ดานี เปโดรซา และวาเลนติโน รอสซี ทำเวลาตามมาเป็นอันดับที่ 2 ,3 และ 4 ตามลำดับ

สำหรับศึก ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ 2009 รอบควอลิฟายจะมีขึ้นในวันเสาร์ที่ 14 ต.ค. นี้ ก่อนที่จะชิงชนะเลิศกันในวันอาทิตยืที่ 25 ต.ค. โดยรุ่น 250 ซีซี จะแข่งขันกันเวลา 12.15 น. ตามเวลาประเทศไทย

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 22 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"ลอเรนโซ" ถอดใจยกแชมป์โลกให้ "รอสซี" ก่อนบิดเซปัง

ฮอร์เก ลอเรนโซ ยอดนักบิดสแปนิชจากทีมเฟียต-ยามาฮา ออกอาการถอดใจในการลุ้นแชมป์โลกโมโตจีพีฤดูกาล 2009 หลังเผยว่าตนเองคงจะทำแต้มไล่ "เดอะด็อกเตอร์" วาเลนติโน รอสซีไม่ทันในการแข่งขันสุดสัปดาห์นี้ที่มาเลเซีย

แม้ว่าจะนักบิดวัย 22 ปี จะมีแต้มตามหลัง รอสซี เพื่อนร่วมอยู่ 38 คะแนน ขณะที่มีอีก 50 แต้มให้ได้ลุ้นใน 2 เรซสุดท้ายของโมโตจีพี ฤดูกาลนี้ ทว่าเจ้าตัวออกอาการรับสภาพว่าคงไม่สามารถทำแต้มไล่ "เดอะด็อกเตอร์" เพื่อคว้าแชมป์โลกได้ทัน

"หลังจากความผิดหวังที่ออสเตรเลีย(ไม่จบการแข่งขัน) ทำให้ผมไม่คิดถึงอันดับแชมเปียนชิปอีกต่อไป เป้าหมายของผมในช่วงท้าย คือการรักษาอันดับ 2 เอาไว้ให้ได้ เพราะนี่เป็นเพียงปีที่ 2 ของผมกับโมโตจีพี ฉะนั้นการเป็นรองแชมป์โลกถือเป็นสิ่งที่น่าพอใจ" ลอเรนโซเผย

โดยศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่สนามเซปัง วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.นี้ รอสซี มีโอกาสฉลองแชมป์โลกสมัยที่ 9 หากจบการแข่งขันอันดับ 4 ขึ้นไป ขณะที่ ลอเรนโซ ที่ถูกเคซีย์ สโตเนอร์ นักบิดดูคาติไล่ตามมา 37 คะแนน ก็มีสิทธิ์เป็นรองแชมป์โลกอย่างเป็นทางการ หากจบการแข่งขันอันดับ 3 เป็นอย่างน้อย

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

"ฟีม" หวั่นอากาศร้อนทำรถอืดที่เซปัง

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดหนึ่งเดียวของไทยในศึกมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก ยอมรับสภาพอากาศร้อนที่ประเทศมาเลเซีย อาจเป็นปัญหาต่อการเซ็ตอัพรถ อย่างไรก็ดียังมั่นใจว่าจะทำผลงานดีกว่าฤดูกาลที่แล้ว ในศึกมาเซียน จีพี ที่สนามเซปัง สุดสัปดาห์นี้

นักบิดสังกัดทีมไทย-ฮอนดา-พีทีทีแซค ในรุ่น 250 ซีซี มีคิวกลับมาลงแข่งขันสนามรองสุดท้าย ในรายการมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ วันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.นี้ หลังจากเพิ่งจะเก็บ 7 แต้ม จากการจบอันดับที่ 9 ในศึกออสเตรเลียน จีพี เมื่อ 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา

โดย "เจ้าลิงน้อย" ที่เก็บไป 60 แต้ม รั้งอันดับ 14 ในตารางแชมเปียนชิปเผยถึงการแข่งขันที่มาเลเซียผ่าน MGR Sport ว่า กังวลใจเล็กน้อยกับสภาพอากาศที่อาจจะร้อนจัดซึ่งจะส่งผลต่อการเซ็ตรถ แต่ยังมั่นใจว่าจะจบการแข่งขันได้ดีกว่าปี 2008

"สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือสภาพอากาศ เพราะที่เซปังอากาศจะร้อนมากไม่ต่างจากบ้านเรา ซึ่งน่าจะเป็นเรื่องยากในการเซ็ตอัพรถของเรา อย่างไรก็ดีที่ผ่านมาเราทำได้ดีพอสมควร ในปีที่แล้วผมออกสตาร์ทที่ 5 และจบอันดับ 8 ซึ่งผมมั่นใจว่าจะทำผลงานดีกว่าปีที่แล้วได้แน่" ฟีมเผย

นอกจากนี้นักบิดจากชลบุรี ยังแสดงความมุ่งมั่นที่จะทำผลงานให้ดีที่สุดเพื่อกองเชียร์ชาวไทยที่จะเดินทางมาชมการแข่งขันในเรซนี้เป็นจำนวนมากว่า "ที่เสมือนสนามบ้านของผม ซึ่งในเรซนี้จะมีแฟนๆชาวไทยเข้าเชียร์ชมเยอะมาก ผมจะไม่ทำให้พวกเขาผิดหวังแน่นอน"

ศึกมอเตอร์ไซค์ชิงแชมป์โลก รุ่น 250 ซีซี รายการมาเลเซียน จีพี 2009 ซึ่งเป็นสนามรองสุดท้ายในปีนี้ จะแข่งขันกันที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย ในวันอาทิตย์ที่ 25 ต.ค.นี้ เวลา 12.15 น. ตามเวลาประเทศไทย

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552

งาน The 2nd Bangkok Motorbike Festival 2010

งานเทศกาลเพื่อคนที่หลงไหลในรถจักรยานยนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในเอเซียตะวันออกเฉียงใต้

งานที่รวบรวมรถจักรยานยนต์ทุกรุ่น ทุกยี่ห้อ ทุกซีซี ทุกปี ทุกประเภท เอาไว้ในงานเดียว ณ เซ็นทรัลเวิลด์ ระหว่างวันที่ 28-31 มกราคม 2553

จัดเต็มพื้นที่ตั้งแต่ลานหน้าห้างที่จะกลายเป็นลานจอดรถมอเตอร์ไซค์ขนาดใหญ่ จนถึงพื้นที่ด้านในห้างชั้น 1 จนถึงชั้น 7 พบกิจกรรมมากมายสำหรับผู้ที่ชื่นชอบในรถมอเตอร์ไซค์อาทิเช่น

- พบกับการออกบูธของค่ายรถมอเตอร์ไซค์ชั้นนำของเมืองไทย ซึ่งจะนำนวัตกรรมรถรุ่นใหม่ล่าสุดมาเปิดตัวภายในงาน ทั้งแบรนด์ทางฝั่งตะวันตกอย่าง Harley-Davidson, Triumph, Ducati, BMW, Can-am Spyder, Sachs และค่าผู้ผลิตจากฝั่งตะวันออกอย่าง Honda, Yamaha, Kawasaki, Tiger โดยภายในงานยังมีกิจกรรมส่งเสริมการขายมากมายให้กับผู้ที่สนใจขี่รถมอเตอร์ไซค์คันใหม่กลับบ้าน

- พบกับร้านค้าอุปกรณ์ตกแต่ง, เครื่องแต่งกาย, เครื่องป้องกัน และอะไหล่ จากผู้ผลิตและผู้นำเข้า ซึ่งจะรวมรวมสินค้าหลากหลายเอาไว้ในที่แห่งเดียว ให้ชาวไบค์เกอร์ได้เลือกซื้อสินค้ากันได้อย่างจุใจ พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ ในราคาพิเศษสุดๆจากร้านที่เข้าร่วมแสดงสินค้า

- พบกับทีมสตั๊นท์ที่จะมาแสดงการขับขี่มอเตอร์ไซค์ผาดโผน ณ บริเวณลานหน้าห้าง Central World วันละ 2 รอบ ในเวลา 17.00 น. และ 19.00 น.

- พบกับเวทีสนทนาจากเหล่านักขี่ผู้มีชื่อเสียงในวงการรถมอเตอร์ไซค์ของเมืองไทย, ช่างซ่อมรถชั้นเซียน และเจ้าของค่ายรถที่จะมาบอกเล่าถึงรถรุ่นใหม่ล่าสุดที่นำมาอวดโฉมภายในงาน

- พบกับนิทรรศการศิลปะจากศิลปินที่หลงใหลในรถมอเตอร์ไซค์ ซึ่งจะนำผลงานศิลปะต่างๆที่ได้สร้างสรรค์ไว้มาจัดแสดงโชว์ในชั้นต่างๆของห้าง Central World และโซนการแสดงนิทรรศการภาพ Sense of Journey ในบริเวณชั้น 6

- พบกับรถมอเตอร์ไซค์ของเหล่าคนดังของเมืองไทย ที่จะนำรถสุดรักมาจัดแสดงในบริเวณชั้นต่างๆภายในห้าง และมุมรวบรวมรถมอเตอร์ไซค์จากคนดัง 12 ท่าน ณ บริเวณลาน Celebrities Bike ชั้น 5 โซน Atrium

- พบกับการรวมรวมเอาสุดยอดรถมอเตอร์ไซค์ที่ผ่านการโมดิฟายในระดับแนวหน้า ทั้งรถในสไตล์ Chopper, Sport, Touring, Big Scooter, Naked, Motocross ซึ่งจะนำมาจัดแสดงในมุมของ Ultimate Custom Bike ณ บริเวณชั้น 3 โซน Eden

- พบกับรถมอเตอร์ไซค์โบราณที่หาชมได้ยากในยุคปัจจุบัน บางคันมีอยู่เพียงคันเดียวในทวีปเอเซีย บางคันมีเงินแต่ไม่สามารถหาซื้อได้ ซึ่งทุกคันถูกดูแลจากเจ้าของรถเป็นอย่างดี โดยได้รับการสนับสนุนรถจาก ชมรมอนุรักษ์และพัฒนาจักรยานยนต์โบราณไทย ภายใต้ มูลนิธิอนุรักษ์และพัฒนาอากาศยานไทยในพระบรมราชูปภัมป์

- พบกับรถจักรยานยนต์นำขบวนกองเกียรติยศ และผู้นำประเทศ ที่จะนำมาจัดแสดงให้ชมอย่างใกล้ชิด โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล 3 เป็นผู้คอยให้ข้อมูลแก่ผู้ที่สนใจ ซึ่งรถที่ถูกนำมาเข้าประจำการในปัจจุบันมีหลากหลายยี่ห้อ และถูกนำมาใช้ในภารกิจที่แตกต่างกัน สามารถแวะชมได้ที่บริเวณโถงกลางห้าง ชั้น 1 Central Court

- Your Fist Friend เพื่อนคนแรกของนักท่องเที่ยว พบกับการปฏิบัติหน้าที่และยานพาหนะของเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ที่คอยให้บริการแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ซึ่งนำข้อมูลการให้บริการในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ และยานพาหนะสองล้อที่สามารถนำมาใช้ร่วมในการปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดี

- พบกับการเดินแฟชั่นโชว์จากแบรนด์เสื้อผ้าชั้นนำของโลก ซึ่งจะขนเอาบรรดาสุดยอดนายแบบ,นางแบบ มาสวมใส่ชุดในสไตล์ไบค์เกอร์ พร้อมกับร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสไตล์ Street Wear ที่คัดสรรมาจากแหล่งชอปปิ้งชั้นนำ มารวมไว้ในบริเวณลานหน้าห้าง Central World

- พบกับลานเบียร์ขนาดใหญ่หน้าห้าง Central World ที่จะเป็นสถานที่พบปะสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนพ้องชาวไบค์เกอร์ พร้อมกับฟังดนตรีสด จากวงดนตรีมืออาชีพระดับแนวหน้าจากร้านดัง ที่จะมาเขย่าความมันกันตั้งแต่ หัวค่ำจนถึงเที่ยงคืนของทุกวัน

- พบกับกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศด้วยรถจักรยานยนต์ ที่จะนำเอาผู้สื่อข่าวหนังสือมอเตอร์ไซค์ระดับโลกชาวต่างชาติ ร่วมขับขี่กับนักขี่ชาวไทย ท่องไปในเส้นทางท่องเที่ยวในภาคเหนือ ลัดเลาะผ่านหุบเขาในช่วงหน้าหนาว เรื่อยมาจนมาจบที่งาน Bangkok Motorbike Festival ในวันพฤหัสบดีที่ 28 มกราคม 2553 สามารถติดตามรายละเอียดและเส้นทางการขับขี่ได้ที่ www.bangkokmotorbikefestival.com

งานนี้เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ซึ่งทุกท่านสามารถนำรถมอเตอร์ไซค์สุดรักมาจอดในบริเวณลานจอดหน้าห้าง เซ็นทรัลเวิลด์ สำหรับรถบิ๊กไบค์และคลาสสิคไบค์ และลานจอดหน้า ออฟฟิศ ทาวเวอร์ สำหรับรถมอเตอร์ไซค์ทั่วไป

ห้ามพลาดกับงานยิ่งใหญ่ระดับโลก ที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง เพื่อคนที่หลงไหลในรถมอเตอร์ไซค์โดยเฉพาะ

เพิ่มเติม www.newswit.com

วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2552

กระแสตอบรับ"สกู๊ปปี้ไอ"ดีเกินคาด ฮอนด้าสั่งรง.ปรับแผนผลิตขยับเป้าขายทั้งปี2แสนคัน

เอ.พี. ฮอนด้ารับอานิสงส์ "สกู๊ปปี้ ไอ" แรงโดนใจวัยโจ๋ แค่เดือนเดียวดันยอดจองเฉียด 2 หมื่นคัน เร่งเจรจาโรงงานปรับแผนการผลิตรองรับการส่งมอบรถให้ทัน พร้อมปรับเป้าขายจากเดิม 1 ล้านคัน ขยับเพิ่มเป็น 1.2 ล้านคัน

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กระแสตอบรับฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ดีเกินคาด โดยเฉพาะการเปิดบริการจองรถออนไลน์ทำให้ขณะนี้บริษัทมียอดจองจากลูกค้ามากกว่า 18,000 คัน ส่งผลให้การผลิตและส่งมอบรถไม่ทัน บริษัทจำเป็นต้องปรับแผนการผลิตใหม่ โดยขณะนี้ได้เจรจากับทางโรงงานเพื่อขอปรับเพิ่มกำลังการผลิตจากปัจจุบันที่ผลิตต่อเดือน 150,000 แสนคัน เพิ่มขึ้นอีก 70,000 คัน เป็น 220,000 คันต่อเดือน

นายธีระพัฒน์กล่าวว่า การตัดสินใจเพิ่มกำลังการผลิตครั้งนี้คาดว่าจะต้องใช้งบประมาณด้านการลงทุนอีกจำนวนหนึ่ง โดยเฉพาะการจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องมือในการผลิตและบุคลากรด้านการผลิต ซึ่งขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน

"กระแสตอบรับสกู๊ปปี้ ไอของเราค่อนข้างดีมากว่า ส่วนหนึ่งอาจจะเป็นเพราะจักรยานยนต์แนวเรโทรกำลังมาแรง และต้องยอมรับว่าฮอนด้ายังมีกลุ่มลูกค้าแฟนพันธุ์ แท้ส่วนหนึ่งที่ยังมีความภักดีต่อ แบรนด์ รอรถจนรถของเราพร้อมในวันนี้ ส่วนตัวเลขที่พุ่งแรงแบบนี้ก็ต้องยอมรับว่า เดี๋ยวนี้อินเทอร์เน็ตเข้ามามีบทบาทมาก และกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นส่วนใหญ่ก็ออนไลน์กันทั้งนั้น ยิ่งช่วงเปิดตัวเราโหมกิจกรรมแรง ๆ หลายตัว ทำให้ยอดจองแรงเกินกว่าที่คาดมาก"

สำหรับเป้าขายปีนี้คงต้องมีการปรับเพิ่มเติม เนื่องจากสกู๊ปปี้ ไอจะช่วยผลักดันให้ตลาดฮอนด้าโดยรวมขยายตัวไปอีกมาก โดยเฉพาะสกู๊ปปี้ ไอ ฮอนด้าตั้งเป้าจะมียอดขายเดือนละ 12,500 คันต่อเดือน หรือระยะเวลาที่เหลือของปีนี้น่าจะทำได้มากกว่า 60,000 คัน

"ตอนนี้เราส่งมอบรถรุ่นนี้ไปแล้วกว่า 10,000 คัน ส่วนที่เหลือคาดว่าเมื่อมีการปรับแผนการผลิตคงจะส่งมอบได้ทันตามที่ลูกค้าต้องการ"

กรรมการบริหารฝ่ายขาย เอ.พี. ฮอนด้า เปิดเผยถึงเป้าการขายทั้งปีจากเดิมที่กำหนดไว้แค่ 1 ล้านคันนั้น เนื่องจากกระแสตอบรับดีประกอบกับภาวะตลาดรถจักรยานยนต์โดยรวมมีทิศทางที่ดีขึ้น ทำให้วันนี้ฮอนด้าคาดว่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 1.2 ล้านคันอย่างแน่นอน โดยยอดขายรถจักรยานช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา สามารถทำได้ถึง 1,138,001 คน ฮอนด้าทำได้ 749,203 คัน ยามาฮ่า 319,915 คัน ขณะที่ซูซูกิทำได้ 477,522 คัน

ฮอนด้า เกาะกระแส Movie Marketing หนุนกิจกรรม “ขึ้นรถไฟฟ้าต่อฮอนด้า Scoopy i ส่งคนที่ใช่มาหานะเธอ”

จบกิจกรรมกันไปแล้ว สำหรับกิจกรรมคาราวานความสนุกมันส์ โดยรถจักรยานยนต์ฮอนด้าสกู๊ปปี้ ไอ ที่นำขบวน สกู๊ปปี้ ไอ ขับเคลื่อนความมันส์ ขี่ความสนุกอีกครั้ง เอาใจคนวัยมันส์ที่มีไลฟสไตล์คนเมืองใกล้ชิดรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ โดยงานนี้เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่สนับสนุน Movie Marketing เป็นการจัด Road Show ฟันฝ่าการจราจร ไปตามหาความรัก ในสถานที่ต่าง ๆ ทั่วกรุงเทพ โดยใช้ Theme ของภาพยนตร์ที่มีกระแสดังที่สุดในขณะนี้ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” เป็นสื่อ โดยรถจักรยานยนต์โฉมใหม่ Honda Scoopy i เป็นเพื่อนคู่ใจพาไปในที่ต่างๆ ทั่วกรุงเทพ เพื่อตามหารักแท้ ของคนกรุงเทพในจุดต่างๆ พร้อมร่วมสร้างสรรค์ความสนุกกับกิจกรรมพิเศษ เพื่อทดสอบ “ความรัก” และ “ความรู้” ที่มีต่อ “กรุงเทพ”

งานนี้ นอกจากจะแนะนำ Honda Scoopy i ในฐานะ เพื่อนคู่ใจ โฉมใหม่ ประหยัดพลังงาน ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ให้สำหรับคนรักกรุงเทพแล้ว ยังเป็นการเชิญชวนให้ไปดูหนังใหม่ เอาใจช่วย “เหม่ยลี่” สาวโสดวัย 30 ลูกสาวร้านขายมอเตอร์ไซต์ ในการตามหาคนรัก จะสำเร็จหรือไม่ รับรองความสนุก และคุณจะไม่ผิดหวังกับการชมภาพยนตร์อารมณ์ดีเรื่องนี้“รถไฟฟ้ามาหานะเธอ”

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th

วันอาทิตย์ที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"สโตเนอร์" ซิวชัยบ้านเกิด "รอสซี" ขยับใกล้แชมป์โลก

เคซีย์ สโตเนอร์ อดีตแชมป์โลกโมโตจีพีปี 2007 ชาวออสเตรเลีย คว้าชัยสนามบ้านเกิดเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน หลังบิดนำม้วนเดียวจบในออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ 2009 ขณะที่ วาเลนติโน รอสซี ขยับใกล้แชมป์โลกสมัยที่ 9 หลังคู่แข่งอย่างฮอร์เก ลอเรนโซ ไม่มีแต้มในสนามนี้

ศึกจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก รายการออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ 2009 แข่งขันกันที่ฟิลลิป ไอส์แลนด์ เซอร์กิต ประเทศออสเตรเลีย มีความยาวต่อรอบ 4.445 กิโลเมตร โดยรุ่นโมโตจีพี (800 ซีซี) ดวลความเร็วกันทั้งสิ้น 28 รอบสนาม

ผลปรากฎว่า เคซีย์ สโตเนอร์ นักบิดเจ้าถิ่นจากทีมดูคาติ ไม่ทำให้แฟนๆผิดหวัง เมื่ออกตัวจากตำแหน่งโพลโพซิชัน บิดนำม้วนเดียวจบ รับธงหมากรุกเป็นคันแรกด้วยเวลารวม 44 นาที 56.651 วินาที นับเป็นการคว้าแชมป์ที่ 3 ในปีนี้ รวมถึงแชมป์สนามนี้ 3 ปีติดต่อกันของอดีตแชมป์โลกปี 2007

ขณะที่อันดับ 2 บนโพเดียมตกเป็นของ วาเลนติโน รอสซี จากค่ายเฟียต-ยามาฮา ที่ออกตัวจากกริดที่ 2 ทำเวลาตามหลังสโตเนอร์ 1.935 วินาที โดยมี ดานี เปโดรซา นักบิดสแปนิชจากเรปโซล-ฮฮนดา ตามเข้าป้ายเป็นที่ 3 ตามหลังผู้ชนะ 22 วินาที

ส่วนฮอร์เก ลอเรนโซ ยอดนักบิดชาวสเปน อีกหนึ่งคันจากทีมเฟียต-ยามาฮา ที่กำลังลุ้นแชมป์โลกกับเพื่อนร่วมทีม โชคไม่ดี ต้องออกจากแข่งขันตั้งแต่รอบแรก หลังรถไปสะกิดกับนิคกี เฮย์เดน นักบิดอเมริกัน จนเสียหลักล้มในช่วงโค้งแรก ไม่มีแต้มติดมือ

ส่งผลให้สถานการณ์ลุ้นแชมป์โลกโมโตจีพีในเวลานี้แชมป์โลก 8 สมัยอย่าง "เดอะด็อกเตอร์" ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์โลกสมัยที่ 9 ของตัวเองเข้าไปทุกขณะหลังทำแต้มทิ้งห่างลอเรนโซไปแล้ว 38 คะแนน ขณะที่มีแต้มให้ลุ้นเก็บในช่วง 2 เรซสุดท้ายอีก 50 คะแนน

ส่วนในรุ่น 125 ซีซี ผลปรากฎว่าได้แชมป์โลกคนใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อ จูเลียน ซิมง นักบิดวัย 25 ปีจากทีมอพรีเลีย ที่ขยับจากรุ่น 250 ซีซี ปีที่แล้วลงไปบิดรุ่นเล็ก คว้าแชมป์รายการนี้ได้สำเร็จ พร้อมทำแต้มทิ้งห่าง แบรดลีย์ สมิธ นักซิ่งอังกฤษไปแล้ว 55.5 คะแนน คว้าแชมป์โลกไปครอง

โดยการแข่งขันสนามต่อไป ซึ่งเป็นการแข่งขันรายการรองสุดท้ายของฤดูกาล จะแข่งกันในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่เซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมนี้ ก่อนจะไปปิดท้ายปี 2009 ในรายการบาเลนเซีย จีพี ที่สเปน วันที่ 8 พฤศจิกายน

คะแนน 3 อันดับแรกในรุ่นโมโตจีพี
1 วาเลนติโน รอสซี (อิตาลี / เฟียต-ยามาฮา ) 270
2 ฮอร์เก ลอเรนโซ (สเปน / เฟียต-ยามาฮา ) 232
3 เคซีย์ สโตเนอร์ (ออสเตรเลีย / ดูคาติ) 195

"ฟีม" เร่งไม่ขึ้นแต่ยังเก็บ 7 แต้มที่แดนจิงโจ้

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดไทยฮอนดา-พีทีทีแซค ขวัญใจชาวไทย เร่งความเร็วไม่ขึ้นในช่วงท้าย แต่ยังเก็บเพิ่มอีก 7 คะแนน หลังบิดเข้าเส้นชัยเป็นที่ 9 ในศึกเวิลด์ จีพี รุ่น 250 ซีซี รายการ ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ที่ประเทศออสเตรเลีย เมื่อช่วงสายที่ผ่านมา

จักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก สนามที่ 14 ของรุ่น 250 ซีซี รายการออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ 2009 แข่งขันกันที่ฟิลลิป ไอส์แลนด์ เซอร์กิต ประเทศออสเตรเลีย มีความยาวต่อรอบ 4.445 กิโลเมตร รอบชิงชนะเลิศดวลความเร็วกันทั้งหมด 25 รอบสนาม

โดยผลการแข่งขันสนามนี้ เจ้าหน้าที่ควบคุมการแข่งขันมีอันต้องโบกธงแดงยุติการแข่งขันในรอบที่ 18 เท่านั้น หลังจากเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงของโรแบร์โต โลคาเตลลี นักซิ่งจอมเก๋าจากอิตาลีที่สะบัดล้มในรอบดังกล่าว จนต้องนับผลการแข่งขันขณะที่ผ่านไปได้ 18 รอบ

ซึ่งผลงานของ "ฟีม" ที่ออกสตาร์ทจากกริดที่ 7 แม้จะออกตัวยอดเยี่ยม ด้วยการเกาะกลุ่มขึ้นไปถึงที่ 5 ในช่วง 2 รอบแรก ทว่าหลังจากนั้นไม่สามารถทำเวลาต่อรอบเพียงพอต่อการลุ้นเกาะกลุ่มหัวแถวได้ จนตกไปที่ 10 หลังผ่าน 7 รอบ ต้องมาขับเคี่ยวกับเฮคตอร์ เฟาเบล เพื่อนร่วมทีมในช่วงท้าย

ก่อนที่ฟีมจะทำได้ดีที่สุดด้วยการบิดรถฮอนดา RS250RW หมายเลข 14 เข้าป้ายเป็นอันดับที่ 9 ทำเวลาตามหลังผู้ชนะ 13.556 วินาที เก็บคะแนนสะสมเพิ่มอีก 7 คะแนน ส่งผลให้นักบิดหน้าตี๋ขยับแต้มเป็น 60 คะแนนในตารางสะสมรุ่น 250 ซีซี ฤดูกาลนี้

ส่วนผู้ชนะสนามนี้เป็นของ มาร์โก ซิมอนเชลลี แชมป์โลกจากทีมกิเลรา ที่บิดนำโด่งเข้าเส้นชัยเป็นคนแรกหลังผ่าน 18 รอบสนาม ด้วยเวลารวม 28 นาที 17.403 วินาที โดยมี เฮคตอร์ บาร์เบรา นักบิดสแปนิช จากทีมอพรีเลีย และรัฟฟาเอเล เด โรซา เจ้าของตำแหน่งโพลฯ จากทีมสก็อต-ฮอนดา ตามขึ้นโพเดียมอันดับ 2 และ 3 ตามลำดับ

สำหรับการแข่งขันสนามต่อไป ซึ่งเป็นการแข่งขันรายการรองสุดท้ายของฤดูกาล จะแข่งกันในศึกมาเลเซียน กรังด์ปรีซ์ ที่สนามเซปัง อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ประเทศมาเลเซีย วันอาทิตย์ที่ 25 ตุลาคมนี้

ผลการแข่งขัน 10 อันดับแรก ออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ 2009 รุ่น 250 ซีซี
1. มาร์โก ซิมอนเชลลี (อิตาลี / กิเลรา) เวลารวม 28 นาที 17.403 วินาที
2. เฮคเตอร์ บาร์เบรา (สเปน / อพรีเลีย) + 2.434
3. รัฟฟาเอเล เด โรซา (อิตาลี / ฮอนดา ) +2.604
4. จูเลส คลูเซล (ฝรั่งเศส / อพรีเลีย) +12.118
5. ไมค์ ดิ เมกลิโอ (ฝรั่งเศส / อพรีเลีย) +12.192
6. คาเรล อับบราฮัม (เช็ก / อพรีเลีย) +12.413
7. ฮิโรชิ อาโอยามา (ญี่ปุ่น / ฮอนดา) +12.445
8. เฮคตอร์ เฟาเบล (สเปน / ฮอนดา-พีทีที-แซค) +13.112
9. รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ (ไทย / ไทยฮอนดา-พีทีที-แซค) + 13.556
10. อัลบาโร เบาติสตา (สเปน / อพรีเลีย) + 27.779

สรุปคะแนน 3 อันดับแรก รุ่น 250 ซีซี
1. ฮิโรชิ อาโอยามา (ญี่ปุ่น / ฮอนด้า) 227 คะแนน
2. มาร์โก ซิมอนเชลลี (อิตาลี / กิเลรา) 215 คะแนน
3. อัลบาโร เบาติสตา (สเปน / อพรีเลีย) 198 คะแนน
*14. รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ (ไทย / ไทยฮอนดา-พีทีที-แซค) 60 คะแนน

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th/

วันเสาร์ที่ 17 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โมโตครอสไทยพร้อมลุยศึกโลกปีหน้า

ผอ.เดชา เศวตศิโรรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย เป็นประธานแถลงข่าว พร้อมด้วย นายธงชัย วงษ์สวรรค์ นายกสมาคมกีฬาแข่งรถจักรยานยนต์แห่งประเทศไทย ในการสนับสนุนนักแข่งโมโตครอสไทย สู้ศึกโมโตครอสนานาชาติ ในปีหน้า ที่ห้อง 222 อาคารราชมังคลากีฬาสถาน การกีฬาแห่งประเทศไทย หัวหมาก เมื่อวันที่ 15 ต.ค.52

สำหรับทีมโมโตครอสไทย ภายใต้ชื่อ “ต้มยำ พาวเวอร์ ไทยแลนด์ โมโตครอสทีม” ประกอบด้วย ธนรัตน์ เพ็ญจันทร์, สามารถ ธุมาสิงห์ และ วรรธนะ กัลยา ซึ่งผลงานในปีที่ผ่านมา แม้จะไม่ประสบความสำเร็จ

เนื่องจากยังมีประสบการณ์น้อย และคู่แข่งขันล้วนเป็นสุดยอดฝีมือจากกว่า 30 ประเทศ อย่างไรก็ตาม ผู้สนับสนุนหลักทั้งการกีฬาแห่งประเทศไทย, บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และ บริษัท วีรับเบอร์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ยางวีรับเบอร์ ยังพร้อมที่จะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่ในการฝึกซ้อมและเก็บตัวนักแข่งล่วงหน้าเพื่อความพร้อมในการเข้าแข่งขันศึก โมโตครอส ออฟ เนชั่น ประจำปี 2010 ที่รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา

ผอ.เดชา เศวตศิโรรัตน์ ประธานแถลงข่าว กล่าวว่า ทาง กกท.พร้อมให้การสนับสนุนและผลักดันให้เป็นกีฬาอาชีพอย่างเต็มตัวและเชื่อว่าหากนักแข่งไทยมีการฝึกซ้อมอย่างเต็มที่ อีกทั้งมีประสบการณ์มากขึ้น เชื่อว่าจะประสบความสำเร็จอย่างแน่นอน

เพิ่มเติม http://www.banmuang.co.th

วันพฤหัสบดีที่ 15 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฮอนด้าร่วมแสดงความยินดี พร้อมสนุกมันส์ตำนานร็อค กับงานโมเดิร์นด็อก ๕.๓.๑๕

ร่วมตำนานความสนุกมันส์: คุณอารักษ์ พรประภา กรรมการบริหาร บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับโมเดิร์นด็อก ศิลปินวงร็อกอินดี้ ต้นตำรับตำนานความสนุกมันส์สไตล์โจ๋ร็อคเมืองไทย ในงาน “๕.๓.๑๕ คอนเสิร์ต 15 ปี โมเดิร์นด็อก ร็อคมโหรี” ณ อินดอร์สเตเดี้ยมหัวหมาก เมื่อเร็วๆ นี้

ถูกบันทึกลงอีกหนึ่งหน้าตำนานความสนุก เมื่อศิลปินวงร็อคอินดี้ระดับตำนาน “โมเดิร์นด็อก” จัดคอนเสิร์ตใหญ่โชว์ประวัติศาตร์ร๊อคอินดี้ มันส์ได้ใจมหาชนผู้เข้าชมได้อย่างสุดประทับใจ สมศักดิ์ศรีศิลปินระดับไอดอลเยาวชนไทย พร้อมได้แรงสนับสนุนความสนุกมันส์อย่างค่ายรถจักรยานยนต์รักความสนุกอย่าง “ฮอนด้า” ที่ส่งความแรงแนวใหม่ล่าสุด “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” มาร่วมป่วนความมันส์ ปั่นความสนุก สร้างสรรค์ตำนานต่างแนวร่วมกัน โดยบรรยากาศความสนุกของรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเริ่มตั้งแต่การโชว์รถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีด รุ่นใหม่ล่าสุด “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” พร้อมกิจกรรมและเกมส์แจกของรางวัลต่างๆ มากมายภายในงาน รวมทั้งในงานนี้ทางรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ยังได้นำรถแต่งไอเดียคุณป๊อด โมเดิร์นด็อก เมื่อตั้งแต่ต้นปี มาจัดโชว์ในบริเวณงานเพราะเป็นอีกหนึ่งเรื่องราวประวัติศาสตร์ของศิลปินตำนานร็อคยุคนี้

เพิ่มเติม http://www.aphonda.co.th/

YAMAHA SEES ITS MARKET SHARE RISE

Motorcycle-maker Yamaha is gearing up to fight back against rivals like Honda and Suzuki, which have launched new models to compete against Yamaha's popuplar Fino.

Thai Yamaha Motor vice president Praphan Polthanavisit said from January to September, Thailand's motorcycle market was hit by the slowing economy, and sales fell 14.4 percent year on year to 1,132,639 units.

However, Yamaha, supported by strong sales of its Fino models, sold a total of 318,360 units, down only 4.8 percent year on year. Yamaha's market share moved up by 2.8 percent, to 28.1 percent, he said.

"Yamaha has a large number of models that respond to customers' demands, be they manual or automatic models," he said, adding that the Fino, in particular, was a best-seller because of its unique retro styling.

Praphan said there were signs of recovery in the global economy in the fourth quarter, while the government had introduced stimulus measures, and consumer confidence was rising.

"Yamaha is confident the overall motorcycle market will finish the year at 1.5 million units, down 12 percent from 2008," he said. "Yamaha plans to sell 430,000 motorcycles this year, down 2 percent from last year, for a 28.7 percent market share."

Meanwhile, Yamaha is joining dealers in offering 600,000 Fino owners around the country free check ups and engine-oil changes. The promotion lasts until the end of the month.

"In November, we're planning to offer more special privileges for Fino customers," he said, adding the details would be announced later.

source: The Nation

วันพุธที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2552

โฆษณา Scoopy-i

บรรยากาศ Kawasaki Riding Course

เมื่อวันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2552 ที่ผ่านคาวาซากิ ได้จัดกิจกรรมการขับขี่ปลอดภัย สำหรับผู้ใช้รถจักรยานยนต์ ท่ามกลางแสงแดดที่ร้อนระอุ แต่ด้วยความมุ่งมั่นของผู้ที่เข้ากิจกรรมเพื่อหาประสบการณ์การขับขี่ในครั้งนี้ ก็ไม่มีใครท้อถอย เริ่มต้นด้วยการแนะนำทฤษฎีเชิงปฏิบิติ ท่าทางในการขับขี่ การใช้ข้อมือ ข้อเท้า เอว คอ ไหล่ การเบรค และการเข้าโค้ง หลังจากนั้นเป็นการฝึกในภาคสนาม เริ่มต้นด้วยการวอร์มอัพ และแบ่งกลุ่มการขับขี่ในช่วงเช้าจนถึงเที่ยง จึงพักและเดินทางไปรับประทานอาหารกันที่ร้านป้าเรย์ ช่วงบ่ายอากาศก็ยังคงร้อนระอุอยู่แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคในการขับขี่แต่อย่างใด สำหรับท่านที่พลาดกิจกรรมดีๆในครั้งนี้ เราได้เก็บภาพบรรยากาศมาฝาก...



คาสตรอลเมืองไทยปลื้ม ต่างชาติซูฮกการแข่งขันหาสุดยอดช่างสองล้อ ก๊อปจัด Castrol ASEAN Mechanic Contest ทั่วเอเชีย

คีธ เฮลส์ บิ๊กบอส คาสตรอล ประเทศไทยปลื้มอีกครั้ง เมื่อคาสตรอล ในเอเชีย ยกย่องกิจกรรม Castrol Power 1 Mechanic Contest ที่เมืองไทยริเริ่มขึ้น ให้เป็นยอดกิจกรรมเฟ้นหาสุดยอดช่างรถมอไซค์ แถมยังสร้างการยอมรับในแบรนด์คาสตรอลได้เป็นอย่างดี ปีนี้เลยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน ASEAN Castrol Power 1 Mechanic Contest ครั้งแรก ที่เชิญสุดยอดช่างจากนานาประเทศในเอเชียมารวมตัวกัน เพื่อเฟ้นหาความเป็นหนึ่ง ตบท้ายด้วยการเชิญนักแข่ง San Carlo Honda Gresini Team ทีมแข่งรถมอไซค์ระดับโลก มาให้แฟนคลับชาวไทยได้กระทบไหล่กันจะจะ 20 ตุลาคม นี้ ที่ Pullman รางน้ำ คนไทยหัวใจเรซซิ่ง ห้ามพลาดจ้ะ

วันอังคารที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ตลาดจักรยานยนต์เกียร์ออโต้เดือด "ยามาฮ่า"เทอีก25ล.เตะสกัดฮอนด้า

"ยามาฮ่า" เตะสกัดคู่แข่ง ทุ่ม 25 ล้าน อัดแคมเปญขอบคุณลูกค้าหวังรักษาฐานฟีโน่ 6 แสนคัน ส่วน "ซูซูกิ" ขอเดินสายจัดกิจกรรมโรดโชว์เน้นหัวเมืองใหญ่

นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า กระแสการตอบรับของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารุ่นฟีโน่ยัง คงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยังคงมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 20,000 คันต่อเดือน โดยตลาดหลังจากเปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ และปัจจุบันแม้ว่าจะมีคู่แข่งได้ส่งรถประเภทเดียวกันออกสู่ตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทก็ยังมั่นใจว่าจะไม่สงผลกระทบต่อยอดขายมากนัก

"ยามาฮ่า" เตะสกัดคู่แข่ง ทุ่ม 25 ล้าน อัดแคมเปญขอบคุณลูกค้าหวังรักษาฐานฟีโน่ 6 แสนคัน ส่วน "ซูซูกิ" ขอเดินสายจัดกิจกรรมโรดโชว์เน้นหัวเมืองใหญ่

นายประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธาน กรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เปิดเผยว่า กระแสการตอบรับของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่ารุ่นฟีโน่ยัง คงได้รับการตอบรับอย่างต่อเนื่อง เห็นได้จากยังคงมียอดขายอยู่ที่ประมาณ 20,000 คันต่อเดือน โดยตลาดหลังจากเปิดตัวครั้งแรกไปเมื่อช่วง 3 ปีก่อนหน้านี้ และปัจจุบันแม้ว่าจะมีคู่แข่งได้ส่งรถประเภทเดียวกันออกสู่ตลาดเมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัทก็ยังมั่นใจว่าจะไม่สงผลกระทบต่อยอดขายมากนัก

เพิ่มเติม http://www.prachachat.net

"ฟีม" มั่นใจติดแถวหน้าสนามออสซี่ต่อเซปัง

รัฐภาคย์ วิไลโรจน์ นักบิดสังกัดไทยฮอนดา-พีทีทีแซค หนึ่งเดียวของไทยในศึกเวิลด์ จีพี หวังทำผลงานติดแถวหน้าได้อย่างต่อเนื่อง ใน 2 สนามต่อจากนี้ ที่ออสเตรเลียและมาเลเซีย หลังโชว์ฟอร์มสุดยอดจบอันดับ 6 ได้ในเรซล่าสุดที่โปรตุเกส

หลังจากที่ "ฟีม" กลับมาเก็บคะแนนได้อีกครั้งในการจบอันดับที่ 6 ในศึกโปรตุกีส กรังด์ปรีซ์ เมื่อ 1 สัปดาห์ก่อน เจ้าตัวแสดงความมั่นใจว่าว่า หากตัวเองรักษามาตรฐานการบิดรวมถึงทีมงานเซ็ตรถได้อบบลงตัวเหมือนในสนามล่าสุด ก็จะทำผลงานลุ้นท็อป 5 ได้อีกครั้งใน 2 เรซต่อจากนี้

โดยนักบิดหนาตี๋วัย 21 ปี เผยก่อนออกเดินทางจากประเทศสเปน มายังเมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย เพื่อเตรียมทำศึกออสเตรเลียน จีพี ที่ฟิลลิปส์ ไอส์แลนด์ เซอร์กิต ในสุดสัปดาห์นี้ "ผมยังมีความมั่นใจจากการแข่งขันในเรซล่าสุด"

"ซึ่งเมื่อพูดถึงการแข่งขันที่ออสเตรเลีย หากทีมงานเซ็ตอัพรถได้ลงตัวเหมือนในสนามล่าสุด ผมมั่นใจว่าเราจะมีผลงานแข่งขันที่ดีแน่นอน และหลังจากนั้น 1 สัปดาห์จะเป็นการแข่งที่มาเลเซีย ซึ่งเป็นสนามใกล้บ้านของผม ผมหวังว่าจะขยับอันดับในตารางรุ่น 250 ซีซีได้ หลังผ่าน 2 เรซนี้" ฟีมตั้งเป้า

โดยในปี 2008 ที่ผ่านมา ฟีมจบการแข่งขันที่ออสเตรเลีย และมาเลเซียได้ในอันดับที่ 9 และ 8 ตามลำดับ ซึ่งศึกมอเตอร์ไซค์ทางเรียบชิงแชมป์โลกรายการออสเตรเลียน จีพี จะดวลความเร็วกันวันที่ 18 ต.ค.นี้ ต่อด้วยศึกมาเลเซียน จีพี ที่เซปัง วันที่ 25 ต.ค.

เพิ่มเติม http://www.manager.co.th

เอ.พี.ฮอนด้า โชว์ PCX สกูเตอร์เกรดพรีเมียมครั้งแรกของมอเตอร์ไซค์หรู MOTOR EXPO

บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ในกลุ่มบริษัทฮอนด้าประเทศไทย วางแนวรบใหม่ในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26” โดยนำรถ HONDA PCX (Personal Comfort Xaloon) มอเตอร์ไซค์แนว AT สไตล์หรูหรา มาร่วมแสดงบนพื้นที่ติดกับบูธรถยนต์ฮอนดา ถือเป็นครั้งแรกที่มีการนำรถมอเตอร์ไซค์หรูมาแสดงในงาน

นายขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานบริษัท สื่อสากล จำกัด และ ประธานจัดงาน ”มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26” หรือ “The 26th Thailand International Motor Expo 2009” เปิดเผยว่า “หลังจากที่ได้เปิดให้บริษัทรถยนต์ต่างๆ รวมทั้งบริษัทเครื่องเสียงและอุปกรณ์ที่เกี่ยวเนื่องจองพื้นที่จัดงานที่เมืองทองธานีจนพื้นที่เต็มไปแล้วนั้น ล่าสุด บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ได้ทำสัญญาจองพื้นที่ภายในชาเลนเจอร์ฮอลล์เพิ่มอีก 300 ตารางเมตร เพื่อนำรถมอเตอร์ไซค์ HONDA PCX เข้าแสดงคู่กับรถยนต์ฮอนดา ซึ่งทำให้ค่ายฮอนดากลายเป็นกลุ่มบริษัทรถยนต์ที่มีพื้นที่ในงานมากที่สุดถึง 1,660 ตารางเมตร” ”

PCX เป็นมอเตอร์ไซค์แนวสกูเตอร์ที่มีเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ 125 ซีซี ซึ่งสูงกว่ารถตลาดทั่วไป

ใช้เครื่องยนต์ PGM-FI (PROGRAMMED FUEL INJECTION) ระบบหัวฉีด ควบคุมด้วยอีเลคทรอนิค สูบเดียว 4 จังหวะ ติดตั้งระบบ ACG STARTER ลดเสียงรบกวนเมื่อสตาร์ทเครื่อง ระบบเบรค CBS ทั้งล้อหน้าและหลัง ช่วยให้การเบรคนุ่มนวลและมีประสิทธิภาพ โดยมีแผนจำหน่ายทั่วโลกในช่วงต้นปี 2553

ทั้งภูมิภาคอาเซียน ญี่ปุ่น ยุโรป และสหรัฐอเมริกา
“มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 26” จัด ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 2 -13 ธันวาคม 2552 สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมชมได้ที่ www.motorexpo.co.th

วันศุกร์ที่ 9 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ไตรมาส 3 ยามาฮ่าโตสวนกระแสตลาดรถจักรยานยนต์

ยอดขายยามาฮ่ายังเติบโตสวนกระแสตลาดโดยรวมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลาดโดยรวมรถจักรยานยนต์เดือนกันยายน ปี 2552 ลดลง -12.5% เมื่อเทียบกับเดือนกันยายนปีที่แล้ว โดยยอดจดทะเบียนในเดือนกันยายนเท่ากับ 129,112 คัน ในส่วนของรถจักรยานยนต์ยามาฮ่าได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยมียอดจดทะเบียนสูงถึง 35,725 คัน มีสัดส่วนการเติบโตของตลาด +4.1% เทียบเป็นสัดส่วน 28.9% โดยรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดคือ ฟีโน่ ซึ่งมีพรีเซ็นเตอร์คู่หูดูโอกอล์ฟ-ไมค์ พร้อมทั้งศิลปินเกาหลีที่มาแรง ซูเปอร์จูเนียร์ มาสร้างกระแสเทรนด์แห่งแฟชั่น ส่งผลให้เกิดกระแสฟีโน่ฟีเวอร์ฮิตติดตลาดจนถึงปัจจุบัน นอกจากฟีโน่จะครองตลาดรถออโตเมติกแล้วยามาฮ่ายังส่งสปาร์ค นาโน เข้าสู่ตลาดรถเกียร์ ซึ่งเพียงเดือนแรกที่ออกสู่ตลาดก็ได้รับความนิยมจนสามารถเข้าสู่ตำแหน่งท็อปเท็นได้อย่างรวดเร็ว

ส่วนที่เหลือ


http://www.yamaha-motor.co.th

ฮอนด้าโชว์ศักยภาพนำระบบไฮเทค “ จองออนไลน์ ” มาใช้เป็นเจ้าแรกในวงการรถสองล้อเมืองไทย รับกระแส “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ฟีเว่อร์ทั่วประเทศ


ฮอนด้าโชว์ศักยภาพนำระบบไฮเทค “ จองออนไลน์ ” มาใช้เป็นเจ้าแรกในวงการรถสองล้อเมืองไทย รับกระแส “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ฟีเว่อร์ทั่วประเทศ หลังยอดจองทะลุเกิน 2 หมื่น คัน ภายใน 1 สัปดาห์

กระแส “สกู๊ปปี้ ไอ ฟีเว่อร์” ร้อนแรงทั่วประเทศ ออเดอร์จองรถทะลักต่อเนื่อง แค่ผ่านสัปดาห์แรกที่เปิดตัวขาย ยอดทะลุเกิน 15,000 คันแล้ว ดีลเลอร์เมืองกระบี่สุดปลื้ม เป็นรถจักรยานยนต์สุดยอดดีไซน์ และคุณภาพที่สร้างปรากฎการณ์กระแสการตอบรับที่ร้อนแรงและรวดเร็วมากที่สุดให้กับวงการ ขณะที่ฮอนด้านอนใจไม่หวั่นผลตอบรับที่มีมากเกินความคาดหมาย เดินหน้าสร้างความมั่นใจต่อเนื่องพร้อมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มีความเชื่อใจต่อแบรนด์ฮอนด้า

หลังจากบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ส่งรถจักรยายนต์สุดยอดคลาสสิกรุ่น “สกู๊ปปี้ ไอ” (Scoopy i) วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ควบคู่กับการจัดกิจกรรมแนะนำรถรุ่นใหม่นี้ในงาน Honda Fun United Festival เทศกาลความสนุกมันส์ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ ทั้งมหกรรมดนตรีในรูปแบบฟรีคอนเสิร์ต Featuring เพลงชนเพลงจากศิลปินต่างแนวสุดดังมากมาย อาทิ โมเดิร์นด๊อก, กรู๊ฟไรเดอร์, ทีโบน, บิ๊กแอส, สครับ ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมความสนุกมันส์หลากหลายในสไตล์ฮอนด้าอีกมากมาย จัดต่อเนื่องดังสนั่นกันทั่วประเทศกันถึง 3 จังหวัดใหญ่ คือ โบนันซ่า เขาใหญ่ และสวนราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ล่าสุดปิดท้ายการส่งมอบความมันส์ ความสนุกและความสุขกับกิจกรรมดังกล่าวนี้ ณ หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่ากระแสการตอบรับที่มีต่อรถจักรยานยนต์ “ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีแฟนพันธุ์แท้ฮอนด้าและประชาชนทั่วไปแห่มาชมคอนเสิร์ต พร้อมสัมผัส “ ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” และ “ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์” รถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI และหลั่งไหลสั่งจองรถรุ่น ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ผ่านร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า จ.กระบี่ มากเป็นประวัติการณ์ในรอบ 18 ปี

โดยรวมสถิติเฉพาะผู้เข้าร่วมงานประวัติศาสตร์เทศกาลความสนุกมันส์ Honda Fun United Festival ทั้ง 3 จังหวัดในครั้งนี้มากกว่า 100,000 คน ประกอบกับผู้รับรู้ข่าวสารกระแสการตอบรับของตัวรถรุ่นใหม่และการจัดงานในครั้งนี้คาดการณ์มากกว่าล้านคนต่อสถานที่ สมคำล่ำลือกับกระแสตอบรับที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็ว สานต่อหน้าตำนานความสนุกดั้งเดิม ให้เป็นการจัดงานเปิดตัวรถจักรยานยนต์ระดับตำนานหน้าใหม่แก่วงการรถจักรยานยนต์ไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

นายปฐมพงศ์ ศิขรินรัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ หกจ. กระบี่เอกมอเตอร์ หนึ่งในร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารายใหญ่ในจังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงกระแสการตอบรับ "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ว่า รถรุ่นนี้ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้แก่ตลาดรถจักรยานต์ในภูมิภาคอย่างมาก โดยมียอดการจองรถที่พุ่งสูงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียงสัปดาห์แรกเท่านั้น ยอดจองเฉพาะในจังหวัดมีมากกว่า 300 คัน และกล่าวขวัญไปในวงกว้างถึงความสวยงาม ความลงตัวทั้งในรูปลักษณ์ การออกแบบ รวมทั้งเทคโนโลยีหัวฉีด PGM-FI ที่ให้ความมั่นใจด้านการประหยัดน้ำมันมากถึง 49 กม.ต่อลิตร และมีดีกว่าเครื่องยนต์แบบคารบูเรเตอร์อย่างเทียบกันไม่ได้ ที่สำคัญยังดูแลรักษาง่าย รับประกันนานสูงสุดถึง 5 ปี / 50,000 กม. ซึ่งสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ทั้งระบบตัวเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อม จนทำให้กระแสการตอบรับมีล้นหลามเกินความคาดหมาย และทุบสถิติยอดการจองสูงสุดในรอบปี 18 ปี

"ในฐานะเป็นผู้ใช้จักรยานยนต์มานาน และเป็นตัวแทนจำหน่ายเก่าแก่ที่คลุกคลีกับผู้ใช้มาตลอด เชื่อมั่นว่า “สกู๊ปปี้ ไอ” เป็นรถที่ผู้บริโภคใช้แล้วประทับใจ หลังจากได้ทดลองขับแล้ว การออกตัวดีมาก นั่งสบายทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย เครื่องยนต์เดินเงียบเสียงไม่ดัง สำหรับจังหวัดกระบี่ ยอดจองสกู๊ปปี้ ไอ สีขาว-เทา ได้รับความนิยมมากที่สุด คาดว่าหลังงาน Honda Fun United Festival ที่กระบี่จบลง ยอดจองทั้งในงานและหลังงานจะพุ่งสูงกว่า 100% แน่นอน ต้องขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ เพราะเมื่อดูจากการตอบรับของผู้เข้ากิจกรรมแล้ว เป็นที่น่าพึงพอใจมาก ที่สำคัญช่วยโปรโมตการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต้อนรับฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย"

ด้าน นางจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด ส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงกระแสการตอบรับจากผู้บริโภค จนกลายเป็นกระแส “สกู๊ปปี้ ไอ ฟีเว่อร์” ลุกลามไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยว่า ถือเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่งของฮอนด้า ส่งผลให้แคมเปญพิเศษที่ฮอนด้ามอบให้แก่ลูกค้าที่ออกรถ 10,000 คันแรก จะได้รับชุดของขวัญ “Scoopy i Collection” กับชุดแจ็คเก๊ต หมวกกันน็อคสีสันเดียวกับตัวรถ จนถึง 15 ตุลาคมนี้หรือจนกว่าของจะหมดนั้น แคมเปญดังกล่าวได้หมดลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลังจากเปิดตัวแนะนำ “สกู๊ปปี้ ไอ” สู่ตลาดแล้ว ประกอบกับมียอดสั่งจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านสัปดาห์แรกหลังจากวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มียอดสั่งจองมากกว่า 20,000 คัน ทำให้ฮอนด้าปรับแผนการผลิตรถใหม่ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อ “สกู๊ปปี้ ไอ” อย่างล้นหลามเหนือความคาดหมาย

“มาตรการขณะนี้ของฮอนด้าคือ ต้องส่งมอบรถให้เร็วที่สุด ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับการส่งออกไปยังขายต่างประเทศ ขณะนี้มั่นใจว่า สามารถบริหารจัดการในการผลิตและส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าที่มีจำนวนมากได้ทันตามกำหนดเวลาแน่นอน และไม่มีปัญหาจนเกิดแบ็กออเดอร์ตกค้าง เนื่องจากเราได้นำเอาเทคโนโลยีอันทันสมัยคือ ระบบการจองรถแบบออนไลน์มาใช้ โดยทันทีที่ลูกค้าสั่งจองรถผ่านทางร้านค้าผู้แทนจำหน่ายที่มีมากกว่า 890 แห่งทั่วประเทศ คำสั่งจองรถนั้นก็จะออนไลน์และลิงค์มาที่บริษัท ขณะเดียวกันบริษัทก็จะนำคำสั่งนี้ ไปวางแผนการผลิตได้ทันที ทำให้ทางร้านค้าผู้แทนจำหน่ายสามารถตอบคำถามลูกค้าและระบุวันในการส่งมอบรถให้ได้อย่างชัดเจน ทั้งประเภทรถ สีรถและแบบรถ นวัตกรรมระบบการสั่งจองรถนี้ นอกจากทำให้เกิดความชัดเจนแล้ว ยังสร้างความสะดวก

สบาย รวมถึงสร้างความมั่นใจให้แก่ลูกค้าทุกท่านที่มีต่อแบรนด์ฮอนด้า ซึ่งฮอนด้าได้นำมาใช้เป็นรายแรกของวงการรถจักรยานยนต์ไทย ทั้งนี้เพื่ออำนวยความสะดวกสบายอย่างสูงสุด และสร้างความพึ่งพอใจสูงสุดเหนือเกินความคาดหมายให้แก่ลูกค้า” นางจุฑามาศ กล่าวในท้ายสุด

http://www.newswit.com

วันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ “ยามาฮ่า ฟีโน่ ยังรุ่ง ไม่ห่วงเรื่องหัวฉีด”

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของปี ตลาดรถจักรยานยนต์ยังคึกคักตามคาด โดย 3 ค่ายใหญ่ต่างระดมสรรพกำลัง ทั้ง อาวุธใหม่ กิจกรรมทางการตลาด พร้อมโปรโมชันเด็ดๆมากำนัลลูกค้ากันอย่างเต็มที่ ล่าสุด “ยามาฮ่า” จัดงานแถลงข่าวกับสื่อมวลชน เพื่อเผยทิศทางและแคมเปญใหม่ที่จะนำมาใช้ตลอด 3 เดือนที่เหลือของปี(ต.ค.-ธ.ค.2552) โดย ประพันธ์ พลธนะวสิทธิ์ รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด เป็นผู้ชี้แจง

- ตลาดช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา

ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนกันยายนที่ผ่านมา ตลาดรถจักรยานยนต์ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ตลาดรวมรถจักรยานยนต์ มียอดจดทะเบียน รวมทั้งสิ้น 1,132,639 คัน ลดลง 14.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว (1,323,612 คัน) ส่วนยามาฮ่ามียอดจดทะเบียนรวม 318,360 คัน ลดลง 4.8% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ทำได้ 334,585 คัน ซึ่งเป็นการหดตัวน้อยกว่าตลาด จึงส่งผลให้เรามีส่วนแบ่งตลาดเพิ่มขึ้นอีก 2.8% เป็น 28.1% ณ ตอนนี้

- ประเมินสถานการณ์ไตรมาสสุดท้ายของปี

สำหรับในไตรมาสสุดท้าย ภาพรวมของเศรษฐกิจโลกเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัว รัฐบาลมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ดัชนีความมั่นใจของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ดีขึ้น ทำให้ยามาฮ่าคาดว่าตลาดรวมรถจักรยานยนต์ถึงสิ้นปีนี้จะลดลงประมาณ 12% มียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 1,500,000 คัน และในส่วนยามาฮ่าเองจะลดลงเพียง 2% และมียอดขายรวมทั้งปี 430,000 คัน ซึ่งจะทำให้ยามาฮ่ามีส่วนแบ่งตลาดมากขึ้นเป็น 28.7%

ทั้งนี้ยามาฮ่าคาดว่าถึงสิ้นปี 2552 ค่ายฮอนด้าจะครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด 65.8% แต่ลดลงจากปี 2551 ที่มีสัดส่วนถึง 68.5 ส่วนซูซูกิค่ายอันดับสามจะมีส่วนแบ่ง 4.2% ลดลงจากปี 2551 ที่เคยมี 4.5%

- การแข่งขันในตลาดรถจักรยานยนต์แฟชันคลาสสิค หลังคู่แข่งเปิดตัว สกูปปี้ ไอ และเจลาโต้

ถือเป็นเรื่องดี เพราะจะเป็นการเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภค แต่ในส่วนของฟีโน่ คงไม่ได้รับผลกระทบอะไร เพราะยังทำยอดขายเป็นที่น่าพอใจเฉลี่ย 22,000 – 25,000 คันต่อเดือน หรือสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมามียอดจดทะเบียนอย่างเป็นทางการ 202,000 คันแล้ว ซึ่งถือเป็นรถจักรยานยนต์รุ่นที่ขายดีสุดในตลาด (ถ้าฮอนด้าแยกยอดขายระหว่าง เวฟ100 กับเวฟ 110i โดยรุ่นแรกปิดยอดขาย 9 เดือนทำได้ 1.4 แสนคัน ส่วนรุ่นหลังทำได้ 1.96 แสนคัน)

“ปัจจุบันฟีโน่มีสัดส่วนขาย 20-30% ของตลาดรถจักรยานยนต์เกียร์ออโต้ทั้งหมด และเชื่อว่าหลังจากมีผู้เล่นหน้าใหม่เพิ่มเข้ามา จะทำให้สัดส่วนของรถจักรยานยนต์แฟชันคลาสสิคขยายตัวมากขึ้น ซึ่งก็อาจจะไปกินส่วนของรถประเภทอื่นๆลง แต่ไม่ใช่มาแย่งตลาดของฟีโน่แน่นอน ฉะนั้นไม่ต้องห่วง”

- มีแผนกระตุ้นยอดฟีโน่หรือไม่

ตั้งแต่ฟีโน่เปิดตัวมา 3 ปี เราทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้มีแฟนพันธุ์แท้ฟีโน่เยอะมาก ซึ่งหลังจากคู่แข่งเปิดตัวรถแบบเดียวกันนี้ กระแสตอบรับ ฟีโน่ก็ไม่ได้ตกลงไป และดังนั้นเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจฟีโน่ เราได้เตรียมแคมเปญพิเศษมอบให้ตลอด 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้

โดยเราจะแยกทำเป็นเดือนละ 1 แคมเปญ อย่างเริ่มต้นเดือนตุลาคมนี้ เราทุ่มเงิน 25 ล้านบาท ให้ลูกค้าที่เป็นเจ้าของฟีโน่กว่า 600,000 คันทั่วประเทศ นำรถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถทั้งคัน พร้อมรับการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องฟรี !ทั้งค่าแรงและค่าน้ำมันเครื่อง โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ณ ยามาฮ่าสแควร์ และร้านผู้จำหน่ายยามาฮ่าทั่วประเทศ ส่วนเดือนพฤศจิกายนและธันวาคม เรายังเตรียมสิทธิประโยชน์ใหม่ๆเอาไว้ ซึ่งต้องคอยติดตามต่อไป

- ยามาฮ่ากับการเสริมรุ่นหัวฉีด

จริงๆแล้วเรื่องหัวฉีดกับยามาฮ่าไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ถามกันมาเยอะ ตรงนี้ขอชี้แจงว่า การเสริมรุ่นหัวฉีดคงต้องดูความพร้อมของผู้บริโภคด้วย เพราะกว่า 50% ของรถในตลาดยังซ่อมกับร้านอิสระทั่วไป ไม่ได้เข้าศูนย์บริการซึ่งช่างหลายคนยังกังวลใจ หรือเรียกง่ายๆว่าซ่อมรถหัวฉีดไม่เป็น ขณะเดียวกันยังมีค่าบำรุงรักษาที่แพงกว่าด้วย

“เรามีสปาร์ค 135i (หัวฉีด) กับ 135 ธรรมดา ทุกวันนี้รุ่นธรรมดายังขายดีกว่า ดังนั้นเรื่องหัวฉีดคงต้องแล้วแต่มุมมองของลูกค้า เพราะบางคนมองเรื่องการประหยัดน้ำมัน แต่มีบางคนกังวลเรื่องการดูแลรักษา หรือการดัดแปลงเครื่องยนต์ซึ่งรถหัวฉีดจะทำได้ยากกกว่ารถแบบคาบูเรเตอร์ ”

โดยช่วง 1-2 ปีจากนี้เรายืนยันจะทำตลาดรถจักรยานยนต์รุ่นคาบูเรเตอร์ควบคู่ไปกับการเสริมรุ่นหัวฉีดอย่างต่อเนื่อง พร้อมดูกระแสตอบรับของลูกค้าอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตามในปีหน้ารถจักรยานยนต์ยามาฮ่าจะมีการเสริมรุ่นหัวฉีดอย่างน้อยหนึ่งรุ่นแน่นอน แต่คงไม่สามารถให้รายละเอียดได้ในตอนนี้

- เรื่องมาตรฐานไอเสีย

อยากชี้แจงว่าตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2553 รถจักรยานยนต์ทุกคันต้องผ่านมาตรฐานไอเสียระดับ6 หรือเทียบเท่า ยูโร3 ของรถยนต์ ซึ่งแม้รถของยามาฮ่าหลายรุ่นจะเป็นแบบคาบูเรเตอร์แต่ ยืนยันว่าเราผ่านมาตรฐานไอเสียตามรัฐบาลกำหนดได้แน่นอน

“ไม่จำเป็นว่ารถหัวฉีดเท่านั้นที่จะผ่านมาตรฐานไอเสียใหม่ได้ แต่รถคาบูเรเตอร์ก็ผ่านได้เช่นกัน ซึ่งตรงนี้เราก็พยายามทำความเข้าใจกับลูกค้าอยู่”

ในส่วนของมาตรฐานไอเสีย ไทยถือเป็นหนึ่งในประเทศที่เข้มงวดมากที่สุดในเอเชีย และเชื่อว่าอีกประมาณ 4 ปี มาตรฐานไอเสียระดับ 7 หรือเทียบเท่ายูโร 4 จะออกมาบังคับใช้ซึ่งถึงเวลานั้นรถยนต์ทุกรุ่นในท้องตลาดต้องเป็นแบบหัวฉีดทั้งหมดแน่นอน

ฮอนด้าโชว์ศักยภาพผู้นำ รับกระแส "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ฟีเว่อร์ทั่วประเทศ หลังยอดจองทะลุเกิน 1 หมื่น 5 พันคัน ภายใน 1 สัปดาห์


กระแส "สกู๊ปปี้ ไอ ฟีเว่อร์" ร้อนแรงทั่วประเทศ ออเดอร์จองรถทะลักต่อเนื่อง แค่ผ่านสัปดาห์แรกที่เปิดตัวขาย ยอดทะลุเกิน 15,000 คันแล้ว ดีลเลอร์เมืองกระบี่สุดปลื้ม เป็นรถจักรยานยนต์สุดยอดดีไซน์ และคุณภาพที่สร้างปรากฎการณ์กระแสการตอบรับที่ร้อนแรงและรวดเร็วมากที่สุดให้กับวงการ ขณะที่ฮอนด้านอนใจไม่หวั่นผลตอบรับที่มีมากเกินความคาดหมาย เดินหน้าสร้างความมั่นใจต่อเนื่องพร้อมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่มีความเชื่อใจต่อแบรนด์ฮอนด้า

หลังจากบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด ส่งรถจักรยายนต์สุดยอดคลาสสิกรุ่น "สกู๊ปปี้ ไอ" (Scoopy i) วางจำหน่ายอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 กันยายนที่ผ่านมา ควบคู่กับการจัดกิจกรรมแนะนำรถรุ่นใหม่นี้ในงาน Honda Fun United Festival เทศกาลความสนุกมันส์ครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ ทั้งมหกรรมดนตรีในรูปแบบฟรีคอนเสิร์ต Featuring เพลงชนเพลงจากศิลปินต่างแนวสุดดังมากมาย อาทิ โมเดิร์นด๊อก, กรู๊ฟไรเดอร์, ทีโบน, บิ๊กแอส, สครับ ฯลฯ รวมถึงกิจกรรมความสนุกมันส์หลากหลายในสไตล์ฮอนด้าอีกมากมาย จัดต่อเนื่องดังสนั่นกันทั่วประเทศกันถึง 3 จังหวัดใหญ่ คือ โบนันซ่า เขาใหญ่ และสวนราชพฤกษ์ จ.เชียงใหม่

ล่าสุดปิดท้ายการส่งมอบความมันส์ ความสนุกและความสุขกับกิจกรรมดังกล่าวนี้ ณ หาดนพรัตน์ธารา จ.กระบี่ เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมา ปรากฎว่ากระแสการตอบรับที่มีต่อรถจักรยานยนต์ " ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ยังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยมีแฟนพันธุ์แท้ฮอนด้าและประชาชนทั่วไปแห่มาชมคอนเสิร์ต พร้อมสัมผัส " ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" และ "ฮอนด้า พีซีเอ็กซ์" รถจักรยานยนต์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ระบบหัวฉีด PGM-FI กว่า 15,000 คน และหลั่งไหลสั่งจองรถรุ่น ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ ผ่านร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้า จ.กระบี่ มากเป็นประวัติการณ์

โดยรวมสถิติเฉพาะผู้เข้าร่วมงานประวัติศาสตร์เทศกาลความสนุกมันส์ Honda Fun United Festival ทั้ง 3 จังหวัดในครั้งนี้มากกว่า 100,000 คน ประกอบกับผู้รับรู้ข่าวสารกระแสการตอบรับของตัวรถรุ่นใหม่และการจัดงานในครั้งนี้คาดการณ์มากกว่าล้านคนต่อสถานที่ สมคำล่ำลือกับกระแสตอบรับที่ยิ่งใหญ่และรวดเร็ว สานต่อหน้าตำนานความสนุกดั้งเดิม ให้เป็นการจัดงานเปิดตัวรถจักรยานยนต์ระดับตำนานหน้าใหม่แก่วงการรถจักรยานยนต์ไทยที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

นายปฐมพงศ์ ศิขรินรัตน์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ห้างหุ้นส่วนจำกัด กระบี่เอกมอเตอร์ หนึ่งในร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารายใหญ่ในจังหวัดกระบี่ เปิดเผยถึงกระแสการตอบรับ "ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ" ว่า รถรุ่นนี้ได้สร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้แก่ตลาดรถจักรยานต์ในภูมิภาคอย่างมาก โดยมียอดการจองรถที่พุ่งสูงอย่างไม่เคยปรากฎมาก่อน ภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เพียงสัปดาห์แรกเท่านั้น ยอดจองเฉพาะในจังหวัดมีมากกว่า 300 คัน และกล่าวขวัญไปในวงกว้างถึงความสวยงาม ความลงตัวทั้งในรูปลักษณ์ การออกแบบ รวมทั้งเทคโนโลยีหัวฉีด PGM-FI ที่ให้ความมั่นใจด้านการประหยัดน้ำมันมากถึง 49 กม.ต่อลิตร และมีดีกว่าเครื่องยนต์แบบคารบูเรเตอร์อย่างเทียบกันไม่ได้ ที่สำคัญยังดูแลรักษาง่าย รับประกันนานสูงสุดถึง 5 ปี / 50,000 กม. ซึ่งสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ทั้งระบบตัวเครื่องยนต์ การประหยัดน้ำมันและรักษาสิ่งแวดล้อม จนทำให้กระแสการตอบรับมีล้นหลามเกินความคาดหมาย และทุบสถิติยอดการจองสูงสุดในรอบปี

"ในฐานะเป็นผู้ใช้จักรยานยนต์มานาน และเป็นตัวแทนจำหน่ายเก่าแก่ที่คลุกคลีกับผู้ใช้มาตลอด เชื่อมั่นว่า "สกู๊ปปี้ ไอ" เป็นรถที่ผู้บริโภคใช้แล้วประทับใจ หลังจากได้ทดลองขับแล้ว การออกตัวดีมาก นั่งสบายทั้งคนขับและคนซ้อนท้าย เครื่องยนต์เดินเงียบเสียงไม่ดัง สำหรับจังหวัดกระบี่ ยอดจองสกู๊ปปี้ ไอ สีขาว-เทา ได้รับความนิยมมากที่สุด คาดว่าหลังงาน Honda Fun United Festival ที่กระบี่จบลง ยอดจองทั้งในงานและหลังงานจะพุ่งสูงกว่า 100% แน่นอน ต้องขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมครั้งนี้ เพราะเมื่อดูจากการตอบรับของผู้เข้ากิจกรรมแล้ว เป็นที่น่าพึงพอใจมาก ที่สำคัญช่วยโปรโมตการท่องเที่ยว จังหวัดกระบี่ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ต้อนรับฤดูการท่องเที่ยวที่กำลังจะมาถึงอีกด้วย"

ด้าน นางจุฑามาศ อินปริงกานันท์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารการตลาด ส่วนงานวางแผนธุรกิจ บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงกระแสการตอบรับจากผู้บริโภค จนกลายเป็นกระแส "สกู๊ปปี้ ไอ ฟีเว่อร์" ลุกลามไปทั่วทุกภูมิภาคของประเทศไทยว่า ถือเป็นความสำเร็จและความภาคภูมิใจอย่างสูงสุดอีกครั้งหนึ่งของฮอนด้า ส่งผลให้แคมเปญพิเศษที่ฮอนด้ามอบให้แก่ลูกค้าที่ออกรถ 10,000 คันแรก จะได้รับชุดของขวัญ "Scoopy i Collection" กับชุดแจ็คเก๊ต หมวกกันน็อคสีสันเดียวกับตัวรถ จนถึง 15 ตุลาคมนี้หรือจนกว่าของจะหมดนั้น แคมเปญดังกล่าวได้หมดลงในระยะเวลาอันรวดเร็ว หลังจากเปิดตัวแนะนำ "สกู๊ปปี้ ไอ" สู่ตลาดแล้ว ประกอบกับมียอดสั่งจองรถเข้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยผ่านสัปดาห์แรกหลังจากวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการ มียอดสั่งจองมากกว่า 15,000 คัน ทำให้ฮอนด้าปรับแผนการผลิตรถใหม่ เพื่อตอบรับความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อ "สกู๊ปปี้ ไอ" อย่างล้นหลามเหนือความคาดหมาย

"มาตรการขณะนี้ของฮอนด้าคือ ต้องส่งมอบรถให้เร็วที่สุด ภายใต้มาตรฐานเดียวกันกับการส่งออกไปยังขายต่างประเทศ ขณะนี้มั่นใจว่า สามารถบริหารจัดการในการผลิตและส่งมอบรถให้ถึงมือลูกค้าที่มีอย่างมากมายได้แน่นอน โดยลูกค้าผู้ที่สนใจสามารถเข้าชมรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ ได้ที่ร้านผู้จำหน่ายรถจักรยานยนต์ฮอนด้าที่มีมากกว่า 890 แห่งทั่วประเทศ พร้อม ณ โอกาสนี้ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความเชื่อมั่นต่อแบรนด์รถจักรยานยนต์ฮอนด้า จนเกิดเป็นกระแสการตอบรับที่ดีอย่างล้นหลาม" นางจุฑามาศ กล่าวในท้ายสุด

http://www.aphonda.co.th

วันศุกร์ที่ 2 ตุลาคม พ.ศ. 2552

"จยย.ไทเกอร์"พลิกเกมรับจ้างผลิต ชนยักษ์ญี่ปุ่นมีแต่เจ็บตัวหันเล็งลูกค้าเฉพาะกลุ่ม

"ไทเกอร์" รู้หลบ ปรับแผนหันมาเน้นรับจ้างผลิตแทน รับก่อนหน้าทำตลาดแข่งกับแบรนด์ญี่ปุ่นเจ็บตัวเยอะ ล่าสุดเตรียมรับจ้างผลิตรถ "มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า" อีกยี่ห้อ ส่วน "ไทเกอร์-แซคส์" ยังเดินหน้าทำตลาดต่อ แต่ขอปรับยุทธศาสตร์เล็กน้อย นายปริย มโนมัยพิบูลย์ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาการตลาด บริษัท ไบค์แคร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตและจัดจำหน่าย รถจักรยานยนต์ยี่ห้อ "ไทเกอร์" และ "แซคส์" เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า บริษัทได้ปรับแผนการดำเนินธุรกิจใหม่ทั้งหมดจากเดิมทำหน้าที่ผลิตและจำหน่าย หลังจากนี้ไปจะเน้นเป็นเพียงผู้รับจ้างผลิตรถจักรยานยนต์ (โออีเอ็ม) ให้กับแบรนด์ ต่าง ๆ เพื่อส่งออกไปขายต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, อินโดนีเซีย, ญี่ปุ่น, อเมริกา และยุโรป โดยจะใช้ชื่อ "แบรนด์" แตกต่างกันไปตามแต่ละตัวแทนจำหน่ายประเทศนั้น ๆ ยกเว้นเพียงในฟิลิปปินส์เท่านั้นที่ยังคงใช้แบรนด์ "ไทเกอร์"


"ตลาดส่งออกเราจะมีการส่งออกไปขายในแต่ละประเทศเยอะมาก ในอินโดนีเซีย มียอดขายมากกว่า 200 คันต่อเดือน ส่วนอนาคตคาดว่ายอดจะเพิ่มขึ้นเป็น 400 คันต่อเดือน ส่วนในมาเลเซียและฟิลิปปินส์นั้น ก็มียอดหลายร้อยคันต่อเดือน ในขณะที่ญี่ปุ่นก็มีการส่งออกไปด้วยเช่นกัน"

นายปริยกล่าวถึงเหตุผลที่หันมาเน้นรับจ้างผลิตแทน เนื่องจากก่อนหน้านี้ ไทเกอร์ทำตลาดรถจักรยานยนต์แข่งกับ แบรนด์ใหญ่ ๆ ของญี่ปุ่น ซึ่งการแข่งขันรุนแรงมาก และต้องใช้เงินจำนวนมากในการปลุกตลาด ซึ่งหากเปรียบเทียบกับการรับจ้างผลิต มีกำไรกว่าเยอะ

"จะเห็นว่าในช่วง 3-4 ปีก่อนหน้านี้ เรามียอดการผลิตรถจักรยานยนต์อยู่ที่เดือนละ 4,000-6,000 คันต่อเดือน ขณะนั้นบริษัทยังมุ่งเน้นทำตลาดด้วยการผลิตรถจักรยานยนต์ชนกับแบรด์ดัง ๆ ของญี่ปุ่น เจ็บตัวไปเยอะเลย ตอนนี้หันมารับจ้างผลิตรถจักรยานยนต์ หลายคนบอกว่าเราเดินถูกทางแล้ว"

ล่าสุดบริษัทได้ร่วมมือกับบริษัท อิเล็ค มอเตอร์สปอร์ต จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้าจากอเมริกา ผลิตรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ายี่ห้อ "เนทีฟ" เพื่อส่งผลิตและส่งออกไปยังอเมริกาและยุโรป ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อผลิตรถจักรยานยนต์โมเดลใหม่ ซึ่งเป็นรถจักรยานยนต์ไฟฟ้า คาดว่าจะมียอดผลิตอยู่ที่ 200-500 คัน

นายปริยกล่าวถึงแนวทางการรุกตลาดรถจักรยานยนต์แซคส์ไบค์ว่า จะหันไปโฟกัสเฉพาะกลุ่มเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจะมีรูปร่างหน้าตาแตกต่างไปจากรถจักรยานยนต์ที่ทำตลาดอยู่ในบ้านเราปัจจุบัน ขณะที่แบรนด์ "ไทเกอร์" ก็จะมุ่งเน้นไปในกลุ่มรถย้อนยุค เช่น รุ่น "รีโท" ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อช่วง 1-2 เดือนที่ผ่านมานั้น ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนรุ่น "บ็อคเซอร์" ซึ่งเป็นรุ่นที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี หลังจากที่บริษัทใช้วิธีการเข้าไปทำตลาดด้วยวิธีประมูลงานจากภาครัฐ จากนี้ไปบริษัทก็จะพยายามเข้าไปประมูลงานตรงนี้เพิ่มขึ้นด้วย

ส่วนรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่นั้น หลังจากที่ปรับรูปแบบการดำเนินธุรกิจมาเจาะกลุ่มรถจักรยานยนต์เฉพาะกลุ่มมากขึ้น บริษัทเตรียมส่งรถจักรยานยนต์ประเภทสปอร์ต คลาสสิกออกสู่ตลาดในเร็ว ๆ นี้ ส่วนรถจักรยายนต์ไฟฟ้านั้น แม้ว่าปัจจุบันในประเทศไทยจะยังไม่ได้รับความนิยมมากนัก แต่ก็เชื่อว่าในอนาคตอันใกล้นี้ จากเทรนด์ของตลาดรถจักรยายนต์ประเภทนี้จะได้รับความนิยมอย่างแน่นอน

สำหรับกำลังการผลิตของบริษัทในปัจจุบันนั้น มีกำลังการผลิตอยู่ที่ประมาณ 1,200 คันต่อเดือน แบ่งเป็นการผลิต เพื่อจำหน่ายในประเทศ 700 คันต่อเดือน และการผลิตเพื่อจำหน่ายไปยังต่างประเทศอีก 500 คันต่อเดือน แต่เนื่องจากช่วงที่ ผ่านมา บริษัทต้องเผชิญกับปัญหาภาวะเศรษฐกิจที่อยู่ในช่วงขาลง ทำให้ต้องปรับเป้าการผลิตเหลือเพียง 1,000 คันต่อเดือนเท่านั้น

“ฮอนด้า” มั่นใจจุดพลุรถรุ่นใหม่ 2 รุ่น คาดตลาดรวมปีนี้เพิ่มขึ้นอีกเกือบ 10%

รายงานตลาดรถจักรยานยนต์ในเดือนสิงหาคม 2552 ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียน 121,349 คัน ในขณะที่ปริมาณยอดจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ต้นปี 2552 ถึงเดือนสิงหาคมอยู่ที่ 1,008,889 คัน ซึ่งลดลง 17% เมื่อเทียบกับยอดสะสมของช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา หรือเมื่อเทียบกับเดือนกรกฏาคมปีเดียวกัน ลดลง 14% แต่ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าตัวเลขยอดจดทะเบียนโดยรวมของปีนี้จะหดตัวลดลง แต่หากวิเคราะห์อัตราการเติบโตในเชิงลึกมากขึ้น จะเห็นว่าเฉพาะตัวเลขปริมาณยอดจดทะเบียนของรถจักรยานยนต์ระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดมีแนวโน้มที่สูงขึ้นเรื่อยๆ โดยภายในปี 2552 นี้มียอดจดทะเบียนถึงเดือนสิงหาคมถึง 402,367 คัน ซึ่ง จากแนวโน้มและทิศทางของตลาดดังกล่าว ทำให้ค่ายผู้นำอย่างฮอนด้า ผู้บุกเบิกการนำระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดนี้มาใช้กับตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ยิ่งมีความมั่นใจ มุ่งเดินหน้ารุกเกมกลยุทธ์กระตุ้นเศรษฐกิจ และตลาดรวมอย่างต่อเนื่องต่อไป โดยล่าสุดได้ประกาศก้องแสดงศักยภาพผู้นำตลาดเมืองไทย เปิดตัวรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดรุ่นใหม่พร้อมกันถึง 2 รุ่น “ฮอนด้า PCX” และ “ฮอนด้า สกู๊ปปี้ ไอ” พร้อมปรับตัวเลขการคาดการณ์ตลาดรวมสวนทิศทางยอดตัวเลขตลาดในปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 1,470,000 คัน จากเดิมเมื่อต้นปีที่ 1,350,000 คัน

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการ บริหารฝ่ายขาย บริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด เปิดเผยว่า “หลังจากที่ฮอนด้าได้ประกาศเจตนารมย์เปลี่ยนแปลงยุคแห่งการขับขี่รถ จักรยานยนต์จากระบบคาร์บูเรเตอร์มาสู่ยุคการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์จ่าย น้ำมันแบบหัวฉีด ส่งผลให้ทิศทางตลาดรถจักรยานยนต์ในส่วนที่เป็นระบบจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีดนี้มี อัตราเติบโตขึ้นเรื่อยๆ และมีแนวโน้มที่จะได้รับความนิยมต่อเนื่อง พร้อมสามารถสร้างความเชื่อมั่นในคุณประโยชน์ของระบบได้มากขึ้น ซึ่งสาเหตุหนึ่งของสัญญาณที่ดีนี้ เนื่องมาจากคุณสมบัติเด่นด้านความประหยัด และสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมของตัวระบบและเครื่องยนต์เอง ประกอบกับการจัดกิจกรรมให้ความรู้และกระตุ้นตลาดเกี่ยวกับเทคโนโลยีนี้อย่าง ต่อเนื่องของค่ายผู้ผลิต ได้ส่งผลให้เกิดกระแสความตื่นตัว และความสนใจเป็นอย่างมากในกลุ่มผู้บริโภค โดยปัจจุบันรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดของฮอนด้านี้มีปริมาณยอดจดทะเบียนปี 2552 ที่ 393,525 คัน ขณะที่ยอดจดทะเบียนรวมของทุกค่ายผู้ผลิตอยู่ที่ 402,367 คัน นับเป็นภาพของสัญญาณที่ดีแก่การเริ่มต้นในตลาดของไตรมาสสุดท้าย”

ทั้ง นี้ ล่าสุดค่ายผู้นำอย่างรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ได้ตอกย้ำกระแสความนิยมรถจักรยานยนต์ระบบหัวฉีดที่มีมากขึ้น แสดงศักยภาพความเป็นที่หนึ่งตลอดกาลในตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ด้วยการแนะนำรถจักรยานยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดถึง 2 รุ่น โดยรุ่นแรกคือ “ฮอนด้า PCX” รถจักรยานยนต์ระดับ World Premiere ที่ เป็นโมเดลระดับโลก และมีกำหนดเผยโฉมที่ประเทศไทยเป็นประเทศแรก พร้อมให้คนไทยได้ขับขี่ก่อนใครในโลก เดือนพฤศจิกายนนี้ กับอีกหนึ่งรุ่นใหม่ล่าสุดสำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ไทย ที่มีตำนานความสนุกจากประเทศญี่ปุ่น กับ Honda Scoopy i โดยทั้ง 2 รุ่นเป็นรถจักรยานยนต์แบบเอ.ที. และจ่ายน้ำมันแบบหัวฉีด PGM-FI ซึ่งจากกระแสการตอบรับจากมหาชนที่เข้าร่วมกิจกรรมการเปิดตัวรถจักรยานยนต์ฮอนด้ารุ่น “สกู๊ปปี้ ไอ” ในงาน Honda Fun United Festival ที่จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ 3 จังหวัดติดต่อกัน เขาใหญ่, เชียงใหม่ และกระบี่ ประกอบกับยอดจองรถที่สูงเป็นประวัติการณ์หลังจากเปิดขายอย่างเป็นทางการได้เพียง 1 วัน ทำให้ฮอนด้ายิ่งมั่นใจจะช่วยกระตุ้นตลาดรวมช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีได้ พร้อมยึดครองความเป็นผู้นำในทุก Segment ของตลาดรถจักรยานยนต์ไทย

สำหรับ รายละเอียดของยอดการจดทะเบียนในเดือนสิงหาคมปีนี้ ปรากฏว่ารถจักรยานยนต์แบบครอบครัวได้รับความนิยมสุงสุด ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนเดือนสิงหาคม 60,682 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 50% และ หากดูจากยอดตัวเลขสะสมตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งถึงปัจจุบันแล้ว รถจักรยานยนต์ประเภทครอบครัวนี้ก็ยังคงเป็นรถยอดนิยมตลอดกาล ด้วยปริมาณยอดจดทะเบียนที่มากถึง 498,462 คันเทียบเท่าสัดส่วนตลาด 49% ในขณะที่ค่ายฮอนด้าที่เป็นผู้นำตลาดนั้น มีอัตราครองตลาดในกลุ่มรถประเภทนี้ถึง 87% ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ฮอนด้าให้ความสำคัญกับรถประเภทนี้เป็นอย่างมาก พร้อมทั้งมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์รถครอบครัวมาอย่างยาวนาน และนำเสนอผลิตภัณฑ์รุ่นใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นและความไว้วางใจ ตลอดจนการยอมรับในกลุ่มผู้ใช้รถอย่างกว้างขวาง ประกอบกับ ด้วยการที่รถประเภทนี้เป็นรถจักรยานยนต์ที่ให้ความประหยัด และให้ความคุ้มค่าในการใช้งาน สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งมีความระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด

ส่วนรถประเภทอื่นๆ มีรายละเอียดยอดการจดทะเบียนสะสมตั้งแต่ครึ่งปีแรกจนถึงเดือนสิงหาคมปีล่าสุด ดังนี้ คือ รถแบบ เอ.ที. มีปริมาณ 469,821 คัน เทียบเท่าสัดส่วนตลาด 47%, รถแบบครอบครัวกึ่งสปอร์ต 24,833 คัน สัดส่วนตลาด 2%, รถแบบสปอร์ต 8,618 คัน สัดส่วนตลาด 1% และรถประเภทอื่นๆ 7,155 คัน สัดส่วนตลาด 1%

ในขณะที่หากแบ่งแยกเป็นยอดจดทะเบียนตามประเภทของผู้ผลิต รถจักรยานยนต์ฮอนด้า 661,493 คัน เทียบเท่าอัตราครองตลาด 66%, ยามาฮ่า 281,076 คัน อัตราครองตลาด 28%, ซูซูกิ 42,579 คัน อัตราครองตลาด 4%, คาวาซากิ 9,048 คัน อัตราครองตลาด 1%, เจอาร์ดี 1,170 คัน, แพล็ตตินั่ม 712 คัน, ไทเกอร์ 547 คัน และอื่นๆ 6,846 คัน

วันพฤหัสบดีที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2552

ฟรี! ทั่วประเทศ ฟีโน่เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องตลอดเดือนตุลาคม

ยามาฮ่าจัดแคมเปญขอบคุณลูกค้าผู้ใช้รถจักรยานยนต์ยามาฮ่าฟีโน่ ให้กับลูกค้าเก่าและใหม่กว่า 600,000 คัน ลูกค้าสามารถนำรถมาตรวจเช็คสภาพรถทั้งคันพร้อมรับบริการเปลี่ยนถ่ายน้ำเครื่อง ฟรี (ครอบคลุมถึง น้ำมันเครื่องยามาลู้ปและค่าบริการ) ที่ร้านผู้จำหน่ายยามาฮ่าทุกแห่งทั่วประเทศ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น ตลอดเดือนตุลาคม

วันนี้ ถึง 31 ต.ค. 52 ที่ร้านผู้จำหน่ายยามาฮ่าทุกแห่ง

เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/

"เชียงใหม่ เพียงจังหวัดเดียว ที่ได้รับการตรวจสอบยอดสั่งจองรถจากดีลเลอร์ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่รวมกันมีมากกว่า 1,000 คันภายในวันเดียว และยังไม่นับผู้แทน

บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และบจก.รวมพงศ์มอเตอร์ ร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ตจัดงาน หรอยเฟสท์ ภูเก็ตมิวสิคเฟสติวัล Roy Fest Phuket Music Festival “บีชแดนซ์ปาร์ตี้” ที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย สุดมันส์กับคอนเสิร์ตเวทียักษ์ติดทะเลที่ชายหาดกะรน เพื่อเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในจังหวัดภูเก็ตรวบรวมศิลปิน ดีเจ ทั้งไทยและต่างประเทศมาอย่างมากมายอาทิ Ken Ishii (Japan) ดีเจชาวญี่ปุ่น, Adsorb (UK), Lord Warddd(USA), ที-โบน, ไทเทเนียม ,สมายบัฟฟาโล่ , ซิลลี่ ฟูลส์ , ทโมน , DJ Seed (GTRonline), DJ Dragon (homebass commu)


นอกจากนี้ยามาฮ่าได้จัดโซน Yamaha Party on The Beach ในรูปแบบชิลชิลสไตล์ลองบีช ไว้คอยต้อนรับชาวยามาฮ่าคลับ และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ได้พริตตี้สุดสวยมาคอยต้อนรับพร้อมเสิร์ฟมะพร้าวน้ำหอมให้ได้ดับกระหายกันพร้อมทั้งนำดนตรีแนว ๆ อย่าง วงABCE และ Super glasses มาเปิดมินิคอนเสิร์ตบนเวทีของยามาฮ่า พร้อมด้วยกิจกรรมต่าง ๆ อีกมากมาย อาทิ ระบำฮาวายจากพริตตี้สุดสวย โชว์พิเศษจากคิงคองไอส์แลนด์ มุมLife Style เพ้นท์เล็บ บอดี้เพ้นท์ ปาร์ตี้บาร์บีคิว ที่ได้สร้างสีสัน และความมันส์ให้กับงานได้ไม่น้อย นับเป็นความภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสนับสนุนการท่องเที่ยวของภูเก็ต และประเทศไทย และรวมไปทั้งการเผยแพร่ชายหาดอันสวยงามของทะเลอันดามันให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก

เพิ่มเติม http://www.yamaha-motor.co.th/

"สกู๊ปปี้ไอ"ยอดจองพุ่งทะลักพันคัน

"ฮอนด้า"การันตีส่งมอบรถทันตามนัดแน่

"สกู๊ปปี้ไอ"ฮิตล้นหลาม แค่เปิดตัวไม่นานยอดจองภาคเหนือล้นพุ่งทะลักกว่า 1,000 คัน ด้านผู้บริหารฮอนด้าลั่นส่งมอบรถทันแน่ พร้อมปรับผลิตใหม่ให้ทันตามความต้องการ ย้ำคุณภาพผลิตแน่นเหมือนส่งขายในต่างประเทศ

นายธีระพัฒน์ จิวะพงศ์ กรรมการบริหารฝ่ายขายบริษัท เอ.พี.ฮอนด้า จำกัด กล่าวเปิดเผยถึงความนิยมสงสุดของรถจักรยานยนต์ฮอนด้า"สกู๊ปปี้ไอ" มากเป็นประวัติการณ์ จนก่อให้เกิดกระแส ฟีเว่อร์ โดยเชียงใหม่ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดที่ฮอนด้าได้จัดกิจกรรมส่งมอบความสนุกครั้งใหม่ ผ่านรถจักรยานยนต์ สกู๊ปปี้ ไอ ในกิจกรรม Honda Fun United

Festival เพื่อแนะนำรถรุ่นดังกล่าวจนสามารถสร้างยอดจองได้เกิน 1,000 คัน ขณะที่เดือนพ.ย.นี้ จะเปิดตัวรถจักรยายนต์ Honda PCX เป็นรุ่นถัดมา ได้ส่งออกจำหน่ายทั้งในประเทศไทยและทั่วโลก


"เชียงใหม่ เพียงจังหวัดเดียว ที่ได้รับการตรวจสอบยอดสั่งจองรถจากดีลเลอร์ 2 บริษัทยักษ์ใหญ่รวมกันมีมากกว่า 1,000 คันภายในวันเดียว และยังไม่นับผู้แทนจำหน่ายอีกเกือบ 900 แห่งทั่วประเทศไทยที่มียอดการส่งจองรถไม่น้อยกว่าเชียงใหม่"นายธีระพัฒน์กล่าว

อย่างไรก็ตามกรณีดีลเลอร์และผู้บริโภคอาจกังวลต่อปัญหาส่งมอบรถ เนื่องจากมีปริมาณการจองรถเข้ามามาก ขณะนี้ฮอนด้า ได้ปรับแผนกำลังการผลิตใหม่ แต่ยังคงมาตรฐานการผลิตและประกอบรถแบบส่งออกไปจำหน่ายยังต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อจะได้ส่งมอบรถให้ลูกค้าได้กำหนดที่นัดหมายอย่างแน่นอน

นายเจริญ ปัญญาอธิสิน ผู้จัดการฝ่ายขายเครือข่ายภาคเหนือ บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด กล่าวถึงภาพรวมทางการตลาดของรถจักรยานยนต์ในภาคเหนือว่า จากที่มีโอกาสได้พบปะและร่วมดำเนินกิจกรรมกับร้านค้าผู้จำหน่ายและศูนย์ บริการฮอนด้าหลายแห่งว่า ทั้งดีลเลอร์และผู้บริโภคในทุกพื้นที่ของภาคเหนือให้การตอบรับ สกู๊ปปี้ ไอ เป็นอย่างมาก

โดยต่างมั่นใจว่าจะสามารถเพิ่มยอดขายให้ได้ในปริมาณสูง ซึ่งฮอนด้า ได้พยายามปรับเร่งกำลังผลิตอย่างเต็มที่ เพื่อไม่ให้ลูกค้าผิดหวัง หลังจากรอคอยรถรุ่นนี้มานาน และเริ่มเห็นสัญญาณว่า ยอดการจำหน่ายรจักรยานยนต์ฮอนด้าจะมีปริมาณที่เพิ่มขึ้น ส่งผลปริมาณการจำหน่ายโดยรวมทางภาคเหนือสูงขึ้นอย่างแน่นอน

นายภาณุพงศ์ ศักดาทร กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท นิยมพานิช จำกัด จ.เชียงใหม่เปิดเผยถึงกระแสความนิยมอย่างล้นหลามที่ผู้บริโภคมีต่อรถจักรยานยนต์ สกู๊ปปี้ ไอ ว่า ถือเป็นรถแห่งการรอคอยของแฟนคลับ รวมถึงกลุ่มผู้ใช้รถจักรยานยนต์ทั่วไปเพราะเพียงแค่เปิดตัววันเดียวก็ได้รับความสนใจมากมายเป็นประวัติการณ์

"ได้รับการเรียกร้องจากผู้บริโภคว่า ทำไมนำ สกู๊ปปี้ ไอ มาขายช้าจัง ทั้งๆ รถรุ่นนี้มีมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นรถที่มีตำนานมาอย่างยาวนาน และมีลูกค้าหลายคนที่ใช้ยีห้ออื่นอยู่แล้ว บ่นให้ฟังว่าเครื่องยนต์แบบคาบูเรเตอร์กินน้ำมันมากไม่ประหยัดและเปลี่ยนใจมาจอง สกู๊ปปี้ ไอ ทันที

ทำให้จำนวนรถที่บริษัทมีอยูไม่เพียงพอต่อความต้องการ เพราะแค่วันแรกที่เปิดขาย โชว์รูมสาขาต่างๆ ของบริษัทมียอดจองรวมกันกว่า 500 คัน และยังไม่นับโชวรูมนอกตัวเมืองเชียงใหม่ ยิ่งช่วงนี้สปอร์ตโฆษณาของรถออกอากาศ และมีการประชาสัมพันธ์ตามสื่อต่างๆ ส่งผลให้ลูกค้าตื่นตัวและสนใจมากยิ่งขึ้นจากการประเมินสถานการณ์ตลาดที่มี ความนิยมต่อ สกู๊ปปี้ไอ คาดว่า จะทำให้บริษัทมียอดขายรวมในปีนี้เพิ่มขึ้น 25-30% แน่นอน"นายภาณุพงศ์กล่าว

ขณะที่นายสลิล ลิ้มเล็งเลิศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สหพานิช เชียงใหม่ จำกัด กล่าวเปิดเผยว่า สกู๊ปปี้ไอ ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคอย่างเหนือความคาดหมาย เพียงแค่วันแรกที่เปิดจำหน่ายอย่างเป็นทางการมียอดสั่งจองรถจากโชว์รูม และสาขาในเครือไม่นอยกว่า 500 คันเลยทีเดียว

"เป็นรถเซกเมนต์ใหม่ของฮอนด้าและเป็นรถที่ตอบสนองทุกความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง โดยเฉพาะเครื่องยนต์ใหม่ระบบหัวฉีด PGM-FI ถือเป็นจุดเด่นของรถ รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวล้ำสมัยเหนือคู่แข่งในทุกมุมมอง และกระแสของเครื่องยนต์แบบระบบหัวฉีด ที่ให้ความประหยัดน้ำมันสูงสุด 49 กิโลเมตรต่อลิตร ซึ่งถือว่าตรงใจต่อผู้บริโภคมาก"นายสลิลกล่าว

ข่าวที่เกี่ยวข้อง